รู้จัก…อุปกรณ์ประเภท สายสัญญาณ และสายลำโพง

สายสัญญาณ ประเภทต่างๆ สายลำโพง แตกต่างกันอย่างไร? มีลักษณะการใช้งานอย่างไร? มีบริการรับออกแบบ พร้อมติดตั้ง ระบบเสียง และระบบภาพ ปรึกษาฟรี!!

สายสัญญาณประเภทต่างๆ แตกต่างกันอย่างไร? มีลักษณะการใช้งานอย่างไร? บทความนี้เรามีคำตอบ

ภายในระบบเสียงของเรา นอกจากจะมีอุปกรณ์ด้านระบบเสียงประเภทต่างๆ ที่ต้องการใช้งานร่วมกันภายในระบบแล้ว สายสัญญาณประเภทต่างๆ เช่น สายนำสัญญาณ และสายลำโพงก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน หากขาดอุปกรณ์ชนิดนี้ นั่นหมายความว่าคุณจะไม่สามารถใช้งานชุดเครื่องเสียง และทำการแสดง หรือเริ่มงานได้เลย

นั่นเพราะสายนำสัญญาณ และสายลำโพง เป็นอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่นำสัญญาณ ในการต่อพ่วงกันของอุปกรณ์ต่างๆ ภายในระบบ เพื่อให้สามารถใช้งานร่วมกันได้ นั่นเอง

ทีนี้…เรามารู้จัก “สายสัญญาณ” ประเภทต่างๆ ให้มากยิ่งขึ้น

สายสัญญาณที่ใช้ในระบบเสียง PA นั้น มีทั้ง สายไมโครโฟน สายแจ็คเครื่องดนตรี (กีตาร์,คีย์บอร์ด)  สาย Line สำหรับงานติดตั้ง และ สายลำโพง ด้วยงานของระบบ PA ที่ดี จึงต้องการคุณภาพเสียงที่ดี มีความชัดเจนของเสียง มีความสะอาดของเสียง และเสียงรบกวนน้อยที่สุด

สายสัญญาณ ประเภทต่างๆ สายลำโพง แตกต่างกันอย่างไร? มีลักษณะการใช้งานอย่างไร? มีบริการรับออกแบบ พร้อมติดตั้ง ระบบเสียง และระบบภาพ ปรึกษาฟรี!!

ในปัจจุบันสายสัญญาณในระบบเสียง แบ่งออกเป็นสองประเภทคือ

แบบบาล๊านซ์ (balanced) และแบบอันบาล๊านซ์ (unbalanced)

1. แบบบาล๊านซ์ (Balanced)

แบบบาล๊านซ์ (balanced) มีการใช้สายสัญญาณในการนำทางสัญญาณถึงสามเส้นด้วยกัน ได้แก่ ขั้วบวก ขั้วลบ และขั้วดิน (Sleeve) ด้วยระดับความแรงสัญญาณอยู่ที่ +4dBu

ทำให้ได้กระแสสัญญาณในการเดินทางที่เพิ่มมากขึ้น และสามารถใช้สายสัญญาณในระยะทางที่เพิ่มขึ้น โดยลดการสูญเสียสัญญาณที่มาจากความต้านทาน (Impedanced) ที่อยู่ในเครื่ิองมือ หรือสายสัญญาณลงไปได้มาก

จึงมีผลทำให้ได้คุณภาพเสียงที่ชัดเจน เสียงรบกวนต่างๆ ตํ่าลง มีมิติชัดเจน แม่นยำขึ้น ย่านความถี่สมบูรณ์มากขึ้น

ด้วยคุณสมบัติที่ดีเหล่านี้ ส่งผลให้การทำงานของระบบเสียง PA ที่มีการใช้สายสัญญาณที่ยาวหลายสิบเมตร และต้องมีการเชื่อมต่อผ่านเครื่องมือจำนวนมากนั้น สามารถลดปัญหาในเรื่องของความต้านทาน (Impedanced) ออกไปได้เป็นอย่างดี

เหมาะสำหรับงานที่ต้องการ คุณภาพเสียงที่ดี มีความชัดเจนของเสียง มีความสะอาดของเสียง และเสียงรบกวนต่างๆ น้อยที่สุด.. ถึงแม้ระยะทางในการเชื่อมต่อจะไกลมากก็ตาม

หัวแจ็คที่ใช้กับสายสัญญาณแบบบาล๊านซ์ (Balanced) ได้แก่ Phone Jack หรือ 1/4″ แบบ stereo เรียกว่า TRS (Tip-Ring-Sleeve) และ หัวขั้วแบบ XLR เป็นต้น

สายสัญญาณ ประเภทต่างๆ สายลำโพง แตกต่างกันอย่างไร? มีลักษณะการใช้งานอย่างไร? มีบริการรับออกแบบ พร้อมติดตั้ง ระบบเสียง และระบบภาพ ปรึกษาฟรี!!
สายสัญญาณ ประเภทต่างๆ สายลำโพง แตกต่างกันอย่างไร? มีลักษณะการใช้งานอย่างไร? มีบริการรับออกแบบ พร้อมติดตั้ง ระบบเสียง และระบบภาพ ปรึกษาฟรี!!

2. แบบอันบาล๊านซ์ (Unbalanced)

แบบอันบาล๊านซ์ (unbalanced) เป็นการเชื่อมต่อสัญญาณในยุคแรกๆ ที่นิยมอย่างมาก และนิยมในหมู่ผู้ใช้เครื่องเสียงบ้าน หรือระบบไฮไฟนั่นเอง โดยมีการใช้สายสัญญาณแบบสองเส้นเท่านั้น ได้แก่ ขั้วบวก (Tip) และขั้วดิน (Sleeve) ด้วยระดับความแรงของสัญญาณอยู่ที่ -10dBv

จึงไม่เหมาะสำหรับการใช้งานเดินสายสัญญาณที่มีความยาวหลายสิบเมตร

หรือแม้กระทั่งความยาวเพียงสามสี่เมตร ก็ส่งผลต่อความสูญเสียที่เกิดจากความต้านทาน (Impedanced) จากความยาวของสายสัญญาณไปแล้ว จึงเหมาะสำหรับงานที่ต่อสายสั้นๆ ไม่ยาว อย่างเช่นเครื่องเสียงภายในบ้าน

หัวแจ็คที่ใช้กับสายสัญญาณแบบอันบาล๊านซ์ (unbalanced) ได้แก่ Phone Jack หรือ 1/4″ แบบ mono เรียกว่า TS (Tip-sleeve)  และ หัวขั้วแบบ RCA เป็นต้น

และนอกจากสายนำสัญญาณ ประเภทต่างๆ ที่มีผลต่อระบบเสียงโดยตรงแล้ว ปลั๊กแจ็ค (Connector) ชนิดต่างๆ ก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน

ปลั๊กแจ็ค (Connector) ที่นิยมใช้งาน ในระบบเสียงในปัจจุบันมีดังนี้…

1. ปลั๊กแจ็คชนิด XLR

xlr

ปลั๊กแจ็คชนิดนี้ จะเป็นปลั๊กแจ็คชนิดสามขา ทั้งตัวผู้ และตัวเมีย โดยจะมีลักษณะ  มีขานำสัญญาณทั้งหมด 3 ขั้ว (ขาที่ 2 + และ ขาที่ 3 -) และอีก 1 ขา (นั่นคือขาที่ 1 ) จะเป็นขั้วดิน (Sleeve)

สัญญาณจึงอยู่ในรูปแบบของ Balanced นั่นเอง นิยมใช้งานกันในระดับมืออาชีพ และงานที่ต้องการคุณภาพสูง และต้องการเดินสายสัญญาณในระยะที่ยาว

XLR

คลิกที่ภาพ เพื่อขยาย

อ้างอิงภาพจาก http://chocaraze.org

2. ปลั๊กแจ็คหัวแบบ PHONE 6.3 MM TRS/TS

ปลั๊กแจ็คชนิดนี้ จะมีทั้งในแบบ Balanced นั่นคือ มีขั้วนำสัญญาณทั้งหมด 3 ขั้ว นั่นคือ TIP + กับ ขั้ว RING – และมีขั้วดิน (Sleeve) 1 ขั้ว (ปลั๊กแจ็คที่มี 2 ขีดนั่นเอง) 

และในแบบ Unbalanced มีขั้วนำสัญญาณทั้งหมด 2 ขั้ว นั่นคือ มีขั้ว TIP + 1 ขั้ว และมีขั้วดิน (Sleeve) 1 ขั้ว (ปลั๊กแจ็คที่มี 1 ขีดนั่นเอง) ปลั๊กชนิดนี้จะนิยมใช้ในงานแทบทุกประเภท ทั้งเดินสายภายในระบบเสียง และสายประเภทอุปกรณ์เครื่องดนตรีชนิดต่างๆ เช่นกีต้าร์ , เบส , คีย์บอร์ด เป็นต้น

คลิกที่ภาพ เพื่อขยาย

คลิกที่ภาพ เพื่อขยาย

3. ปลั๊กแจ็คแบบ RCA

ปลั๊กแจ็คชนิดนี้ เป็นสัญญาณในรูปแบบ Unbalanced มีขั้วนำสัญญาณทั้งหมด 2 ขั้ว นำสัญญาณขั้วบวก (Tip) 1 ขั้ว และมีขั้วดิน (Sleeve) 1 ขั้ว เป็นปลั๊กแจ็คที่นิยมพบเห็นได้ทั่วไป และพบได้ง่ายที่สุด

โดยส่วนมากจะพบเห็นในรูปแบบสีขาว และสีแดง ซึ่งส่งสัญญาณข้างซ้าย และ ข้างขวา ในแบบสเตอริโอ (Stereo) พบเห็นได้กับการใช้งานกับเครื่องเล่น ซีดี ดีวีดี เครื่องเสียงบ้านทั่วไป เป็นต้น

คลิกที่ภาพ เพื่อขยาย

คลิกที่ภาพ เพื่อขยาย

4. ปลั๊กแจ็คในแบบ MINI JACK 3.5 MM. TS/TRS

ปลั๊กแจ็คชนิดนี้ บางท่านเรียก “แจ็คหูฟัง” มีขนาด 3.5 MM. หัวแจ็คที่นิยมใช้ในระบบเสียง มีทั้งในแบบ Balanced และ Unbalanced ซึ่งหลักการทำงานจะเหมือนปลักแจ๊คชนิด PHONE 6.3 MM TRS/TS  Balanced

แต่มีขนาดที่เล็กลงมา มีขั้วนำสัญญาณทั้งหมด 3 ขั้ว นั่นคือ TIP + กับ ขั้ว RING – และมีขั้ว (Sleeve) 1 ขั้ว (ปลั๊กแจ็คที่มี 2 ขีดนั่นเอง)

และในแบบ Unbalanced มีขั้วนำสัญญาณทั้งหมด 2 ขั้ว นั่นคือ มีขั้ว TIP + 1 ขั้ว และมีขั้วดิน (Sleeve) 1 ขั้ว (ปลั๊กแจ็คที่มี 1 ขีดนั่นเอง) โดยส่วนมากจะใช้กับอุปกรณ์ Audio Source ที่ต้องการต่อเข้ากับมิกเซอร์ เช่น โน๊ตบุ๊ค โทรศัพท์ เป็นต้น

คลิกที่ภาพ เพื่อขยาย

ทีนี้เรามารู้จัก…สายลำโพง

อุปกรณ์ประเภทสายลำโพง มีหน้าที่นำสัญญาณระหว่าง เครื่องขยายเสียง ไปยังลำโพง จะมีขนาดตั้งแต่ เส้นขนาดเล็ก ไปจนถึงขนาดใหญ่ โดยส่วนมากในสายลำโพง 1 เส้น จะมีลักษณะนำสัญญาณ 2 เส้น ได้แก่ ขั้วบวก และขั้วลบ

สายลำโพงถือว่ามีความสำคัญไม่แพ้สายสัญญาณ ซึ่งสายลำโพงส่งผลต่อความสามารถในการขับเคลื่อนกำลัง และคุณภาพของเสียง ในการส่งสัญญาณจากเครื่องขยายเสียง ไปยังลำโพงโดยตรง

เช่น ในระบบเสียงที่ใช้เครื่องขยายเสียงที่มีกำลังขับสูงๆ แต่หากเราดันเลือกใช้สายลำโพงที่มีขนาดเล็ก และคุณภาพต่ำ จะทำให้ส่งผลต่อพละกำลังในการส่งกำลังจากเครื่องขยายเสียง ไปยังลำโพงขาดหาย และตกหล่น ไปอย่างแน่นอน

Connector ที่นิยมใช้งานร่วมกับสายลำโพงในปัจจุบันมีดังนี้…

1. หัวแบบ Speakon

เป็นหัวที่สามารถพบเจอได้ทั่วไป ตามระบบเสียง ขนาด เล็ก จนถึงขนาดใหญ่ เป็นชนิดที่มีความนิยมสูงสุดในการใช้งาน ในระดับโปรเฟสชั่นแนล เพราะ Speakon สามารถส่งสัญญาณไฟฟ้ากำลังสูงได้ และการหมุนเข้าขั้ว เพื่อใช้งานระหว่างเครื่องขยายเสียง และลำโพง ก็มีความแน่น ไม่หลุดง่าย  และแข็งแรง กว่าชนิดอื่น

วิธีต่อใช้งาน โดยส่วนมากจะใช้ขั้ว 1+ เป็นขั้วบวก และขั้ว 1- เป็นขั้วลบ หรือตามสเปกที่เครื่องขยายเสียง และลำโพงระบุ

2. หัวแบบ BANANA PLUG

เป็นหัวในแบบที่นิยมใช้ในหมู่นักเล่นเครื่องเสียงบ้าน และมีกลางแจ้งบ้าง แต่ไม่ค่อยนิยมมากนัก BANANA PLUG มีต้นกำเนิดมาจากทางยุโรป มีลักษณะเป็นแท่งเรียวยาว สามารถเสียบใช้งานได้โดยตรง เข้ากับแจ็คแบบ BindingPost หลังแอมป์ และหลังลำโพงได้เลย

วิธีต่อใช้งาน เราสามารถต่อสายลำโพง จั๊มต่อเข้าโดยตรงตาม ขั้วลำโพงขั้วบวก+ (สีแดง) ขั้วลบ – (สีดำ) เข้ากับ Banana Plug ได้เลย

3. หัวแบบเปลือย (Bare-Wire)

คือ การปลอกสายลำโพงออกมา และต่อใช้งานโดยตรง เข้ากับขั้วของลำโพง และเครื่องขยายเสียง โดยการเปลือยสาย ส่วนใหญ่เราจะเห็นการใช้งานเครื่องเสียงบ้านทั่วไป และระบบเครื่องเสียงงานประกาศ ในอุปกรณ์ที่เป็น ระดับมืออาชีพมักจะไม่ค่อยเห็นการใช้งานในแบบนี้สักเท่าไหร่

4. หัวแบบ PHONE 6.3 MM. TS

ซึ่งหัวแจ็คในแบบ PHONE 6.3 MM TS มักจะถูกนำไปทำหัว Connector ของสายลำโพง สามารถพบเจอในเพาเวอร์มิกเซอร์ ที่ต้องการประหยัดพื้นที่ในการออกแบบ และมีขนาดเล็ก กระทัดรัด มักจะใช้เชื่อมต่อระหว่างเพาเวอร์มิกเซอร์ ไปยังลำโพงโดยตรง

วิธีต่อใช้งาน เราสามารถเชื่อมสายลำโพงขั้วบวก+ ที่ขั้ว TIP และขั้วลบ– ที่ขั้วดิน (Sleeve)

สายสัญญาณและสายลำโพง ไม่เพียงแต่มีหน้าที่ในการนำสัญญาณ ในการต่อพ่วงของอุปกรณ์ภายในระบบ สายสัญญาณและสายลำโพง ยังสามารถบ่งบอกได้ถึงคุณลักษณะ และคุณภาพของเสียงโดยรวมได้เช่นกัน

เพราะหากการเลือกใช้งานคุณภาพของสาย และหัวข้อต่อ (Connector) ไม่ดีพอ สิ่งเหล่านี้อาจสร้างความเสียหายต่อระบบเสียงของคุณได้อย่างง่ายดาย โดยที่คุณอาจไม่ทันระวังตัวได้ เช่นกัน

เพราะฉะนั้น การเลือกคุณภาพของสาย ควรเลือกสายที่ให้คุณภาพที่ดีที่สุด ในงบประมาณที่ คุณสามารถจะทำได้ และหัวข้อต่อ (Connector) ประเภทต่างๆ ก็เช่นกัน

วรเลือกหัวที่มีคุณภาพสูงสุด การเสียบใช้งานเข้ากับอุปกรณ์ประเภทต่างๆ ต้องแน่นหนา ไม่หลวมคร่อกแคร่ก เพื่อการนำสัญญาณ และการส่งต่อสัญญาณภายในระบบเสียงของคุณ ทำงานได้อย่างสะดวก และเกิดประสิทธิภาพสูงสุด

ท่านใดที่อ่านบทความนี้แล้ว เกิดข้อสงสัย หรือต้องการสอบถามเพิ่มเติม แอด Line คลิก

หรืออยากจะเลือกดู สายสัญญาณ คอนเน็คเตอร์ต่างๆ…..คลิกเลย

-7%

สายสัญญาณ คอนเน็คเตอร์

AMPHENOL AX3M ปลั๊ก XLR ตัวผู้ 3 ขา ติดสาย

฿161 ฿150 (รวม VAT 7% แล้ว) (ส่งฟรี)
-7%

สายสัญญาณ คอนเน็คเตอร์

AMPHENOL AX3F ปลั๊ก XLR ตัวเมีย 3 ขา ติดสาย

฿161 ฿150 (รวม VAT 7% แล้ว) (ส่งฟรี)
-7%
฿1,124 ฿1,050 (รวม VAT 7% แล้ว) (ส่งฟรี)
-7%
฿910 ฿850 (รวม VAT 7% แล้ว) (ส่งฟรี)
-7%
฿685 ฿640 (รวม VAT 7% แล้ว) (ส่งฟรี)
-7%
฿396 ฿370 (รวม VAT 7% แล้ว) (ส่งฟรี)
-7%
฿353 ฿330 (รวม VAT 7% แล้ว) (ส่งฟรี)
-7%
฿311 ฿290 (รวม VAT 7% แล้ว) (ส่งฟรี)

เขียนบทความ…SoundDD.Shop

โดย…บริษัท เอสพีเค ซาวด์ซิสเต็มส์ จำกัด

แชร์หน้านี้

โปรดอ่านนโยบายคุกกี้ของเรา มิฉะนั้นเราจะถือว่าคุณตกลงกับการใช้คุกกี้ของเรา