เปิดเพลงในร้านอย่างไร ให้ถูกลิขสิทธิ์ ไม่ผิดกฎหมาย รู้ไว้อุ่นใจกว่า

เปิดเพลงในร้านอย่างไร ให้ถูกลิขสิทธิ์ ไม่ผิดกฎหมาย รู้ไว้อุ่นใจกว่า
Home » เกร็ดความรู้ (Tip & Trick) » เปิดเพลงในร้านอย่างไร ให้ถูกลิขสิทธิ์ ไม่ผิดกฎหมาย รู้ไว้อุ่นใจกว่า

Estimated reading time: 5 นาที

รู้หรือไม่ว่า เพลงทุกเพลงมี “ลิขสิทธิ์” และตัวเราอาจเป็นผู้กระทำความผิดได้โดยไม่รู้ตัว ด้วยการใช้เพลงจากระบบที่ไม่ได้รับอนุญาตในการเผยแพร่ลิขสิทธิ์เพื่อประโยชน์ทางการค้า, การทำซ้ำ, ดาวน์โหลดเพลงลงคอมพิวเตอร์, รวมถึงการใช้แผ่นละเมิดลิขสิทธิ์ บทความนี้เราจะมาพูดเรื่องของลิขสิทธิ์เพลงและการเปิดเพลงในร้านอย่างไร? ให้ถูกลิขสิทธ์ ไม่ผิดกฎหมาย หากพร้อมแล้วเรามาเริ่มกันเลยครับ

ลิขสิทธิ์ คืออะไร?

ลิขสิทธิ์ คืออะไร

ลิขสิทธิ์ (Copyright) เป็นทรัพย์สินทางปัญญาประเภทหนึ่งที่มอบสิทธิทางกฎหมายให้ผู้สร้างสรรค์งานแต่เพียงผู้เดียว ในการเผยแพร่ ทำซ้ำ หรือดัดแปลงงานที่สร้างสรรค์ โดยทั่วไปแล้ว งานที่ได้รับความคุ้มครองลิขสิทธิ์จะเป็นงานที่สร้างสรรค์ทางปัญญาในทุกรูปแบบ เช่น งานเขียน งานดนตรี งานนาฏศิลป์ งานศิลปะ ภาพถ่าย ภาพยนตร์ โปรแกรมคอมพิวเตอร์ เป็นต้น

ลิขสิทธิ์เพลง คืออะไร?

คือสิทธิแต่เพียงผู้เดียวของผู้สร้างสรรค์ผลงานเพลง ในการใช้ประโยชน์จากผลงานของตน โดยไม่อนุญาตให้ผู้อื่นทำซ้ำ ดัดแปลง เผยแพร่ต่อสาธารณชน หรือทำการใดๆ ที่เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ ลิขสิทธิ์เพลงคุ้มครองผลงานเพลงที่สร้างสรรค์ขึ้นใหม่ โดยเริ่มคุ้มครองทันทีที่ผลงานเพลงนั้นถูกสร้างสรรค์ขึ้น มีอายุคุ้มครอง 50 ปีนับแต่ปีที่สร้างสรรค์ผลงานเพลง โดยเจ้าของลิขสิทธิ์เพลงมีสิทธิดังต่อไปนี้

  • ทำซ้ำ หมายถึง การทำสำเนาผลงานเพลง เช่น การบันทึกเสียงเพลงลงแผ่นซีดี หรือการนำเพลงไปเผยแพร่ทางอินเทอร์เน็ต
  • ดัดแปลง หมายถึง การเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติมองค์ประกอบของผลงานเพลง เช่น การเรียบเรียงเสียงประสานเพลง หรือการแต่งเพลงใหม่จากเพลงเดิม
  • เผยแพร่ต่อสาธารณชน หมายถึง การทำให้สาธารณชนสามารถรับรู้หรือเข้าถึงผลงานเพลงได้ เช่น การออกอากาศเพลงทางวิทยุหรือโทรทัศน์ หรือการแสดงสดเพลงต่อหน้าสาธารณชน
  • อนุญาตให้ผู้อื่นใช้สิทธิ หมายถึง การให้ผู้อื่นทำซ้ำ ดัดแปลง หรือเผยแพร่ต่อสาธารณชนผลงานเพลงของตน

การละเมิดลิขสิทธิ์เพลงคืออะไร


การละเมิดลิขสิทธิ์ หมายถึง การกระทำใดๆ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์เพลง  ในอุตสาหกรรมเพลง ลิขสิทธิ์เพลงจะครอบคลุมรูปแบบต่างๆ เช่น ทำซ้ำผลงานเพลงโดยไม่ได้รับอนุญาต, ดัดแปลงผลงานเพลงโดยไม่ได้รับอนุญาต, เผยแพร่ต่อสาธารณชนผลงานเพลงโดยไม่ได้รับอนุญาต, ให้ผู้อื่นใช้สิทธิผลงานเพลงของตนโดยไม่ได้รับอนุญาต

ผู้ถือลิขสิทธิ์เพลงนั้นจะมีสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียวในการควบคุมการทำซ้ำ การจำหน่าย รวมถึงการแสดงต่อสาธารณะและการดัดแปลงผลงานของตน สิทธิ์เหล่านี้ช่วยให้ผู้ถือลิขสิทธิ์สามารถปกป้องผลงานและรับประกันจะได้รับค่าตอบแทนที่ยุติธรรมสำหรับทรัพย์สินทางปัญญาของผู้ถือลิขสิทธิ์ นี่เป็นสิ่งสำคัญสำหรับทั้งผู้สร้างเพลงและผู้ใช้ที่จะต้องเข้าใจและเคารพสิทธิ์เหล่านี้เพื่อรักษาอุตสาหกรรมที่สมดุลและมีจริยธรรม

การละเมิดลิขสิทธิ์ที่พบบ่อย

การละเมิดลิขสิทธิ์เพลงที่พบบ่อย


การใช้เทคนิค sampling: sampling ในแวดวงดนตรี คือการนำชิ้นส่วนเสียงจากผลงานของผู้อื่นมาใช้ในผลงานของตัวเอง โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ การ sampling  กับเพลงที่มีลิขสิทธิ์โดยไม่ได้รับอนุญาตหรือออกใบอนุญาตอย่างเหมาะสมถือเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์รูปแบบหนึ่ง 

เพลงคัฟเวอร์ที่ไม่มีลิขสิทธิ์: การสร้างเพลงยอดนิยมเวอร์ชั่นคัฟเวอร์ถือเป็นเรื่องปกติในอุตสาหกรรมเพลง อย่างไรก็ตาม การบันทึกและเผยแพร่เพลงที่นำมาร้องใหม่โดยไม่ได้รับใบอนุญาตที่เหมาะสมอาจนำไปสู่การละเมิดลิขสิทธิ์ได้ ศิลปินจำเป็นต้องขออนุญาตใช้ชิ้นงาน (mechanical license) เพื่อให้การเผยแพร่เพลงคัฟเวอร์ถูกกฎหมาย และต้องให้เครดิตแก่ผู้แต่งเพลงต้นฉบับอย่างถูกต้อง

การละเมิดลิขสิทธิ์ดิจิทัล: การเติบโตของแพลตฟอร์มดิจิทัล ส่งผลให้การละเมิดลิขสิทธิ์ออนไลน์กลายเป็นปัญหาใหญ่สำหรับวงการเพลง การดาวน์โหลดหรือแชร์เพลงที่มีลิขสิทธิ์โดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์อย่างโจ่งแจ้ง ส่งผลให้ศิลปินสูญเสียรายได้ที่พึงได้รับ ผู้บริโภคควรสนับสนุนศิลปินโดยซื้อเพลงจากแพลตฟอร์มที่ได้รับอนุญาตและบริการสตรีมมิ่ง

สตรีมริปปิ้ง (Stream ripping): คือ กระบวนการบันทึกเสียงหรือวิดีโอจากบริการสตรีมมิ่งไปยังอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล เช่น คอมพิวเตอร์ ฮาร์ดไดรฟ์ภายนอก หรือสมาร์ทโฟน โดยทั่วไปแล้วจะใช้เพื่อบันทึกเพลงจากบริการสตรีมมิ่งเพลง เช่น Spotify, Apple Music หรือ YouTube Music สตรีมริปปิ้งสามารถทำได้โดยใช้ซอฟต์แวร์สตรีมริปปิ้งโดยเฉพาะ ซอฟต์แวร์เหล่านี้มักมีอินเทอร์เฟซที่ใช้งานง่ายและช่วยให้ผู้ใช้สามารถบันทึกเสียงหรือวิดีโอจากบริการสตรีมมิ่งต่างๆ ได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย การริปสตรีมอาจเป็นวิธีที่สะดวกในการบันทึกเพลงหรือวิดีโอจากบริการสตรีมมิ่ง อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าการริปสตรีมอาจละเมิดลิขสิทธิ์ของเจ้าของเนื้อหาได้ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากเจ้าของเนื้อหา

นี่เป็นเพียงตัวอย่างเล็กๆ น้อยๆ ของการละเมิดลิขสิทธิ์ที่สามารถเกิดขึ้นได้ในในวงการเพลง และนี่เป็นสิ่งสำคัญสำหรับศิลปิน โปรดิวเซอร์ และผู้ชื่นชอบดนตรีที่จะต้องตระหนักถึงข้อผิดพลาดเหล่านี้ และใช้มาตรการป้องกันที่จำเป็นเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาทางกฎหมาย

เจ้าของลิขสิทธิ์เพลงแตกต่างกับศิลปินนักร้องอย่างไร ?

เจ้าของลิขสิทธิ์เพลง หมายถึง ผู้สร้างสรรค์ผลงานเพลง ซึ่งได้แก่ ผู้แต่งเนื้อร้อง ผู้แต่งทำนอง และ/หรือ ผู้เรียบเรียงเสียงประสานเพลง เจ้าของลิขสิทธิ์เพลงมีสิทธิในการใช้ประโยชน์จากผลงานของตน โดยไม่อนุญาตให้ผู้อื่นทำซ้ำ ดัดแปลง เผยแพร่ต่อสาธารณชน หรือทำการใดๆ ที่เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์

ศิลปินนักร้อง หมายถึง บุคคลที่ร้องเพลง โดยศิลปินนักร้องอาจเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์เพลงที่ตนเองร้อง หรืออาจไม่ใช่เจ้าของลิขสิทธิ์เพลงก็ได้ ขึ้นอยู่กับว่าศิลปินนักร้องมีส่วนเกี่ยวข้องในการสร้างสรรค์ผลงานเพลงหรือไม่

ความแตกต่างระหว่างเจ้าของลิขสิทธิ์เพลงและศิลปินนักร้อง มีดังนี้

ลักษณะ เจ้าของลิขสิทธิ์เพลง ศิลปินนักร้อง
สิทธิในการใช้ประโยชน์จากผลงานเพลง มีสิทธิในการใช้ประโยชน์จากผลงานเพลงของตน โดยไม่อนุญาตให้ผู้อื่นทำซ้ำ ดัดแปลง เผยแพร่ต่อสาธารณชน หรือทำการใดๆ ที่เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ อาจไม่มีสิทธิในการใช้ประโยชน์จากผลงานเพลง หากไม่ใช่เจ้าของลิขสิทธิ์เพลง
บทบาทในการสร้างสรรค์ผลงานเพลง ผู้สร้างสรรค์ผลงานเพลง เป็นผู้ถ่ายทอดผลงานเพลง
รายได้จากการสร้างสรรค์ผลงานเพลง ได้รับรายได้จากค่าลิขสิทธิ์เพลง ได้รับรายได้จากการแสดงสด หรือจากการเผยแพร่ผลงานเพลง

เปิดเพลงในร้านละเมิดลิขสิทธิ์หรือไม่

เปิดเพลงในร้านละเมิดลิขสิทธิ์หรือไม่

สถานประกอบการเพื่อการค้า/เชิงพาณิชย์ ได้แก่ ร้านอาหาร, ร้านค้า, ห้างสรรพสินค้า, โรงแรม, โรงพยาบาล, ฟิตเนส, โบว์ลิ่ง, โรงภาพยนตร์, ผับ/บาร์, คาราโอเกะ และสายการบินเป็นต้น การเปิดเพลงในสถานประกอบการเพื่อวัตถุประสงค์ในการหากำไร ถือว่าเป็นการเผยแพร่งานต่อสาธารณชนเพื่อหากำไร เข้าข่ายเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 31 เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์ก่อน ดังนั้น หากสถานประกอบการเปิดเพลงที่มีลิขสิทธิ์โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์ อาจถูกดำเนินคดีฐานละเมิดลิขสิทธิ์ได้

เปิดเพลงในร้านอย่างไรให้ถูกลิขสิทธิ์

วิธีขอลิขสิทธิ์เพลงแบบถูกต้องการกฎหมาย

ตรวจสอบชื่อเพลงที่เก็บค่าลิขสิทธิ์: ในประเทศไทย มีผู้ให้บริการจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์เพลงหลายราย โดยแต่ละรายจะดูแลเก็บค่าลิขสิทธิ์เพลงที่แตกต่างกัน ผู้ประกอบการหรือผู้ที่ต้องการใช้เพลง ควรตรวจสอบรายชื่อเพลงที่เก็บค่าลิขสิทธิ์จากเว็บไซต์ของผู้ให้บริการจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์เพลงที่ตนเองใช้บริการอยู่ โดยสามารถค้นหารายชื่อเพลงได้จากชื่อเพลง คำขึ้นต้น ชื่อศิลปิน หรือผู้แต่งเพลง เป็นต้น หรือตรวจสอบผ่านเว็บไซต์ของกรมทรัพย์สินทางปัญญา : https://music.ipthailand.go.th/song ที่ได้จัดทำฐานข้อมูลรายชื่อเพลงที่เก็บค่าลิขสิทธิ์เพลงในประเทศไทย

การทำความเข้าใจเรื่องลิขสิทธิ์: ศึกษาและทำความคุ้นเคยกับกฎหมายลิขสิทธิ์และเข้าใจสิทธิ์ของเจ้าของลิขสิทธิ์ ติดตามข่าวสารล่าสุดเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงหรือการอัปเดตกฎหมายลิขสิทธิ์เพื่อให้แน่ใจว่าเรานั้นอยู่ในขอบเขตทางกฎหมายอยู่เสมอ

การขอสิทธิ์และใบอนุญาต: ขออนุญาตและรับใบอนุญาตเมื่อต้องใช้เนื้อหาที่มีลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นการ sampling การคัฟเวอร์เพลงหรือใช้เพลงในโปรเจ็กต์เชิงพาณิชย์ ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณมีสิทธิ์ที่จำเป็นเพื่อหลีกเลี่ยงการละเมิดลิขสิทธิ์

ให้การระบุแหล่งที่มาอย่างเหมาะสม: เมื่อใช้เนื้อหาที่มีลิขสิทธิ์ให้ระบุแหล่งที่มาอย่างชัดเจนและถูกต้องแก่ผู้สร้างต้นฉบับเสมอ การให้เครดิตเจ้าของลิขสิทธิ์อย่างถูกต้องเหมาะสมไม่เพียงแต่แสดงความเคารพต่อผลงานต่อผู้สร้างต้นฉบับเสมอเท่านั้น แต่ยังช่วยหลีกเลี่ยงความเข้าใจผิดหรือปัญหาทางกฎหมายอีกด้วย

ใช้เพลงปลอดค่าลิขสิทธิ์: ใช้เพลงที่ไม่มีค่าลิขสิทธิ์หรือเพลงภายใต้ใบอนุญาต Creative Commons สำหรับร้านหรือธุรกิจ เพลงประเภทนี้สามารถใช้ได้โดยไม่จำเป็นต้องได้รับอนุญาตหรือขอใบอนุญาตส่วนบุคคล ทำให้เป็นทางเลือกที่ปลอดภัยสำหรับผู้สร้างเนื้อหา Creative Commons license (CC license) คือ สัญญาอนุญาตทางลิขสิทธิ์ที่อนุญาตให้เจ้าของลิขสิทธิ์สามารถให้สิทธิบางส่วนหรือทั้งหมดแก่สาธารณะ โดย CC license แบ่งออกเป็น 6 ประเภท แต่ละประเภทมีเงื่อนไขที่แตกต่างกัน ดังนี้

  • CC0 (Public Domain Dedication): การยกผลงานให้เป็นสาธารณสมบัติ หมายความว่า ผลงานนั้นสามารถนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์หรือเชิงวิชาการได้โดยไม่มีข้อจำกัดใดๆ
  • CC BY (Attribution): อนุญาตให้ทำซ้ำ แจกจ่าย ดัดแปลง เผยแพร่ผลงาน โดยต้องระบุที่มาของผลงานและชื่อผู้สร้าง
  • CC BY-SA (Attribution-ShareAlike): อนุญาตให้ทำซ้ำ แจกจ่าย ดัดแปลง เผยแพร่ผลงาน โดยต้องระบุที่มาของผลงานและชื่อผู้สร้าง และผลงานที่ดัดแปลงต้องอยู่ภายใต้สัญญาอนุญาตเดียวกัน
  • CC BY-ND (Attribution-NoDerivs): อนุญาตให้ทำซ้ำ แจกจ่าย เผยแพร่ผลงาน โดยต้องระบุที่มาของผลงานและชื่อผู้สร้าง แต่ห้ามดัดแปลงผลงาน
  • CC BY-NC (Attribution-NonCommercial): อนุญาตให้ทำซ้ำ แจกจ่าย เผยแพร่ผลงาน โดยต้องระบุที่มาของผลงานและชื่อผู้สร้าง แต่ห้ามนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์
  • CC BY-NC-SA (Attribution-NonCommercial-ShareAlike): อนุญาตให้ทำซ้ำ แจกจ่าย เผยแพร่ผลงาน โดยต้องระบุที่มาของผลงานและชื่อผู้สร้าง แต่ห้ามนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์ และผลงานที่ดัดแปลงต้องอยู่ภายใต้สัญญาอนุญาตเดียวกัน

วิธีขอสิทธิ์และใบอนุญาตใช้เพลง

การขอสิทธิ์และใบอนุญาตใช้เพลง หมายถึง การขออนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์เพลง เพื่อนำเพลงไปใช้ในกิจกรรมหรือกิจการต่างๆ เช่น การเผยแพร่ต่อสาธารณชน การบันทึกเสียง การดัดแปลงเพลง สามารถทำได้ 2 วิธี ดังนี้

  1. ติดต่อขออนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์เพลงโดยตรง

    ผู้ที่ต้องการใช้เพลงสามารถติดต่อขออนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์เพลงโดยตรง โดยสามารถติดต่อเจ้าของลิขสิทธิ์เพลงได้จากช่องทางต่างๆ เช่น เว็บไซต์ อีเมล หรือโทรศัพท์ โดยในการติดต่อขออนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์เพลง ผู้ที่ต้องการใช้เพลงควรแจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับการใช้เพลง เช่น ชื่อเพลง ศิลปิน ผู้แต่งเพลง วัตถุประสงค์ในการใช้เพลง ระยะเวลาในการใช้เพลง

  2. ใช้บริการของผู้ให้บริการจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์เพลง

    ในประเทศไทย มีผู้ให้บริการจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์เพลงหลายราย โดยผู้ให้บริการจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์เพลงจะทำหน้าที่รวบรวมลิขสิทธิ์เพลงจากเจ้าของลิขสิทธิ์เพลงต่างๆ และให้บริการอนุญาตใช้เพลงให้กับผู้ที่ต้องการใช้เพลง ผู้ที่ต้องการใช้เพลงสามารถใช้บริการของผู้ให้บริการจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์เพลง โดยสามารถค้นหารายชื่อเพลงที่ให้บริการจากเว็บไซต์ของผู้ให้บริการจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์เพลง และผู้ให้บริการจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์เพลงจะแจ้งค่าธรรมเนียมในการอนุญาตให้ใช้เพลงให้ผู้ที่ต้องการใช้เพลงทราบ

ข้อควรรู้และข้อควรระวัง

ไม่ควรเปิดเพลงจาก YouTube หรือวิทยุ เพราะหลายคนอาจคิดว่าการเปิดเพลงในบ้าน หรือเปิดในร้านอาหารก็ไม่น่าจะผิดอะไรมากมาย และเลือกใช้วิธีการเปิดเพลงจากคลื่นวิทยุ หรือเปิดตามสื่อออนไลน์อย่าง YouTube เสียงดัง ๆ ภายในร้าน เพื่อให้ลูกค้าได้ฟังด้วย ซึ่งวิธีนี้ผิดกฎหมาย เนื่องจากตามกฎหมายได้ระบุไว้ชัดเจนว่าการเปิดวิทยุฟังเพลง ถือว่าเป็นการฟังส่วนตัว และการเปิดให้คนอื่นฟังด้วยนั้นจึงถือว่าผิดกฎหมาย และเข้าข่ายได้ว่าจะเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์เพลง

กรณีการเล่นเพลงจากแผ่นซีดี (CD) หรือแผ่นดีวีดี (DVD) หรือไฟล์ดิจิตอลที่ซื้อมา เรานั้นมีกรรมสิทธิ์ในตัวแผ่นซีดี (CD) หรือ แผ่นดีวีดี (DVD) หรือไฟล์ดิจิตอล สามารถใช้เพื่อความบันเทิงส่วนตัวหรือภายในครอบครัวเท่านั้น การใช้/เปิดเพลงในสถานประกอบการเพื่อการค้า (เปิดเพลงในร้านค้า, ร้านอาหาร) ท่านต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์ก่อน

สรุป


การเปิดเพลงที่มีลิขสิทธิ์ภายในร้านอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ไม่ใช่แค่เพียงช่วยลดความเสี่ยงในการถูกดำเนินคดีทางกฎหมาย แต่ยังช่วยส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาผลงานสร้างสรรค์แก่ศิลปิน เป็นแรงจูงใจให้บุคคลสร้างสรรค์ผลงานใหม่ๆ เนื่องจากผู้สร้างสรรค์จะได้รับผลตอบแทนจากผลงานของตน หากผลงานได้รับความนิยม นอกจากนี้ยังเป็นประโยชน์ต่อสังคม เพราะช่วยส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาเศรษฐกิจ และส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาวัฒนธรรม หากเราทุกคนสนับสนุนเพลงอย่างถูกต้องตามกฎหมาย อุตหกรรมเพลงในประเทศก็จะเติมโตอย่างก้าวประโดด เกิดศิลปินและผลงานงานใหม่ๆเพิ่มขึ้นอีกมากมาย แล้วเราก็จะมีเพลงดีๆ ที่ช่วยสร้างบรรยากาศและรายได้ที่ดีให้กับร้านของเราครับ

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

ถ้าสถานประกอบการเปิดเพลงที่เจ้าของลิขสิทธิ์อนุญาตให้ใช้ฟรีนั้นก็สามารถเปิดได้แบบไม่ผิดอะไร หรือสถานประกอบการนั้นซื้อลิขสิทธิ์เพลงมาแล้วอย่างถูกต้องก็ไม่มีความผิดเช่นกัน แต่ถ้าเป็นการเปิดเพลงโดยที่ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นการเปิดจากวิทยุ หรือ YouTube ถือว่ามีความผิดอาจจะต้องถูกดำเนินคดีละเมิดลิขสิทธิ์เพลง 

  1. ร้านเปิดเพลงที่มีลิขสิทธิ์หมดอายุแล้ว โดยทั่วไปแล้ว เพลงจะมีลิขสิทธิ์คุ้มครองทันทีที่สร้างสรรค์ขึ้น โดยมีอายุลิขสิทธิ์ 50 ปีนับแต่ปีที่แต่งเพลง หากเพลงนั้นแต่งขึ้นก่อนปี พ.ศ. 2502 ก็ถือว่าหมดอายุลิขสิทธิ์แล้ว สามารถเปิดได้โดยไม่ผิดกฎหมาย

  2. ร้านเปิดเพลงที่เจ้าของลิขสิทธิ์อนุญาตให้ใช้ฟรี มีเว็บไซต์และแพลตฟอร์มต่างๆ ที่รวบรวมเพลงที่ไม่มีลิขสิทธิ์หรืออนุญาตให้ใช้ฟรี เช่น YouTube Audio Library, Free Music Archive, Jamendo เป็นต้น

  3. ร้านได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์ หากร้านต้องการเปิดเพลงที่มีลิขสิทธิ์อยู่ จำเป็นต้องขออนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์ก่อน โดยอาจต้องเสียค่าลิขสิทธิ์ตามแต่ตกลง

  4. ร้านเปิดเพลงในปริมาณน้อย หากร้านเปิดเพลงเพียงเล็กน้อย เช่น เปิดเพลงประกอบบรรยากาศหรือเปิดเพลงคลอเบาๆ เจ้าของลิขสิทธิ์อาจไม่สนใจที่จะดำเนินคดี

  5. ร้านเปิดเพลงในสถานที่ที่ยากต่อการเข้าถึง หากร้านเปิดเพลงในสถานที่ที่ยากต่อการเข้าถึง เช่น ร้านในชนบทหรือร้านที่มีขนาดเล็กมาก เจ้าของลิขสิทธิ์อาจไม่ทราบว่าร้านดังกล่าวเปิดเพลงของตน

  6. ร้านเปิดเพลงในระยะเวลาสั้นๆ หากร้านเปิดเพลงเพียงระยะเวลาสั้นๆ เช่น เปิดเพลงเฉพาะช่วงที่มีลูกค้าเข้ามาใช้บริการ เจ้าของลิขสิทธิ์อาจไม่สนใจที่จะดำเนินคดี

โทษทางอาญา ผู้ที่ละเมิดลิขสิทธิ์เพลงมีโทษจำคุกไม่เกิน 4 ปี หรือปรับไม่เกิน 400,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตัวอย่างการละเมิดลิขสิทธิ์เพลงที่อาจเข้าข่ายความผิดทางอาญา ได้แก่

  • การทำซ้ำหรือดัดแปลงเพลงโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์
  • การเผยแพร่เพลงโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์
  • การจำหน่ายเพลงละเมิดลิขสิทธิ์

โทษทางแพ่ง เจ้าของลิขสิทธิ์เพลงมีสิทธิเรียกค่าเสียหายจากผู้ที่ละเมิดลิขสิทธิ์ได้ โดยไม่มีกำหนดสูงสุด ตัวอย่างการละเมิดลิขสิทธิ์เพลงที่อาจเข้าข่ายความผิดทางแพ่ง ได้แก่

  • การทำซ้ำหรือดัดแปลงเพลงโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์
  • การเผยแพร่เพลงโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์
  • การจำหน่ายเพลงละเมิดลิขสิทธิ์
  • การละเมิดลิขสิทธิ์เพลงเพื่อการค้า

กรณีนำเพลงไปร้องมีความผิดหรือไม่ ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ในการร้องเพลงและลักษณะของเพลงนั้นๆ โดยทั่วไปแล้ว เพลงจะมีลิขสิทธิ์คุ้มครองทันทีที่สร้างสรรค์ขึ้น โดยมีอายุลิขสิทธิ์ 50 ปีนับแต่ปีที่แต่งเพลง หากเพลงนั้นแต่งขึ้นหลังปี พ.ศ. 2502 ก็ถือว่ามีลิขสิทธิ์อยู่ การนำเพลงไปร้องโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์ อาจเข้าข่ายละเมิดลิขสิทธิ์ได้ ดังนี้

  • การละเมิดลิขสิทธิ์เพื่อการค้า หากนำเพลงไปร้องเพื่อหารายได้หรือผลประโยชน์ทางการค้า เช่น ร้องเพลงในร้านอาหารหรือสถานประกอบการต่างๆ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์ อาจถูกดำเนินคดีฐานละเมิดลิขสิทธิ์ มีโทษจำคุกไม่เกิน 4 ปี หรือปรับไม่เกิน 400,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
  • การละเมิดลิขสิทธิ์โดยไม่หวังผลกำไร หากนำเพลงไปร้องเพื่อวัตถุประสงค์อื่นที่ไม่ใช่การค้า เช่น ร้องเพลงในงานสังสรรค์หรือร้องเพลงเพื่อฝึกฝนทักษะการร้องเพลง โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์ อาจถูกดำเนินคดีฐานละเมิดลิขสิทธิ์ มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ราคาลิขสิทธิ์เพลงจะขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น ประเภทของเพลง ระยะเวลาการใช้งาน ลักษณะของการใช้งาน และเงื่อนไขอื่นๆ ดยทั่วไปแล้ว ราคาลิขสิทธิ์เพลงสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภท

  • ค่าลิขสิทธิ์ถาวร เป็นค่าลิขสิทธิ์ที่ต้องจ่ายครั้งเดียว โดยครอบคลุมการใช้งานเพลงตลอดระยะเวลาที่ลิขสิทธิ์ยังคงอยู่ โดยราคาค่าลิขสิทธิ์ถาวรจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับประเภทของเพลง ระยะเวลาการใช้งาน และลักษณะของการใช้งาน ตัวอย่างเช่น ค่าลิขสิทธิ์เพลงสำหรับใช้ในร้านอาหารอาจเริ่มต้นที่ 500 บาทต่อเพลงต่อปี ในขณะที่ค่าลิขสิทธิ์เพลงสำหรับใช้ในรายการโทรทัศน์อาจเริ่มต้นที่ 100,000 บาทต่อเพลง
  • ค่าลิขสิทธิ์ตามการใช้งาน เป็นค่าลิขสิทธิ์ที่ต้องจ่ายตามจำนวนครั้งหรือระยะเวลาการใช้งานเพลง โดยราคาค่าลิขสิทธิ์ตามการใช้งานจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับประเภทของเพลง ระยะเวลาการใช้งาน และลักษณะของการใช้งาน ตัวอย่างเช่น ค่าลิขสิทธิ์เพลงสำหรับใช้ในโฆษณาอาจเริ่มต้นที่ 5,000 บาทต่อครั้ง ในขณะที่ค่าลิขสิทธิ์เพลงสำหรับใช้ในภาพยนตร์อาจเริ่มต้นที่ 100,000 บาทต่อนาที

บทความที่คุณอาจสนใจ..

แชร์หน้านี้ :

บทความ สาระความรู้

Mixing และ Mastering คือ อะไร? แตกต่างกันหรือไม่? อย่างไร!?

เจาะลึกรายละเอียดว่า Mixing และ Mastering คือ อะไร? พร้อมชี้ให้เห็นความต่างกันชัดๆ จะน่าสนใจแค่ไหน? อยากรู้ คลิกเลย!

เคล็ดลับเลือกเพลงคู่ ร้องคาราโอเกะ สำหรับทุกโอกาส

ร้องคาราโอเกะนั้นเป็นกิจกรรมความบันเทิงที่สนุกสนาน และจะสนุกสนานขึ้นเมื่อเราร้องคู่กับ คนในครอบครัว เพื่อน แฟน บทความนี้เรามีเพลงสำหรับร้องคู่มาแนะนำครับ

Backing Track คือ อะไร? แจกวาร์ป Backing Track เพลงไทย

พามาทำความรู้จักว่า Backing Tracks คืออะไร? เบื้องหลังความสำเร็จของศิลปินระดับโลก พร้อมแจกวาร์ปโหลด Backing Track เพลงไทยกันฟรีๆ อ่านเพิ่มเติม คลิกเลย!

ZEN Blue 3 มาตรฐานใหม่ในระบบเสียงบลูทูธ จาก iFi Audio

มาตรฐานใหม่ในระบบเสียงบลูทูธ ที่คุณอาจไม่เคยสัมผัสที่ไหนมาก่อนกับ ZEN Blue 3 สินค้าใหม่ล่าสุดจากแบรนด์ iFi Audio เป็นยังไงไปชมกัน!

ผลงานการติดตั้ง

ผลงานการติดตั้ง ระบบภาพและเสียงห้องประชุม สำนักงานเขตคลองสาน (ฝ่ายปกครอง)

ขอขอบคุณ สำนักงานเขตคลองสาน (ฝ่ายปกครอง) ที่ได้ให้ความไว้วางใจเลือกซื้อและใช้บริการออกแบบและติดตั้ง ระบบภาพและเสียงห้องประชุม จากทีมงาน SoundDD

ผลงานการติดตั้ง ระบบเสียงเวทีแสดง ร้าน Maotiverse (เมาติเวิร์ส) พระราม 2

ขอขอบคุณ ร้าน Maotiverse (เมาติเวิร์ส) ที่ได้ให้ความไว้วางใจเลือกซื้อและใช้บริการออกแบบและติดตั้งระบบเครื่องเสียงเวที โดย บริษัท ซาวด์ดีดี กรุ๊ป จำกัด ด้วยครับ

ผลงานการติดตั้ง ระบบเสียงห้องประชุม สถาบันพัฒนามันสำปะหลัง (ห้วยบง)

ระบบไมค์ประชุมดิจิตอลแบบไร้สาย ที่มีข้อดีหลากหลายด้านไม่ว่าจะเป็น การติดตั้งที่ง่าย, การเคลื่อนย้ายสะดวก และการจัดการง่าย บทความนี้เป็นผลงานติดตั้งจาก สถาบันพัฒนามันสำปะหลัง (ห้อยบง)

ผลงานการติดตั้ง ระบบเสียงปฎิบัติธรรม ลีลาสถาพรกูรธรรมสถาน

SoundDD.Shop พาชมระบบเสียงปฎิบัติธรรม ที่ได้เลือกติดตั้งลำโพงเครื่องเสียงจากแบรนด์ BOSE และ ALLEN&HEATH จะเป็นอย่างไรไปชมกัน

ใส่ความเห็น

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่าคุกกี้

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้
    รายละเอียดคุกกี้

บันทึก