Estimated reading time: 3 นาที
Mixing และ Mastering เป็น 2 ขั้นตอนที่ผู้คนมักที่จะเข้าใจผิด หรือบางครั้งอาจจะจำว่าเป็นสิ่งเดียวกันไปเลย ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ผิด! ในบทความนี้ผมจะพาเพื่อนๆ มาเจาะลึกรายละเอียดว่า Mixing และ Mastering คือ อะไร? พร้อมชี้ให้เห็นความต่างกันชัดๆ
ไม่ว่าคุณจะเป็นโปรดิวเซอร์เพลงรุ่นใหม่ หรือเพียงแค่อยากรู้เกี่ยวกับความมหัศจรรย์ที่อยู่เบื้องหลังเพลงโปรด บทความนี้จะพาคุณไปทำความรู้จักศาสตร์ และศิลป์ของการ Mixing และ Mastering จะน่าสนใจแค่ไหน? ถ้าพร้อมแล้ว ไปชมกันเลย ~
สารบัญ
MIXING(มิก-ซิ่ง) แปลว่า การผสม
MASTERING(มาส-เตอ-ริ่ง) แปลว่า ทำให้สมบูรณ์
**เป็นการแปลเพื่อให้ตรงบริบทกับการใช้ในงานด้านเสียง
Mixing คือ อะไร?
Mixing(มิก-ซิ่ง) คือ 1 ในขั้นตอนการประมวลผลเสียง(Process) เป็นการนำเสียงทุกแทร็ก เช่น เสียงร้อง กีต้าร์ กลอง หรือเอฟเฟกต์ต่างๆ มาผสม เพื่อรวมกันให้ออกมาเป็น แทร็กเดียว ด้วยการ เพิ่ม หรือลดความแรงสัญญาณเสียงของทุกแทร็กให้มีความสมดุล(Balanced) ปรับแต่งเสียงแต่ละแทร็กให้มีความชัดเจน จัดตำแหน่งเครื่องดนตรีแต่ละชิ้น เพื่อให้แน่ใจว่าแต่ละเสียงที่นำมาผสมกันจะมีความกลมกล่อม พร้อมทั้งเพิ่ม Reverb หรือเอฟเฟกต์เท่ๆ เพื่อให้เสียงร้อง และเครื่องดนตรีมีเสน่ห์อย่างที่ศิลปินต้องการ
5 ขั้นตอนหลักๆ ในการ Mixing
- ปรับระดับความแรงสัญญาณให้สมดุล(Balanced) : ปรับแต่ง Gain แต่ละแทร็ก เพื่อให้แน่ใจว่า ทุกแทร็กมีระดับความแรงสัญญาณที่ใกล้เคียงกัน และมีความสมดุลมากที่สุด
- จัดตำแหน่งของเสียงด้วย Panning : กระจายเสียงแต่ละแทร็กไปตามตำแหน่งที่ต้องการด้วยการ Panning ช่วยให้มิติของเสียงโดยรวมมีความเป็นธรรมชาติ ลงตัว ไม่ตีกันมั่ว
- ตัดแต่งโทนเสียงด้วย EQ : ตัดแต่งย่านความถี่แต่ละแทร็ก เพื่อให้เครื่องดนตรีแต่ละชิ้นมีความโดดเด่น และ ไม่ถูกเบียดบังด้วยเครื่องดนตรีชิ้นอื่น
- Compression และ Limiting : เป็นการปรับระดับของเสียงที่ดังที่สุด และเบาที่สุด เพื่อให้เสียงมีไดนามิกที่ดี เนื้อเสียงเต็มช่วง และระดับความดังที่ไม่พีคจนเกินไป
- Reverb และ Delay : ช่วยเพิ่มมิติของเสียงในแต่ละแทร็กให้มีความเป็นธรรมชาติ ทำให้ผู้ฟังสามารถรู้สึกได้ถึงบรรยากาศ และสภาพแวดล้อมของเสียง
Mixing หรือการมิกซ์เสียง เป็นส่วนผสมระหว่างศาสตร์ และศิลป์ ซาวด์เอ็นจีเนียร์ที่มีทักษะ สามารถทำให้เพลงมีความชัดเจน กลมกล่อม และทรงพลัง สามารถสื่อสารข้อความ หรืออารมณ์ที่ศิลปินต้องการจะสื่อไปยังผู้ฟังได้อย่างครบถ้วน
Mastering คือ อะไร?
Mastering(มาส-เตอ-ริ่ง) คือ ขั้นตอนสุดท้ายในกระบวนการผลิตเพลง(Music Production) เป็นการตรวจสอบคุณภาพเสียงที่ผ่านการ Mixing เรียบร้อย ปรับแต่งโทนเสียง ระดับความดัง และมิติของเสียงอีกครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่า คุณภาพเสียงที่ได้จะดีที่สุด ไม่ว่าจะเล่นด้วยอุปกรณ์อะไร หรือบริการสตรีมมิ่งเจ้าใด เป็นขั้นตอนสุดท้ายในการรีเช็คคุณภาพก่อนที่จะทำการเผยแพร่ หรือจัดจำหน่ายเพลงไปยังผู้ฟัง
5 ขั้นตอนหลักๆ ในการ Mastering
- ปรับแต่ง EQ เพิ่มเติม : เป็นการปรับแต่งโทนเสียงในขั้นตอนสุดท้าย เพื่อให้แน่ใจว่า เพลง ที่ผ่านกระบวนการ Mixing มาแล้ว จะสามารถเล่น(Playback) ได้อย่างถูกต้อง แม่นยำในทุกอุปกรณ์
- Compression and Limiting : เพิ่มระดับความดังโดยรวม(Overall) เพื่อให้เสียงมีไดนามิกที่ดีโดยที่ไม่ส่งผลให้คุณภาพเสียงดร็อปลง
- ตรวจเช็ค ประสิทธิภาพของเสียงในระบบ Stereo : เพื่อให้แน่ใจว่าเมื่อเล่นเสียงในระบบสเตอริโอ เสียงที่ได้จะมีความสมดุล เวทีเสียงมีความกว้างอย่างที่ควรจะเป็น
- เช็คคุณภาพเสียงบนทุกแพลตฟอร์ม : เป็นการรีเช็คไฟล์เสียงรอบสุดท้าย เพื่อให้แน่ใจว่า คุณภาพเสียงจะดีที่สุด ไม่ว่าจะเล่นบนแพลตฟอร์มใด
- เพิ่มข้อมูล Metadata : เป็นการฝังข้อมูลต่างๆ เข้าไปยังไฟล์เพลง เช่น ชื่อแทร็ก ชื่อศิลปิน หรือรหัส ISRC (International Standard Recording Code) เป็นต้น
Mastering หรือการทำให้สมบูรณ์ เป็นขั้นตอนสุดท้ายก่อนที่เพลงจะออกมาเป็น ไฟนอลแทร็ก เพื่อเผยแพร่ หรือจัดจำหน่าย เป็นการตรวจเช็คคุณภาพเสียงโดยละเอียด เพื่อให้แน่ใจว่า เพลงของคุณจะฟังดูเป็นมืออาชีพ ให้คุณภาพที่เทียบเท่า หรือใกล้เคียงกัน ไม่ว่าจะเปิดฟังผ่านหูฟัง ลำโพงมอนิเตอร์ หรือลำโพงในรถยนต์
Mixing และ Mastering แตกต่างกันยังไง?
ถึงแม้ว่า Mixing และ Mastering จะเป็นขั้นตอนที่มีเป้าหมายในการยกระดับคุณภาพการบันทึกเสียงเหมือนกัน แต่จุดประสงค์ในการใช้นั้นแตกต่างกันอย่างชัดเจน โดยที่ขั้นตอนการ Mixing จะมุ่งเน้นไปที่การปรับแต่งองค์ประกอบโดยรวมในทุกแทร็กให้ส่งเสริมซึ่งกัน และกัน เพื่อยกระดับคุณภาพเสียงเป็นหลัก แต่ Mastering จะมุ่งเน้นไปที่การรีเช็คคุณภาพเสียง และปรับแต่งให้ไฟล์เสียงที่ผ่านการ Mixing มาแล้ว สามารถ Playback ได้อย่างถูกต้อง แม่นยำ บนทุกอุปกรณ์ และทุกแพลตฟอร์ม
Mixing
- จัดการกับเสียงใน ทุกแทร็ก
- เกี่ยวข้องกับการปรับสมดุลระดับเสียง, การแพน, EQ, การบีบอัด และเอฟเฟกต์
- ผสมผสานทุกแทร็ก ทำให้ทุกองค์ประกอบสามารถเข้ากันได้อย่างลงตัว
Mastering
- จัดการกับไฟล์เสียงที่ผ่านการ Mixing เรียบร้อยแล้ว
- เกี่ยวข้องกับการปรับ EQ, การบีบอัด, Limiter และการเพิ่มประสิทธิภาพระบบเสียงสเตอริโอ
- รีเช็ค และปรับแต่งโทนเสียงโดยรวม ให้มีคุณภาพเสียงเทียบเท่า หรือใกล้เคียงกันบนทุกแพลตฟอร์ม
ถึงแม้เราจะบอกว่า Mixing และ Mastering นั้นเป็นขั้นตอนที่แตกต่าง และไม่ใช่ขั้นตอนเดียวกัน แต่ทั้ง 2 ขั้นตอนนั้นเชื่อมโยงกันอย่างมีนัยยะ กล่าวคือ หากคุณมิกซิ่งเสียงออกมาได้ดี ก็จะช่วยให้เสียงที่ผ่านการมาสเตอริ่งของคุณดีขึ้นไปโดยปริยาย
สรุป
Mixing และ Mastering เป็น 2 ขั้นตอนสำคัญในงาน Music Production ซึ่งแตกต่างกันอย่างชัดเจน เป็น 2 ขั้นตอนที่จะช่วยให้เพลงของคุณมีความเป็นมืออาชีพ การันตีว่าคุณภาพเสียงจะดีที่สุดไม่ว่าจะเล่นบนอุปกรณ์ หรือแพลตฟอร์มใด หากคุณเข้าใจหลักการทำงานของการ Mixing และ Mastering ทีมงานเชื่อว่ามันจะสามารถช่วยเพิ่มคุณภาพเพลงของคุณได้อย่างมีนัยสำคัญ
ขอบคุณข้อมูลดีดีจาก iZotope
หวังว่าบทความนี้จะมีประโยชน์ให้กับเพื่อนๆ ได้บ้างไม่มากก็น้อย อย่างน้อยที่สุดน่าจะทำให้เพื่อนๆ เข้าใจว่า Mixing และ Mastering คือ อะไร? และแตกต่างกันอย่างไร? วันนี้ผมต้องขอตัวลาไปก่อน พบกันใหม่ในบทความหน้า สวัสดีครับ ~
บทความที่คุณอาจสนใจ..
ตอบ : MIXING(มิก-ซิ่ง) แปลว่า การผสม
ตอบ : MASTERING(มาส-เตอ-ริ่ง) แปลว่า ทำให้สมบูรณ์
ตอบ : Mixing จะมุ่งเน้นไปที่การปรับแต่งองค์ประกอบโดยรวมในทุกแทร็กให้ส่งเสริมซึ่งกัน และกัน เพื่อยกระดับคุณภาพเสียงเป็นหลัก แต่ Mastering จะมุ่งเน้นไปที่การรีเช็คคุณภาพเสียง และปรับแต่งให้ไฟล์เสียงที่ผ่านการ Mixing มาแล้ว สามารถ Playback ได้อย่างถูกต้อง แม่นยำ บนทุกอุปกรณ์ และทุกแพลตฟอร์ม


บทความ สาระความรู้
วิธีเลือก ไมโครโฟนไร้สาย สำหรับ ห้องประชุม, เวที, ห้องเรียน
สรุปวิธีเลือกไมโครโฟนไร้สายสำหรับห้องเรียน ห้องประชุม และเวทีแบบเข้าใจง่าย ช่วยให้คุณเปรียบเทียบสเปกและตัดสินใจเลือกได้ตรงตามความต้องการ
พลิกโฉมห้องประชุมยุคใหม่ด้วย AI Conference จาก AISpeech
จัดการประชุมให้มีประสิทธิภาพและราบรื่นกว่าที่เคย ทำความรู้จัก AI Conference เทคโนโลยีจาก AISpeech ที่จะช่วยยกระดับการพูดคุยธุรกิจของคุณ
จากยุคเครื่องเสียงบ้าน สู่ยุค Portable Party ที่พกความสนุกไปได้ทุกที่
พาดูความเปลี่ยนแปลงของการฟังเพลง จากยุคเครื่องเสียงบ้าน สู่ยุค Portable Party ที่พกความสนุกไปได้ทุกที่ ตอบโจทย์การใช้งานยุคใหม่ที่เน้นความเรียบง่ายและคล่องตัว
Mixer รุ่นเล็กพร้อมใช้งาน ราคาไม่เเรง ใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน
งบน้อยแต่อยากได้เสียงโปร? เราคัด 5 Mixer รุ่นเล็กพร้อมใช้งาน ราคาไม่เเรง ที่เหมาะกับสตรีมเมอร์และนักดนตรีมาให้แล้ว
โปรโมชั่น
โปรโมชันรับสิทธิ์ซื้อ JBL EASYSING MIC ลด 10% เมื่อซื้อพร้อมสินค้า JBL PARTYBOX รุ่นที่กําหนด
3 - 31 ก.ค. 2569
โปรโมชัน ชุดลำโพงไลน์อาร์เรย์ THE ULTIMATE DVA READY FOR ANY VENUS ราคาพิเศษ กับแบรนด์ dBTechnologies
วันนี้ - 31 ก.ค. 69
MAHAJAK 55th Anniversary ชุดเครื่องเล่นดีเจ จากแบรนด์ PIONEER DJ เมื่อซื้อสินค้าลงทะเบียนแลกรับของแถมสุดพิเศษ
5 มิ.ย. - 31 ก.ค. 2569
MAHAJAK 55th Anniversary of Professional Audio ชุดเครื่องเสียงลำโพง ไมโครโฟน เมื่อซื้อสินค้าลงทะเบียนแลกรับของแถมสุดพิเศษ
5 มิ.ย. - 31 ก.ค. 2569
ผลงานการติดตั้ง
ลูกค้าของเรา Rimhong Cafe | ระบบเสียง Ozone Songkran Music Festival
พาชมระบบเสียงงาน Ozone Songkran Music Festival ที่ Rimhong Cafe จ.ศรีสะเกษ งานนี้ติดตั้งลำโพง JBL Professional SRX900 แบบ Full
ลูกค้าของเรา Next idol academy ระบบเสียงเวที ห้องเทรนนิ่ง และห้องเรียน
ขอขอบคุณ Next idol academy ที่ไว้วางใจให้เราเป็นส่วนหนึ่งในการติดตั้งระบบเสียงสำหรับเวที ห้องเทรนนิ่ง และห้องเรียน
ลูกค้าของเรา ร้านบางตะบูนเบย์ ระบบเสียงเวที
เราภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการส่งมอบประสบการณ์ระดับ World-Class ด้วยชุดเครื่องเสียงแบรนด์ดังจากอิตาลี dBTechnologies ที่ได้รับความไว้วางใจจากมืออาชีพทั่วโลก
ลูกค้าของเรา บริษัท ยู แฮส จำกัด ระบบเสียงคาเฟ่
ลูกค้าของเรา บริษัท ยู แฮส จำกัด ระบบเสียงคาเฟ่มาตรฐานสากล EV EVOLVE 30M และ YAMAHA MG 16XU ดูแลการติดตั้งโดย SoundDD.Shop