คัดกรอง

ตัวกรองที่เปิดใช้

Showing 1–20 of 49 results

ตู้ลำโพง Passive

ตู้ลำโพง (Passive Speaker) ซาวด์ดีดี ช็อป เป็นตัวแทนจำหน่าย อย่างเป็นทางการ จากแบรนด์ชั้นนำของโลกหลากหลายแบรนด์ รับประกันสินค้าทุกตัวของเเท้ 100% ส่งฟรี! ทั่วประเทศ ยินดีให้คำปรึกษาเรื่องระบบเสียง

 

฿25,700 (รวม VAT 7% แล้ว)
฿25,700 (รวม VAT 7% แล้ว)
฿19,700 (รวม VAT 7% แล้ว)
฿19,700 (รวม VAT 7% แล้ว)
฿16,500 (รวม VAT 7% แล้ว)
฿16,500 (รวม VAT 7% แล้ว)
฿11,000 (รวม VAT 7% แล้ว)
฿31,000 (รวม VAT 7% แล้ว)
฿31,000 (รวม VAT 7% แล้ว)
-31%
฿36,500 (รวม VAT 7% แล้ว)
-30%
฿8,500 (รวม VAT 7% แล้ว)
฿26,800 (รวม VAT 7% แล้ว)
฿28,500 (รวม VAT 7% แล้ว)
฿26,500 (รวม VAT 7% แล้ว)
฿17,000 (รวม VAT 7% แล้ว)
฿15,500 (รวม VAT 7% แล้ว)

ตู้ลำโพง Passive จุดเด่น และข้อจำกัด

ตู้ลำโพงประเภทนี้จะสามารถพบเจอได้อยู่บ่อยๆ ทั้งในงานระบบเครื่องเสียงกลางแจ้ง และเครื่องเสียงบ้าน ตั้งแต่ระบบที่มีขนาดเล็กจนถึงขนาดใหญ่ เป็นประเภทที่ต้องใช้เครื่องขยายเสียง หรือเพาเวอร์แอมปลิไฟเออร์ (Power Amplifier) เป็นตัวขยายสัญญาณเสียง และส่งสัญญาณเสียงออกไปยังตู้ลำโพงประเภท Passive จึงจะสามารถใช้งานได้ ภายในตู้ลำโพงจะไม่มีวงจรอะไรซับซ้อนเลย นอกเสียจากวงจรตัวแบ่งแยกความถี่ หรือ Crossover Network (ภายในตัวตู้)  และขั้วต่อสายลำโพง (ที่ด้านหลังตัวตู้ลำโพง)

จุดเด่น…ของตู้ลำโพง Passive

  • ตู้ลำโพง Passive หากเรามีความสามารถในการจับคู่ (Matching) กับเครื่องขยายเสียง ได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมที่สุด จะได้คุณภาพเสียงที่ดี  รายละเอียดชัดเจน เสียงพุ่งไกล และมีมิติของเสียงที่ดี
  • หากเรามีเทคนิคเชิงช่าง เราก็สามารถที่จะอัปเกรดอุปกรณ์ภายในตู้ได้ เช่น สายลำโพง ตัวแบ่งแยกคลื่นความถี่ (Crossover Network) ทำให้เราสามารถเลือกเกรดของอุปกรณ์ต่างๆ และสามารถจัดการได้เองอย่างอิสระ เพื่อให้ตู้ลำโพงมีคุณภาพเสียงที่ดีที่สุด…นั่นเอง

ข้อจำกัด…ของตู้ลำโพง Passive

  • ในทางตรงกันข้าม ตู้ลำโพง Passive หากมีการจับคู่ (Matching) ทั้งตัวอุปกรณ์เครื่องขยายเสียง และตู้ลำโพง ที่ไม่เหมาะสม และไม่เข้ากัน อาจได้คุณภาพเสียงที่ด้อยคุณภาพ หากประสบการณ์ในการจับคู่ของอุปกรณ์ของเรา ไม่ดีเท่าที่ควร อาจได้มาซึงคุณภาพเสียงที่ผิดเพี้ยนไปได้โดยง่าย เพราะฉะนั้นการจับคู่ของอุปกรณ์นั้นเป็นเรื่องที่สำคัญเป็นอย่างมาก ต้องเป็นผู้ที่มีความชำนาญ ทั้งเทคนิค และประสบการณ์สูง ในการจับคู่ (Matching) ของอุปกรณ์ให้ใช้งานร่วมกัน
  • ในด้านการใช้งาน ไม่เหมาะกับลักษณะงานที่ต้องการความคล่องตัว เพราะต้องขนอุปกรณ์ชนิดต่างๆ จำนวนมาก
  • ต้องเสียค่าใช้จ่ายในจำนวนเงินที่สูงในการอัปเกรดอุปกรณ์ในส่วนต่างๆ หากคุณต้องการที่จะได้คุณภาพเสียงจากตู้ลำโพงที่ดีที่สุด

ตู้ลำโพงทั้งในแบบ Active และ Passive ต่างก็มีทั้งข้อดี กันคนละแบบแตกต่างกันออกไป ในส่วนของการเลือกใช้งาน อาจต้องคำนึงถึงลักษณะของงานเป็นสำคัญ เช่น หากต้องการเคลื่อนย้ายไปใช้งานตามสถานที่ต่างๆ อยู่บ่อยๆ เปิดท้ายของของ , งานสัมมนาภาคสนาม , งานอีเว้นท์ตามห้างสรรพสินค้า หรือตามสถานที่ต่างๆ ที่ต้องการความคล่องตัวในการเคลื่อนย้าย เราอาจเลือกใช้งานตู้ลำโพงประเภท Active

หรือหากต้องการเน้นในด้านคุณภาพเสียงที่ดี งานติดตั้งระบบเสียงที่อยู่กับที่ ไม่มีการเคลื่อนย้าย เช่น ห้องประชุม ห้องสัมมนา , ผับ , บาร์ หรือร้านอาหารต่างๆ ก็อาจจะเลือกใช้งานตู้ลำโพงประเภท Passive ทั้งนี้ทั้งนั้น…องค์ประกอบที่สำคัญก็ขึ้นอยู่ที่การออกแบบของตัวผู้ใช้งานเอง ว่าจะเลือกใช้งานตู้ลำโพงในแบบไหน ที่จะสามารถตอบโจทย์ลักษณะของงานให้ได้มากที่สุด

หน้าแรก
โปรโมชั่น
กลุ่มสินค้า
บทความ
บัญชี
หน้าแรก
โปรโมชั่น
กลุ่มสินค้า
บทความ
บัญชี

โปรดคลิก อ่านนโยบายคุกกี้ของเรา มิฉะนั้นเราจะถือว่าคุณตกลงกับการใช้คุกกี้ของเรา