ตู้ลำโพง Active Line Array dBtechnologies VIO L1610 3 ทาง 3200 วัตต์ มาพร้อมภาคขยาย DIGIPRO® G4 พร้อมช่วงตอบสนองความถี่ 60Hz – 17kHz จากแบรนด์ dBtechnologies
dBtechnologies VIO L1610
3-WAY ACTIVE LINE ARRAY MODULE
ระบบลำโพงไลน์อาร์เรย์แบบแอคทีฟ 3 ทาง ที่ได้รับการออกแบบด้วยองค์ประกอบแม่เหล็กนีโอไดเมียมทั้งหมด เพื่อให้ได้ทั้งประสิทธิภาพเสียงระดับสูง และน้ำหนักที่เหมาะสมต่อการติดตั้ง โดยประกอบด้วยลำโพงวูฟเฟอร์ขนาด 10 นิ้ว จำนวน 2 ดอก พร้อมวอยซ์คอยล์ขนาด 2.5 นิ้ว สำหรับการตอบสนองย่านความถี่ต่ำที่ลึก และทรงพลัง
ระบบทำงานร่วมกับชุดลำโพงโคแอกเชียลนีโอไดเมียม ซึ่งประกอบด้วยไดรเวอร์เสียงกลางขนาด 4 นิ้ว และไดรเวอร์เสียงแหลมแบบ Compression Driver วอยซ์คอยล์ 2.5 นิ้ว ติดตั้งบนเวฟไกด์ที่ออกแบบเฉพาะ
โครงสร้างอะคูสติกแบบโคแอกเชียลสมมาตรนี้ ช่วยให้การตอบสนองทรานเชียนต์มีความแม่นยำสูง ถ่ายทอดรายละเอียดเสียงได้อย่างครบถ้วน พร้อมให้การกระจายเสียงที่สม่ำเสมอทุกมุมรับฟัง (Off-axis Coherence) รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพด้าน Headroom ของระบบอย่างชัดเจน
รองรับการทำงานร่วมกับระบบ VIO Series
เช่นเดียวกับผลิตภัณฑ์ในตระกูล VIO ทุกรุ่น VIO L1610 ได้รับการออกแบบให้สามารถทำงานร่วมกับระบบอื่นในซีรีส์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ด้วยประสิทธิภาพเสียงที่โดดเด่น ทำให้สามารถใช้งานเป็นระบบ Main PA ขนาดกะทัดรัดได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังเหมาะสำหรับใช้งานเป็น Downfill ร่วมกับระบบขนาดใหญ่ เช่น VIO L212 ทั้งในด้านการออกแบบเชิงกล และอะคูสติก
รองรับระบบ Network Audio อย่างครบวงจร
ภาคขยาย Digipro G4 มาพร้อมช่อง Modular Slot สำหรับรองรับ Expansion Card โดยมาตรฐานจะติดตั้ง RD-Net Card ของ dBTechnologies เพื่อรองรับการควบคุมแบบเรียลไทม์ผ่านซอฟต์แวร์ Aurora Net
นอกจากนี้ ระบบยังรองรับการอัปเกรดสู่โปรโตคอล Audinate Dante™ สำหรับการส่งสัญญาณเสียงดิจิทัลผ่านเครือข่าย รวมถึงการควบคุมระบบแบบเรียลไทม์
ภายในตู้ลำโพงยังติดตั้งระบบ Near Field Communication (NFC™) พร้อมไฟ LED ด้านหน้า เพื่อช่วยระบุและจัดการแต่ละโมดูลผ่านซอฟต์แวร์ Aurora Net ได้อย่างรวดเร็ว และแม่นยำ
เทคโนโลยีภาคขยายเสียงขั้นสูง
ขับเคลื่อนด้วยภาคขยาย Digipro G4® Class-D กำลังขับ 1600W RMS ระบบประมวลผล DSP ประสิทธิภาพสูง พร้อม Linear Phase FIR Filters ช่วยลด Latency และเพิ่มความแม่นยำของสัญญาณเสียง
ผู้ใช้งานสามารถตั้งค่า DSP Preset สำหรับ Speaker Coupling และการชดเชยความถี่สูง (High Frequencies Compensation) ผ่าน Rotary Encoder บนตัวเครื่องได้โดยตร นอกจากนี้ ระบบยังสามารถตรวจสอบสถานะอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และทรานสดิวเซอร์ได้ทั้งก่อน ระหว่าง และหลังการใช้งาน เพื่อเพิ่มความมั่นใจในการใช้งานระดับ Tour Grade และควบคุมสุขภาพของระบบเสียงได้แบบเรียลไทม์
ระบบ Rigging อัจฉริยะ ติดตั้งรวดเร็ว
มาพร้อมระบบ Rigging แบบ 3 จุด อันเป็นเอกลักษณ์ของซีรีส์ VIO ช่วยให้การติดตั้งเป็นไปอย่างรวดเร็ว และปลอดภัย จุดเชื่อมต่อด้านหน้า 2 จุด ถูกออกแบบให้เชื่อมต่อโมดูลได้ง่าย ขณะที่ชุด Rigging ด้านหลังตรงกลางใช้ระบบ Ring-Type Link สำหรับปรับมุม Splay Angle ได้ตั้งแต่ 1° ถึง 10° ด้วยเพียง Pin เดียว
ผู้ใช้งานสามารถตั้งค่ามุมล่วงหน้าได้ผ่านรถเข็นขนส่ง DT-VIOL210L ที่รองรับได้สูงสุด 4 โมดูล และเมื่อยกชุดลำโพงขึ้น ระบบจะล็อกมุมที่ตั้งไว้โดยอัตโนมัติ ลดภาระในการติดตั้งหน้างาน สำหรับงานแขวนระบบ Flying Frame รุ่น DRK-210 ช่วยให้การยก และติดตั้งระบบทำได้อย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ
คุณสมบัติ
- ระบบลำโพงไลน์อาร์เรย์แบบแอคทีฟ 3 ทาง พร้อมการออกแบบสมมาตร (Symmetric 3-Way Active Line Array Module)
- ช่วงความถี่ใช้งาน Usable Bandwidth [-10 dB] : 56Hz – 20kHz
- การตอบสนองความถี่ Frequency Response [-6 dB] : 60Hz – 17kHz
- ระดับความดังสูงสุด Max SPL : 141 dB
- วูฟเฟอร์ขนาด 10 นิ้ว จำนวน 2 ดอก
- มุมกระจายเสียง
- แนวนอน (Horizontal Directivity) : 100°
- แนวตั้ง (Vertical Directivity) : ขึ้นอยู่กับจำนวนและรูปแบบการจัดเรียง Array
- เทคโนโลยีแอมป์ : Digipro G4 Full Range
- ประเภทแอมป์ : Class-D
- กำลังขับต่อเนื่อง (RMS) : 1600 วัตต์
- กำลังขับสูงสุด (Peak Power) : 3200 วัตต์
- เทคโนโลยีพรีแอมป์ : Floating Audio Input พร้อม Digital Optical Isolation
- ระบบประมวลผลเสียง (Processor)
- DSP Audio Processor แบบ 32-bit / 96kHz
- ระบบแปลงสัญญาณ AD/DA : 24-bit / 96kHz
- Limiter : Dual Active Peak, RMS และ Thermal Protection
- ฟังก์ชัน DSP ขั้นสูง
- Linear Phase FIR Filters
- ระบบ Manual Test
- ระบบตรวจสอบค่าความต้านทานแบบเรียลไทม์ (Real-Time Impedance Test)







รีวิว
ยังไม่มีบทวิจารณ์