4 FILTER บนมิกเซอร์ (HPF ,LPF ,BPF ,BSF) คืออะไร? ใช้งานยังไง!?

4 FILTER บนมิกเซอร์ คืออะไร? ใช้งานยังไง!?

เคยสงสัยมั้ย!? HPF,LPF บนมิกเซอร์มันคือปุ่มอะไร? ใช้งานยังไง? วันนี้เราจะพามารู้จักกับ 4 Filter บนมิกเซอร์ ที่คุณควรจะรู้หลักการทำงานเบื้องต้นของมัน ถ้าพร้อมแล้ว ไปชมกันได้เลยครับ ~

4 Filter บนมิกเซอร์ที่คุณควรใช้ให้เป็น

  1. LPF(Low Pass Filter)
  2. HPF(High Pass Filter)
  3. BPF(Band Pass Filter)
  4. BSF(Band Stop Filter)

LPF (Low Pass Filter) หรือ High Cut


Low Pass Filter หรือ High Cut คือตัวกรองความถี่ ที่จะปล่อยคลื่นความถี่ต่ำผ่านไป และตัดคลื่นความถี่ที่สูงกว่าที่กำหนดออก โดยการทำงานของ LPF จะเป็นการกรองเสียงในย่านความถี่ โดยเสียงที่มีย่านความถี่ “เกินกว่าที่กำหนดจะถูกตัดออกไป คนจึงนิยมเรียกกันว่า “High Cut”

อธิบายตามภาพด้านบน หลังจากเปิดใช้ LPF ที่ความถี่ 16 KHz จะสังเกตุได้ว่าเส้นของความดังจะค่อยๆ โน้มลงเมื่อมาถึง ย่านความถี่ 16 KHz และจะค่อยๆ โน้มลงเรื่อยๆ จนถึง 0 db ส่วนเสียงที่ย่านความถี่ต่ำกว่า 16 KHz จะไม่ได้รับผลกระทบใดๆ

โดย LPF มักจะถูกใช้ในกรณีที่เปิดเสียงของลำโพง ดังมากๆ ซึ่งจะทำให้เกิดเสียง Noise ตามมา LPF จะช่วยในการตัดเสียง Noise ในย่านความถี่สูงออกไป

HPF (High Pass Filter) หรือ Low Cut


High Pass Filter หรือ Low Cut คือตัวกรองความถี่ ที่จะปล่อยคลื่นความถี่สูงผ่านไป และตัดคลื่นความถี่ที่ต่ำกว่าที่กำหนดออก โดยการทำงานของ HPF จะเป็นการกรองเสียงในย่านความถี่ โดยเสียงที่มีย่านความถี่ “ต่ำกว่าที่กำหนดจะถูกตัดออกไป คนจึงนิยมเรียกกันว่า “Low Cut”

อธิบายตามภาพด้านบน หลังจากเปิดใช้ HPF ที่ความถี่ 80 Hz จะสังเกตุได้ว่าเส้นของความดังจะค่อยๆ เพิ่มขึ้นจาก 0 db  และจะเพิ่มขึ้นจนถึงแนวปกติเมื่อถึงย่านความถี่ 80 Hz ส่วนเสียงที่ย่านความถี่สูงกว่า 80 Hz จะไม่ได้รับผลกระทบใดๆ

โดย HPF มักจะนิยมใช้ในงานที่ต้องการจะเน้น เสียงพูด หรือ เสียงร้อง เป็นพิเศษ HPF จะช่วยในการลดเสียงต่ำที่ทำให้เสียงดูบวมๆ ฟังยาก ให้มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น

BPF (Band Pass Filter)


Band Pass Filter คือตัวกรองความถี่ที่รวม Filter ทั้งสองแบบก่อนหน้า โดยการทำงานของ BPF จะเป็นการกรองเสียงในย่านความถี่ โดยเสียงที่มีย่านความถี่ “ต่ำ” และ “สูง” กว่าที่กำหนดจะถูกตัดออกไป และปล่อยให้เสียงที่ความถี่ในเกณฑ์ที่กำหนดผ่านไป

อธิบายตามภาพด้านบน หลังจากเปิดใช้ BPF ที่ความถี่ 80 Hz และ 16 KHz จะสังเกตุได้ว่าเส้นของความดังจะค่อยๆ เพิ่มขึ้นจาก 0 db  และจะเพิ่มขึ้นจนถึงแนวปกติเมื่อถึงย่านความถี่ 80 Hz และเมื่อเส้นเดินทางมาถึงย่านความถี่ 16 KHz เส้นจะค่อยๆ โน้มลง จนถึง 0 db ส่วนเสียงที่ย่านความถี่สูงกว่า 80 Hz และ ต่ำกว่า 16 KHz จะไม่ได้รับผลกระทบใดๆ

โดย BPF จะมีลักษณะการใช้งานที่ค่อนข้างจะเฉพาะทาง เป็นฟังก์ชั่นเฉพาะ ที่จะพบเจอได้ใน มิกเซอร์ Digital เท่านั้น!

BSF (Band Stop Filter) หรือ Nocth Filter


Band Stop Filter หรือ Nocth Filter คือตัวกรองความถี่ที่จะพิเศษกว่า 3 แบบก่อนหน้า จะมีลักษณะการทำงานที่ต่างจากทั้ง 3 แบบ โดยการทำงานของ BSF จะเป็นการกรองเสียงในย่านความถี่ตามปกติ แต่จะเป็นการเลือกความถี่ที่ “ไม่ต้องการ” และตัดเสียงในย่านความถี่นั้นๆ ออก

อธิบายตามภาพด้านบน หลังจากเปิดใช้ BSF ที่ย่านความถี่ 10 KHz จะสังเกตุได้ว่าเส้นของความดัง จะอยู่ในแนวปกติ แต่จะโน้มตัวลงเมื่อ มาถึง ย่านความถี่ 10 KHz และจะเพิ่มกลับมาเป็นปกติเมื่อ ผ่าน จุด 10 KHz เสียงที่อยู่ในย่านความถี่อื่นๆ จะไม่ได้รับผลกระทบใดๆ

โดย BSF จะมีลักษณะการใช้งานที่ค่อนข้างจะเฉพาะทาง เป็นฟังก์ชั่นเฉพาะ ที่จะพบเจอได้ใน มิกเซอร์ Digital เท่านั้น!

สรุป


ฟีลเตอร์แต่ละแบบ จะมีลักษณะการทำงาน และเหมาะสมกับงานคนละแบบ บทความนี้เป็นเพียงการอธิบายความรู้เบื้องต้น และหลักการทำงานคร่าวๆ ของฟีลเตอร์แต่ละแบบ เพื่อนำไปต่อยอด และประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อไป 

หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ ไม่มากก็น้อย หากเพื่อนๆ อ่านและชื่นชอบสามารถติดตาม บทความอื่นๆ ได้ที่ด้านล่าง วันนี้ Sounddd ขอตัวลาไปก่อน สวัสดีครับ ~

ชมสินค้ามิกเซอร์ได้ที่นี่