เสียงที่ดีคือจุดเริ่มต้นของการสื่อสารประสิทธิภาพไม่ว่าจะเป็น คลาสเรียน หรือแม้แต่บนเวทีคอนเสิร์ต ามกลางไมโครโฟนที่มีให้เลือกมากมาย เราจะรู้ได้อย่างไรว่าตัวไหนคืออุปกรณ์ที่ “พอดี” กับงานของเราที่สุด? การทำความเข้าใจ วิธีเลือก ไมค์ไร้สาย ให้ตอบโจทย์การใช้งาน จึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะเปลี่ยนให้ทุกการสื่อสารของคุณราบรื่น ไร้รอยต่อ และส่งไปถึงผู้ฟังได้อย่างตั้งใจ มาดูกันครับว่ามีปัจจัยอะไรบ้างที่เราควรพิจารณา.
พื้นฐานที่ต้องรู้ก่อนเลือก “ไมค์ไร้สาย”
นอกเหนือจากไมโครโฟนแบบถือทั่วไปแล้ว ระบบไมโครโฟนไร้สายยังมีรูปแบบตัวส่งสัญญาณที่หลากหลาย เพื่อรองรับรูปแบบการใช้งานที่แตกต่างกัน นั่นก็คือ
- แบบถือ (Handheld): รูปแบบคลาสสิกที่ใช้งานง่ายและแพร่หลาย เหมาะสำหรับนักร้อง พิธีกร หรือการส่งต่อไมค์ให้ผู้พูดหลายคน
- แบบพกพา (Bodypack): ตัวส่งสัญญาณขนาดเล็กและน้ำหนักเบา นิยมนำไปหนีบติดเข็มขัดหรือซ่อนในเสื้อผ้า ทำงานร่วมกับไมโครโฟนแบบติดปกเสื้อ (Lavalier) หรือไมค์แบบครอบศีรษะ (Headset) เหมาะสำหรับวิทยากร ผู้ฝึกสอน หรือนักแสดงละครเวทีที่ต้องการความเป็นอิสระของมือทั้งสองข้าง
- แบบเสียบต่อ (Plug-on): ตัวส่งสัญญาณที่ออกแบบมาเพื่อเสียบเข้ากับไมโครโฟนแบบมีสายโดยตรง หรือเสียบกับเครื่องดนตรี (เช่น กีตาร์ หรือเบส) เพื่อแปลงสัญญาณให้กลายเป็นระบบไร้สาย เหมาะสำหรับการทำข่าวภาคสนาม หรือนักดนตรีที่ต้องการเคลื่อนไหวอย่างอิสระบนเวที
Analog vs Digital Wireless ต่างกันอย่างไร?
- ระบบ Analog: อาศัยกระบวนการที่เรียกว่า “Companding” (บีบอัดสัญญาณที่ฝั่งส่งและขยายสัญญาณที่ฝั่งรับ) เพื่อส่งคลื่นเสียงผ่านความถี่วิทยุ ซึ่งในบางครั้งอาจทำให้เกิดความผิดเพี้ยนของเสียง หรือเสียงซ่าแทรกเข้ามาได้ อย่างไรก็ตาม ระบบอะนาล็อกมีข้อดีคือสัญญาณจะค่อยๆ ลดทอนลงเมื่อระยะห่างไกลขึ้น ทำให้วิศวกรเสียงพอจะรู้ตัวล่วงหน้าก่อนสัญญาณจะตัดไป
- ระบบ Digital: แปลงสัญญาณเสียงให้เป็นข้อมูลดิจิทัล (0 และ 1) ก่อนส่งผ่านคลื่นวิทยุ ทำให้ได้คุณภาพเสียงที่ใสสะอาด มีการตอบสนองความถี่ที่กว้างและคงที่ (20 Hz ถึง 20 kHz) โดยไม่ต้องผ่านกระบวนการ Companding นอกจากนี้ยังสามารถจัดสรรช่องสัญญาณในสเปกตรัมความถี่ได้คุ้มค่ากว่า แต่หากสัญญาณอ่อนเกินไป ระบบจะตัดเสียงทันที
เลือกย่านความถี่แบบไหนดี? (UHF, VHF, DECT, 2.4GHz)
การเลือกย่านความถี่มีผลโดยตรงต่อระยะการส่งและสัญญาณรบกวน ต่อไปนี้คือตารางเปรียบเทียบย่านความถี่หลักๆ เพื่อประกอบการตัดสินใจ:
ตารางเปรียบเทียบย่านความถี่สำหรับไมโครโฟนไร้สาย
| ย่านความถี่ | ช่วงความถี่หลัก | คุณลักษณะเด่น | ข้อจำกัดหลัก |
|---|---|---|---|
| VHF | 49 – 216 MHz | ราคาประหยัด, ระยะส่งไกลในที่โล่ง | เสาอากาศมีขนาดใหญ่, ช่องสัญญาณจำกัดและมีโอกาสถูกกวนง่าย |
| UHF | 470 – 698 MHz | มาตรฐานอุตสาหกรรมมืออาชีพ, ทะลุทะลวงสิ่งกีดขวางได้ดีเยี่ยม | ความหนาแน่นของคลื่นสูง, ต้องเช็คข้อบังคับการใช้คลื่นในแต่ละพื้นที่ |
| DECT (1.9GHz) | 1.92 – 1.93 GHz | จัดการความถี่อัตโนมัติ, มีความปลอดภัยและการเข้ารหัสที่รัดกุม | อาจมีความหน่วง (Latency) บ้าง, รองรับช่องสัญญาณหนาแน่นได้จำกัด |
| 2.4 GHz (ISM) | 2.40 – 2.48 GHz | ใช้งานได้ฟรีทั่วโลกโดยไม่ต้องขออนุญาต | สัญญาณรบกวนจากเครือข่าย Wi-Fi และ Bluetooth สูง, ระยะส่งสั้น |
วิธีเลือก ไมโครโฟนไร้สาย ให้ตอบโจทย์ 3 สถานที่การใช้งาน
ไมโครโฟนไร้สาย ห้องประชุม
รูปแบบไมค์ที่เหมาะกับการจัดห้องประชุมจะมีทั้งแบบวางบนโต๊ะ (Boundary Microphone) ที่รับเสียงผู้เข้าร่วมได้รอบทิศทาง และไมค์ก้านคอห่าน (Gooseneck Microphone) สำหรับติดตั้งบนแท่นโพเดียมหรือบนโต๊ะที่เน้นรับเสียงผู้พูดโดยตรง อย่างเช่นชุดไมค์ประชุมไร้สายดิจิทัล SOUNDVISION DWS-3000 Series ที่ออกแบบมาเพื่อลดข้อจำกัดเรื่องสายเคเบิล โดยมีฟังก์ชันการทำงานที่สนับสนุนห้องประชุมดังนี้ครับ
หน้าจอสัมผัสและการแสดงสถานะ (Smart UI)
ฐานไมโครโฟนผลิตจากวัสดุอะลูมิเนียมอัลลอยด์ มาพร้อมหน้าจอสัมผัส IPS ขนาด 4 นิ้ว ช่วยให้ผู้ใช้งานตรวจสอบสถานะของไมค์ได้ด้วยตัวเอง เช่น ปริมาณแบตเตอรี่ ระดับความดัง และหมายเลขเครื่อง นอกจากนี้ยังมีไฟวงแหวนที่ก้านไมค์เพื่อบอกสถานะการทำงานอย่างชัดเจน (ไฟสีแดงเมื่อเปิดไมค์พูด และไฟสีเขียวเมื่อกดขอคิวพูด)
ระบบกล้องติดตามผู้พูดอัตโนมัติ (Built-in Camera Tracking)
ระบบนี้ช่วยให้ไมโครโฟนทำงานร่วมกับกล้องวิดีโอหมุนได้ (PTZ Camera) ในห้องประชุม เมื่อมีผู้กดปุ่มพูด กล้องจะหันไปจับภาพผู้พูดคนนั้นทันที ฟังก์ชันนี้ถูกประมวลผลผ่านเครื่องควบคุมหลัก (Central Controller) ของระบบไมค์โดยตรง จึงช่วยลดความซับซ้อนเพราะไม่ต้องต่อพ่วงอุปกรณ์ควบคุมกล้องแยกต่างหาก
การจัดการเสียงและลดสัญญาณรบกวน (DSP & Anti-Interference)
ตัวเครื่องใช้ชิปประมวลผลสัญญาณเสียงดิจิทัล หรือ DSP (Digital Signal Processor) ทำหน้าที่ปรับสมดุลความถี่เสียง ลดเสียงรบกวนรอบข้าง และป้องกันปัญหาไมค์หอน พร้อมทั้งมีวงจรป้องกันคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ารบกวนที่อาจเกิดจากโทรศัพท์มือถือของผู้เข้าร่วมประชุม ทำให้เสียงสนทนาที่ส่งออกไปมีความชัดเจนและเป็นธรรมชาติ
การจัดการประชุมและพลังงาน
- การบริหารการประชุม: ไมค์สำหรับประธาน (Chairman Unit) จะมีปุ่มฟังก์ชันพิเศษสำหรับกดอนุมัติสิทธิ์การพูด หรือกดตัดเสียงผู้ร่วมประชุมท่านอื่นได้ เพื่อรักษาความเรียบร้อยของเนื้อหาในที่ประชุม
- การบันทึกข้อมูล: เครื่องควบคุมหลักมีช่องเชื่อมต่อ USB สามารถเสียบแฟลชไดรฟ์เพื่อบันทึกไฟล์เสียงการประชุมทั้งหมดได้ทันที
- แบตเตอรี่และระยะสัญญาณ: ตัวไมค์ใช้แบตเตอรี่ลิเธียมที่สามารถชาร์จผ่านพอร์ต Type-C (รองรับการเสียบสายชาร์จพร้อมกับใช้งาน) การชาร์จเต็มหนึ่งครั้งสามารถใช้งานต่อเนื่องได้ประมาณ 7 ชั่วโมง และระยะการรับส่งสัญญาณไร้สายครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 60 เมตร
ไมโครโฟนไร้สาย ห้องเรียน
ในสภาพแวดล้อมทางการศึกษา ไมโครโฟนไร้สาย ห้องเรียน ควรเน้นความสะดวก ใช้งานง่ายโดยเฉพาะระบบที่มีการจัดการความถี่อัตโนมัติ (Auto Frequency Management) ซึ่งช่วยให้ผู้สอนสามารถหยิบไมค์ออกมาแล้วใช้งานได้ทันที สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญเพิ่มเติมคือการจัดการแบตเตอรี่และแท่นชาร์จแบบเครือข่าย (Networked Charging Station) สำหรับห้องเรียน
ระบบแท่นชาร์จอัจฉริยะที่เชื่อมต่อผ่านระบบเครือข่าย (เช่น เครือข่าย Dante หรือซอฟต์แวร์ควบคุม) จะช่วยให้ทีมไอทีหรือผู้ดูแลระบบสามารถตรวจสอบปริมาณแบตเตอรี่และสถานะการชาร์จของไมโครโฟนได้จากศูนย์กลาง อุปกรณ์ควรมีแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนที่ใช้งานได้ยาวนาน (8-15 ชั่วโมง) ต่อการชาร์จหนึ่งครั้งเพื่อให้ครอบคลุมการสอนตลอดทั้งวัน นอกจากนี้ ควรเลือกไมค์แบบพกพา เช่น ไมค์ติดปกเสื้อ (Lavalier) เพื่อให้ผู้สอนใช้มืออธิบายประกอบสื่อได้อย่างอิสระ (ตัวอย่างเช่น SOUNDVISION SU-990D/BTP ซึ่งเป็นชุดไมค์หนีบปกเสื้อและคาดศีรษะที่คล่องตัวสูง ทำงานบนคลื่นความถี่ UHF ที่ถูกต้องตามหลัก กสทช.)
สำหรับ SOUNDVISION SU-990D/BTP เป็นชุดไมโครโฟนไร้สายที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้งานในสภาพแวดล้อมทางการศึกษาหรือการบรรยายที่ต้องการความคล่องตัวสูงครับ ตัวย่อ “BTP” (Bodypack Transmitter) บ่งบอกว่าชุดอุปกรณ์นี้มาพร้อมกับเครื่องส่งสัญญาณแบบพกพา ซึ่งสามารถเลือกเชื่อมต่อกับไมโครโฟนได้ 2 รูปแบบ คือ ไมค์แบบหนีบปกเสื้อ (Lavalier) และไมค์แบบคาดศีรษะ (Headset) ทำให้ผู้สอนมีอิสระในการใช้มืออธิบายสื่อการสอนหรือเดินเคลื่อนที่ไปรอบๆ ห้องได้อย่างเต็มที่
เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการในห้องเรียน อุปกรณ์รุ่นนี้มีฟังก์ชันการทำงานที่เข้ามาช่วยลดความยุ่งยากทางเทคนิค ดังนี้ครับ
การจัดการคลื่นความถี่ที่ถูกต้องและเสถียร
ตัวไมค์ทำงานบนคลื่นความถี่ UHF (Ultra High Frequency) ซึ่งเป็นช่วงความถี่ที่ได้รับการรับรองจาก กสทช. (รองรับช่วง 694-703 MHz และ 748-758 MHz) คลื่นความถี่ช่วงนี้มีคุณสมบัติในการทะลุทะลวงสิ่งกีดขวางได้ดี นอกจากนี้ยังมีระบบ Auto Frequency Scanning หรือการสแกนหาคลื่นความถี่ที่ว่างโดยอัตโนมัติ เมื่อเปิดใช้งาน ระบบจะค้นหาและเลือกช่องสัญญาณที่ไม่มีการรบกวนให้เอง ผู้สอนจึงสามารถใช้งานได้ทันทีโดยไม่ต้องตั้งค่าความถี่ใหม่ทุกครั้ง
เทคโนโลยีรับสัญญาณแบบ True Diversity
ในห้องเรียนหรือห้องบรรยายขนาดใหญ่อาจมีจุดอับสัญญาณ ระบบรุ่นนี้จึงใช้เทคโนโลยี True Diversity ซึ่งเป็นการทำงานของเสาอากาศรับสัญญาณ 2 ต้นที่แยกกันรับข้อมูลอย่างอิสระ หากผู้สอนเดินไปยังจุดที่เสาอากาศต้นแรกรับสัญญาณได้อ่อนลง ระบบจะสลับไปดึงข้อมูลจากเสาอากาศอีกต้นที่สัญญาณแรงกว่าแบบอัตโนมัติและไร้รอยต่อ ช่วยป้องกันปัญหาเสียงขาดหายระหว่างการเดินสอน
การจับคู่อุปกรณ์ด้วยอินฟราเรด (IR Sync)
การเชื่อมต่อระหว่างตัวรับสัญญาณ (เครื่องที่ตั้งอยู่กับที่) และตัวส่งสัญญาณแบบพกพา (Bodypack) สามารถทำได้รวดเร็วผ่านระบบ IR Sync โดยใช้เทคโนโลยีอินฟราเรดแบบเดียวกับรีโมทคอนโทรล เพียงแค่นำตัวเครื่องพกพามาจ่อใกล้ๆ กับหน้าจอของเครื่องรับสัญญาณ ข้อมูลคลื่นความถี่ก็จะถูกซิงค์เข้าหากันทันที ช่วยประหยัดเวลาในการเตรียมอุปกรณ์ก่อนเริ่มคลาสเรียน
จอแสดงผลเพื่อการตรวจสอบสถานะที่แม่นยำ
บนเครื่องรับสัญญาณจะมีหน้าจอแสดงผลที่บอกข้อมูลสำคัญอย่างครบถ้วน ทั้งระดับสัญญาณเสียงที่เข้ามา (AF) ความเข้มของคลื่นสัญญาณไร้สาย (RF) รวมถึงการแสดงสถานะแบตเตอรี่ของตัวไมค์พกพา ฟังก์ชันนี้ช่วยให้ทีมไอทีหรือผู้ดูแลระบบสามารถประเมินระยะเวลาการใช้งาน และเปลี่ยนแบตเตอรี่ได้ทันเวลาก่อนที่ไมค์จะดับกลางคัน
ไมค์ลอย เวที และการแสดงสด
การแสดงสด คอนเสิร์ต หรือรายการโทรทัศน์ คือสภาพแวดล้อมที่มีความกดดันสูง ไมค์ลอย เวที จึงต้องเน้นความเสถียรขั้นสุดขีด ควรเลือกระบบที่มีสเปกตรัมรับสัญญาณแบบ True Diversity หรือการใช้สายอากาศ 4 ต้นแบบ Quadversity เพื่อให้มั่นใจได้ว่าระบบสามารถเลือกรับสัญญาณจากเสาอากาศที่ชัดเจนที่สุดและป้องกันสัญญาณขาดหาย (Dropouts) ได้อย่างสมบูรณ์
นอกจากนี้ ต้องคำนึงถึงการจัดการความหน่วงของสัญญาณ (Latency) ซึ่งในระดับมืออาชีพควรมีค่าต่ำกว่า 5ms (มิลลิวินาที) เพื่อให้ศิลปินไม่รู้สึกถึงความหน่วงของเสียงตัวเองกับเสียงดนตรีขณะทำการแสดง (ตัวอย่างไมค์ที่เหมาะกับงานแสดงสด เช่น VL-Audio V-mic Voice Mate (R1 F1) (R1 F2) (R2) ที่มีเทคโนโลยี True Diversity พร้อมความหน่วงต่ำเพียง 2.5ms หรือ SOUNDVISION SU-990D/HTP ชุดไมค์ถือคู่ที่มีเสาอากาศรับสัญญาณ 4 ต้น พร้อมระบบ Auto Mute อัจฉริยะ)
ความหน่วงเสียงต่ำกว่า 2.5 มิลลิวินาที (Ultra-Low Latency)
ในระบบไมค์ดิจิทัล เสียงร้องจะถูกแปลงเป็นข้อมูลดิจิทัล (ที่ความละเอียด 24-bit / 48kHz) แล้วส่งไปยังเครื่องรับ ซึ่งกระบวนการนี้มักจะสร้างความหน่วง หรือ Latency หากระบบมีความหน่วงสูง ศิลปินจะรู้สึกว่าเสียงร้องของตัวเองดีเลย์และไม่ตรงกับจังหวะดนตรีสด V-mic Voice Mate มีการประมวลผลที่สามารถกดค่าความหน่วงนี้ให้ต่ำกว่า 2.5 มิลลิวินาที ซึ่งเป็นความเร็วที่หูมนุษย์ไม่สามารถรับรู้ถึงความผิดปกติได้ ทำให้ศิลปินร้องเพลงและแสดงสดได้อย่างมั่นใจ
เทคโนโลยีรับสัญญาณ True Diversity ป้องกันเสียงขาดหาย
การแสดงบนเวทีมักมีการเคลื่อนที่ไปตามจุดต่างๆ ซึ่งอาจเจอกับจุดอับสัญญาณ ระบบนี้ใช้เทคโนโลยี True Diversity โดยมีเสาอากาศ 2 ต้นที่เครื่องรับ ทำหน้าที่รับสัญญาณแยกกันอย่างอิสระ หากศิลปินเดินไปยังจุดที่เสาอากาศต้นแรกรับคลื่นได้อ่อนลง ระบบจะสลับไปดึงข้อมูลจากเสาอากาศต้นที่สองที่มีสัญญาณแรงกว่าโดยอัตโนมัติ การสลับสัญญาณนี้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและไร้รอยต่อ จึงช่วยป้องกันปัญหาเสียงขาดหาย (Dropouts) กลางเวที
การจัดการคลื่นความถี่และการรองรับอุปกรณ์จำนวนมาก
งานคอนเสิร์ตมักมีการใช้อุปกรณ์ไร้สายหลายประเภทพร้อมกัน ระบบนี้ทำงานบนคลื่นความถี่ UHF (ช่วง 694.4 – 702.7 MHz และ 748.3 – 757.7 MHz) ซึ่งถูกต้องตามกฎหมาย และมีระบบ Auto Scan สำหรับค้นหาช่องสัญญาณที่ว่างเปล่าโดยอัตโนมัติ เมื่อได้คลื่นที่ต้องการแล้วสามารถจับคู่ตัวไมค์กับเครื่องรับผ่านอินฟราเรด (IR Sync) ได้ทันที นอกจากนี้ยังมีโหมด High Density ที่ช่วยให้ซาวด์เอนจิเนียร์สามารถเปิดใช้งานไมค์รุ่นนี้พร้อมกันได้สูงสุดถึง 42 ช่องสัญญาณโดยไม่เกิดคลื่นแทรกซ้อน
การปรับเปลี่ยนหัวไมโครโฟนให้เหมาะกับนักร้อง (Interchangeable Capsule)
เนื้อเสียงของศิลปินแต่ละคนมีความเหมาะสมกับหัวรับเสียงที่ต่างกัน ตัวไมค์มือถือของรุ่นนี้ออกแบบมาให้สามารถหมุนถอดหัวไมค์ (Capsule) ออกได้ และรองรับการสวมเข้ากับหัวไมโครโฟนมาตรฐานแบรนด์อื่นในท้องตลาด (เช่น หัวไมค์ของ Shure) ทำให้ทีมงานสามารถเลือกเปลี่ยนคุณสมบัติการรับเสียงให้เข้ากับสไตล์ของนักร้องได้ โดยยังคงใช้ระบบส่งสัญญาณไร้สายตัวเดิม
สรุป
ท้ายที่สุดแล้ว ไมโครโฟนไร้สายที่ถือว่า “ดีที่สุด” อาจไม่ได้หมายถึงรุ่นที่ราคาสูงที่สุดเสมอไปครับ แต่มันคือระบบที่เข้ามาช่วยแก้ปัญหาและตอบโจทย์สภาพแวดล้อมการทำงานของเราได้พอดีตัวต่างหาก
ไม่ว่าจะเป็นห้องประชุมที่ข้อมูลสำคัญต้องเป็นความลับ ห้องเรียนที่ต้องการความเรียบง่ายเพื่อให้คุณครูหยิบใช้งานได้ทันที หรือเวทีแสดงสดที่จังหวะและเสียงร้องต้องสอดคล้องกันแบบห้ามมีสะดุด
เพียงแค่เราเข้าใจลักษณะพื้นที่และข้อจำกัดของงานแต่ละแบบ การเลือกไมค์ที่ใช่ก็จะกลายเป็นเรื่องง่าย ผลลัพธ์ที่ตามมาคือการสื่อสารที่ราบรื่น เป็นธรรมชาติ โดยที่ผู้พูดสามารถส่งสารไปถึงผู้ฟังได้อย่างตั้งใจ และไม่มีปัญหาเรื่องเทคนิคมาคอยกวนใจครับ


บทความ สาระความรู้
วิธีเลือก ไมโครโฟนไร้สาย สำหรับ ห้องประชุม, เวที, ห้องเรียน
สรุปวิธีเลือกไมโครโฟนไร้สายสำหรับห้องเรียน ห้องประชุม และเวทีแบบเข้าใจง่าย ช่วยให้คุณเปรียบเทียบสเปกและตัดสินใจเลือกได้ตรงตามความต้องการ
พลิกโฉมห้องประชุมยุคใหม่ด้วย AI Conference จาก AISpeech
จัดการประชุมให้มีประสิทธิภาพและราบรื่นกว่าที่เคย ทำความรู้จัก AI Conference เทคโนโลยีจาก AISpeech ที่จะช่วยยกระดับการพูดคุยธุรกิจของคุณ
จากยุคเครื่องเสียงบ้าน สู่ยุค Portable Party ที่พกความสนุกไปได้ทุกที่
พาดูความเปลี่ยนแปลงของการฟังเพลง จากยุคเครื่องเสียงบ้าน สู่ยุค Portable Party ที่พกความสนุกไปได้ทุกที่ ตอบโจทย์การใช้งานยุคใหม่ที่เน้นความเรียบง่ายและคล่องตัว
Mixer รุ่นเล็กพร้อมใช้งาน ราคาไม่เเรง ใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน
งบน้อยแต่อยากได้เสียงโปร? เราคัด 5 Mixer รุ่นเล็กพร้อมใช้งาน ราคาไม่เเรง ที่เหมาะกับสตรีมเมอร์และนักดนตรีมาให้แล้ว
โปรโมชั่น
โปรโมชันรับสิทธิ์ซื้อ JBL EASYSING MIC ลด 10% เมื่อซื้อพร้อมสินค้า JBL PARTYBOX รุ่นที่กําหนด
3 - 31 ก.ค. 2569
โปรโมชัน ชุดลำโพงไลน์อาร์เรย์ THE ULTIMATE DVA READY FOR ANY VENUS ราคาพิเศษ กับแบรนด์ dBTechnologies
วันนี้ - 31 ก.ค. 69
MAHAJAK 55th Anniversary ชุดเครื่องเล่นดีเจ จากแบรนด์ PIONEER DJ เมื่อซื้อสินค้าลงทะเบียนแลกรับของแถมสุดพิเศษ
5 มิ.ย. - 31 ก.ค. 2569
MAHAJAK 55th Anniversary of Professional Audio ชุดเครื่องเสียงลำโพง ไมโครโฟน เมื่อซื้อสินค้าลงทะเบียนแลกรับของแถมสุดพิเศษ
5 มิ.ย. - 31 ก.ค. 2569
ผลงานการติดตั้ง
ลูกค้าของเรา Rimhong Cafe | ระบบเสียง Ozone Songkran Music Festival
พาชมระบบเสียงงาน Ozone Songkran Music Festival ที่ Rimhong Cafe จ.ศรีสะเกษ งานนี้ติดตั้งลำโพง JBL Professional SRX900 แบบ Full
ลูกค้าของเรา Next idol academy ระบบเสียงเวที ห้องเทรนนิ่ง และห้องเรียน
ขอขอบคุณ Next idol academy ที่ไว้วางใจให้เราเป็นส่วนหนึ่งในการติดตั้งระบบเสียงสำหรับเวที ห้องเทรนนิ่ง และห้องเรียน
ลูกค้าของเรา ร้านบางตะบูนเบย์ ระบบเสียงเวที
เราภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการส่งมอบประสบการณ์ระดับ World-Class ด้วยชุดเครื่องเสียงแบรนด์ดังจากอิตาลี dBTechnologies ที่ได้รับความไว้วางใจจากมืออาชีพทั่วโลก
ลูกค้าของเรา บริษัท ยู แฮส จำกัด ระบบเสียงคาเฟ่
ลูกค้าของเรา บริษัท ยู แฮส จำกัด ระบบเสียงคาเฟ่มาตรฐานสากล EV EVOLVE 30M และ YAMAHA MG 16XU ดูแลการติดตั้งโดย SoundDD.Shop