เวลาเราซื้อตั๋วเดินเข้าไปในคอนเสิร์ตฮอลล์หรืองานอีเวนต์ใหญ่ๆ แล้วได้ยินเสียงดนตรีที่กระหึ่ม คมชัด กระแทกใจ ความรู้สึกแรกที่เรามักจะคิดคือ “ระบบเสียงงานนี้ดีจัง” แค่ดันเฟดเดอร์บนมิกเซอร์ หรือกดปุ่มเพลย์บนคอมพิวเตอร์ เสียงก็ออกมาเพอร์เฟกต์แล้ว?
บทความนี้ SoundDD จะพาไปดู เบื้องหลังงานอีเวนต์ ที่แลกมากับการอดหลับอดนอน ทำงานแข่งกับเวลา และการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าของทีมโปรดักชัน ระบบเสียงงานอีเวนต์ เบื้องหลังที่กินเวลาหลายวันหรือหลายเดือนครับ
ขั้นตอนการทำงานทีมโปรดักชันและระบบเสียง
- การสำรวจหน้างาน
- นำอุปกรณ์เข้าและติดตั้ง
- ตรวจสอบและจูนระบบเสียง
- จัดวางไมค์และเครื่องดนตรี
- ทดสอบสัญญาณหน้าเวที
- เวลาแสดงและรื้อถอน
- สรุป
เบื้องหลังงานอีเวนต์ ที่คนดูไม่เคยเห็น “เสียงดี” ไม่ได้เกิดขึ้นตอนเปิดเพลง
การสำรวจหน้างาน เริ่มต้นดี ลดปัญหาไปได้ครึ่ง
หลายคนอาจจะคิดว่างานของคนดูแลระบบเสียง คือการไปยืนหมุนปุ่มปรับเสียงหน้าเครื่องมิกเซอร์ แต่จริงๆ แล้วหัวใจสำคัญที่ทำให้งานราบรื่น เกิดขึ้นตั้งแต่ก่อนเราจะก้าวเท้าไปถึงสถานที่จัดงานด้วยซ้ำ การวางแผนล่วงหน้าเป็นเหมือนการสร้างรากฐาน ถ้าเราเตรียมตัวมาดี ปัญหาชวนปวดหัวหน้างานก็จะลดลงไปได้เกินครึ่งเลยทีเดียว โดยขั้นตอนการเตรียมตัวที่สำคัญ จะมีอยู่ 2 เรื่องหลักๆ
สำรวจสถานที่และเช็คความต้องการของศิลปิน
ทีมโปรดักชันและระบบเสียงต้องรู้ขนาดพื้นที่ โครงสร้างของห้องหรือพื้นที่หรือแม้แต่จุดที่สามารถแขวนลำโพงและจุดรับน้ำหนักได้ เพื่อที่เราจะได้จัดชุดลำโพงไปให้เหมาะกับสเกลงาน เสียงจะได้ครอบคลุมพื้นที่ ฟังชัด ไม่ล้นจนหนวกหู หรือเบาจนขาดอรรถรส และสิ่งที่ต้องทำต่อมาคือการเช็คความต้องการของศิลปิ (ถ้ามี) ทีมโปรดักชันและระบบเสียง ต้องดูรายการเครื่องดนตรี สเปกอุปกรณ์ที่พวกเขาต้องใช้ รวมถึงจำนวนไมโครโฟนทั้งหมด
ในหนึ่งอีเว้นต์อาจจะมีศิลปินหลายคนหรือหลายวง สเปกอุปกรณ์ที่พวกเขาต้องใช้ก็จะไม่ซ้ำกันหรือแตกต่างกันออกไป แน่นอนว่าวันงานจริงอาจจะมีปัญหาหน้างานให้ต้องการอย่างแน่นอน การรู้ข้อมูลตรงนี้แต่เนิ่นๆ จะช่วยให้เราจัดเตรียมของไปได้พอดีเป๊ะ ไม่ต้องไปวิ่งหาของหน้างานให้วุ่นวาย หรือขนอุปกรณ์ไปเยอะเกินความจำเป็นจนเหนื่อยเปล่า และไม่ต้องเสียเวลาแก้ปัญหาที่จุดๆ หนึ่งนานเกินไปนั่งเองครับ
ทำตารางจัดการสายสัญญาณ แผนที่นำทางของทีม
การจัดสายสายสัญญาณนั้นเป็นอีกจุดที่มีความสำคัญมากๆ ครับ ลองนึกภาพสายไฟและสายไมค์นับสิบๆ เส้นบนเวทีดูครับ ถ้าไม่มีการวางแผนไว้ก่อน หน้างานคงพันกันยุ่ง นี่คือเหตุผลที่เราต้องทำตารางจัดการสายสัญญาณเอาไว้ล่วงหน้าเพื่อความปลอดภัยและความเป็นระเบียบ
ในตารางหรือเอกสารบนเวที แล้วสัญญาณจะวิ่งไปโผล่ที่แชนเนลของมิกเซอร์จะระบุเอาไว้ชัดเจนเลยว่า ไมค์ตัวที่หนึ่งของนักร้อง ต้องเสียบเข้าแชนเนลไหนบนมิกเซอร์ จะช่วยให้ทีมงานเดินสายเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่างๆ ได้อย่างรวดเร็วและเป็นระเบียบ ประหยัดเวลาเซ็ตอัพไปได้มหาศาล และที่สำคัญคือ ถ้าเกิดปัญหาเสียงไม่ออกหรือเสียงกวนกัน เราก็สามารถกางตารางแล้วไล่เช็คหาจุดที่มีปัญหาได้อย่างตรงจุดและรวดเร็ว
นำอุปกรณ์เข้าและติดตั้ง
ก่อนถึงกำนดวันงานจะเป็นการขนของลงและเริ่มติดตั้งต้องทำตามกฎระเบียบเพื่อให้งานราบรื่นและปลอดภัย โดยจะเริ่มจาก แขวนของหนักให้เรียบร้อยก่อน สำหรับงานใหญ่ๆ จะมีกฎเรื่องความปลอดภัยที่ทุกคนต้องทำตามอย่าง คือต้องจัดการนำโครงสร้างเหล็ก (Truss) มอเตอร์รอก และชุดลำโพงแขวน (Line Array) ขึ้นไปติดตั้งบนที่สูงให้เสร็จ และมั่นใจว่าปลอดภัย 100% ก่อน หลังจากนั้นทีมงานส่วนอื่นๆ ถึงจะสามารถเข้าไปทำงานบนหน้าเวทีได้ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุจากของตกหล่นครับ
ขั้นตอนต่อไปคือ การเซ็ตอัปลำโพง และการจัดการคลื่นสัญญาณ (RF Management) มี 2 ส่วนหลักๆ ที่ต้องเตรียมความพร้อม คือ การวางตู้ลำโพงเบส หรือ ซับวูฟเฟอร์ โดยทีมงานจะจัดวางลำโพงเสียงต่ำไว้ในจุดที่เหมาะสม โดยมักจะใช้เทคนิคที่เรียกว่า Cardioid (คาร์ดิออยด์) อธิบายง่ายๆ คือเป็นการตั้งค่าตู้ลำโพงเพื่อบังคับทิศทางให้มวลเสียงเบสพุ่งไปหาคนดูด้านหน้าแบบเต็มที่ และพยายามลดระดับเสียงเบสไม่ให้ย้อนกลับไปดังรบกวนศิลปินที่กำลังเล่นดนตรีอยู่ด้านหลังครับ
ในงานอีเวนต์นั้นจะใช้ไมค์ลอยและหูฟังอินเอียร์ไร้สายกันเยอะมาก ทางด้านต้องใช้โปรแกรมเฉพาะทางมาสแกนหาช่องความถี่วิทยุที่ว่างอยู่ในบริเวณนั้น แล้วจัดสรรให้แต่ละอุปกรณ์อย่างพอดี เพื่อป้องกันปัญหาคลื่นชนกัน ซาวด์เอนจิเนียร์หรือทีมงานระบบเสียงนั้น ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้จู่ๆ ไมค์ก็เสียงหลุด หรือมีเสียงคลื่นแทรกเข้ามาระหว่างโชว์
ตรวจสอบและจูนระบบเสียง
เมื่ออุปกรณ์ทุกอย่างเชื่อมต่อกันแล้ว ก็ถึงเวลาทำให้ลำโพงทุกใบทำงานร่วมกันอย่างสมบูรณ์ ในกระบวนการหรือขั้นตอนนี้เรียกได้ยากและต้องใช้ประสบการณ์เป็นอย่างมากครับ โดยช่างเทคนิคจะเปิดคลื่นออกมาออกทางลำโพง ซึ่งหูของมนุษย์ได้ยินเป็นเสียงซ่าๆ และใช้ซอฟต์แวร์วิเคราะห์อคูสติก ร่วมกับไมค์วัดเสียงเพื่อดูว่าฮอลล์ หรือพื้นที่นั้นมีเสียงสะท้อนย่านไหนโด่งเกินไป จากนั้นจึงปรับ EQ ตัดย่านความถี่ที่มีปัญหาทิ้ง
เนื่องจากลำโพงถูกแขวนและวางในตำแหน่งที่ต่างกัน เสียงจึงเดินทางมาถึงหูคนฟังไม่พร้อมกัน ทีมงานต้องใช้ตัวประมวลผล หน่วงเวลา (Delay) ลำโพงใบที่อยู่ใกล้คนฟัง เพื่อให้เสียงจากลำโพงทุกใบเดินทางมาถึงพร้อมกันในระดับมิลลิวินาที ป้องกันปัญหาคลื่นเสียงหักล้างกัน (Phase Cancellation)
จัดวางไมค์และเครื่องดนตรี
การจัดวางอุปกรณ์บนเวทีมีผลโดยตรงกับคุณภาพเสียงที่ได้ ปัญหาที่เจอกันแทบจะทุกเวทีนั้นก็คือ เสียงหวีดหอน (Feedback) ที่มักจะเกิดจากเสียงของลำโพงมอนิเตอร์บนเวที ย้อนกลับเข้าไมโครโฟน การแก้ปัญหาที่ดีที่สุดคือการวางลำโพงมอนิเตอร์ให้หันเข้าหา “มุมอับ” ของการรับเสียงของไมโครโฟนแต่ละรุ่น (เช่น ไมค์ Cardioid จะมีมุมอับอยู่ด้านหลังตรงๆ)
ทดสอบสัญญาณหน้าเวที (Line Check & Soundcheck)
หลายคนมักสับสนระหว่างสองคำนี้ แต่ในขั้นตอนการทำงานของทีมโปรดักชันและระบบเสียง มีจุดประสงค์ต่างกันชัดเจน
- Line Check คือการเช็กความเรียบร้อยของระบบ โดยทีมงานจะเดินเคาะไมค์และเช็กสัญญาณเครื่องดนตรีทุกชิ้น ว่ามีสัญญาณเข้ามิกเซอร์ครบถ้วน ไม่มีเสียงฮัมหรือจี่
- Soundcheck คือการให้นักดนตรีขึ้นมาเล่นจริง เพื่อปรับโทนเสียง (EQ) ปรับความดัง และที่สำคัญคือการทำ “มอนิเตอร์ (Monitor Mix)” ให้นักดนตรีแต่ละคนได้ยินเสียงตามที่ตัวเองต้องการ เพื่อให้พวกเขาเล่นได้อย่างมั่นใจ
ทำไมต้องเช็กเสียงร้องหลักก่อน
หลายคนอาจจะเคยได้เข้าไปสัมผัสขั้นตอนการทำงานของทีมโปรดักชันและระบบเสียงกันมาบ้าง หากสังเกตุจะเห็นได้ว่าพวกเขามักจะการทำ Soundcheck เสียงร้องหลัก ก่อนเสมอ!? เพราะว่าเสียงร้องหลักเป็นเสียงที่สำคัญที่สุดของวง และไมค์ร้องมักจะดูดเสียงที่เกิดขึ้นบนเวทีหรือรอบๆ เข้าไปด้วย ดังนั้นการตั้งค่าไมค์ร้องให้เสร็จก่อน จะเป็นฐานที่ดีในการปรับเสียงเครื่องดนตรีชิ้นอื่นๆ ต่อไปครับ
เวลาแสดงและรื้อถอน
เมื่อถึงเวลาแสดงจริง งานของทีมโปรดักชันและระบบเสียงนั้นยังไม่จบ เมื่อวงดนตรีเริ่มเล่นและมีปัญหาเกิดขึ้นจะเป็นการใช้สมาธิขั้นสูงสุดเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้า หากสถานที่เป็น ห้องว่างๆ ตอนที่ซาวด์เช็กเสียงอาจจะก้องและสว่างสดใส แต่พอถึงเวลาแสดง ร่างกายและเสื้อผ้าของคนดูจะทำหน้าที่เหมือน ฟองน้ำที่คอยดูดซับเสียง (โดยเฉพาะย่านเสียงแหลม) ทำให้โทนเสียงทึบขึ้น ทีมโปรดักชันและระบบเสียง จึงต้องคอยฟังและปรับชดเชย EQ หน้างานให้ออกมาสมบูรณ์มากที่สุด เมื่อโชว์จบลง การรื้อถอน ก็ต้องทำย้อนกลับขั้นตอนการติดตั้ง เก็บไมค์และสายสัญญาณก่อน แล้วจึงลดระดับโครงสร้างใหญ่ลงมา เพื่อความปลอดภัยสูง
สรุป
เบื้องหลังของงานอีเวนต์ที่ราบรื่น ไม่ใช่แค่การยกเครื่องเสียงมาตั้งแล้วเปิดให้ดังเท่านั้นครับ แต่หัวใจสำคัญคือ การบริหารจัดการปัญหา ทีมงานต้องอาศัยความเข้าใจในธรรมชาติของเสียง และปรับทุกองค์ประกอบให้เข้ากันอย่างลงตัวที่สุด ภายใต้ข้อจำกัดของแต่ละสถานที่
กว่าจะออกมาเป็นงานที่คุณภาพเสียงดีเยี่ยม ต้องอาศัยทั้งการทำงานเป็นทีม ประสบการณ์ที่สั่งสมมา และไหวพริบในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าที่พร้อมเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา
หวังว่าเรื่องราวหลังเวทีเหล่านี้ จะช่วยให้คุณเห็นภาพและเข้าใจการทำงานของทีมโปรดักชันมากขึ้นนะครับ ครั้งต่อไปที่คุณไปร่วมงานอีเวนต์ ลองสังเกตรายละเอียดรอบตัวดู… ไม่แน่ว่าคุณอาจจะสนุกกับการฟังเสียงและสัมผัสถึงความตั้งใจของทีมงานได้มากกว่าเดิมก็ได้ครับ.


บทความ สาระความรู้
วิธีเลือก ไมโครโฟนไร้สาย สำหรับ ห้องประชุม, เวที, ห้องเรียน
สรุปวิธีเลือกไมโครโฟนไร้สายสำหรับห้องเรียน ห้องประชุม และเวทีแบบเข้าใจง่าย ช่วยให้คุณเปรียบเทียบสเปกและตัดสินใจเลือกได้ตรงตามความต้องการ
พลิกโฉมห้องประชุมยุคใหม่ด้วย AI Conference จาก AISpeech
จัดการประชุมให้มีประสิทธิภาพและราบรื่นกว่าที่เคย ทำความรู้จัก AI Conference เทคโนโลยีจาก AISpeech ที่จะช่วยยกระดับการพูดคุยธุรกิจของคุณ
จากยุคเครื่องเสียงบ้าน สู่ยุค Portable Party ที่พกความสนุกไปได้ทุกที่
พาดูความเปลี่ยนแปลงของการฟังเพลง จากยุคเครื่องเสียงบ้าน สู่ยุค Portable Party ที่พกความสนุกไปได้ทุกที่ ตอบโจทย์การใช้งานยุคใหม่ที่เน้นความเรียบง่ายและคล่องตัว
Mixer รุ่นเล็กพร้อมใช้งาน ราคาไม่เเรง ใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน
งบน้อยแต่อยากได้เสียงโปร? เราคัด 5 Mixer รุ่นเล็กพร้อมใช้งาน ราคาไม่เเรง ที่เหมาะกับสตรีมเมอร์และนักดนตรีมาให้แล้ว
โปรโมชั่น
โปรโมชันรับสิทธิ์ซื้อ JBL EASYSING MIC ลด 10% เมื่อซื้อพร้อมสินค้า JBL PARTYBOX รุ่นที่กําหนด
3 - 31 ก.ค. 2569
โปรโมชัน ชุดลำโพงไลน์อาร์เรย์ THE ULTIMATE DVA READY FOR ANY VENUS ราคาพิเศษ กับแบรนด์ dBTechnologies
วันนี้ - 31 ก.ค. 69
MAHAJAK 55th Anniversary ชุดเครื่องเล่นดีเจ จากแบรนด์ PIONEER DJ เมื่อซื้อสินค้าลงทะเบียนแลกรับของแถมสุดพิเศษ
5 มิ.ย. - 31 ก.ค. 2569
MAHAJAK 55th Anniversary of Professional Audio ชุดเครื่องเสียงลำโพง ไมโครโฟน เมื่อซื้อสินค้าลงทะเบียนแลกรับของแถมสุดพิเศษ
5 มิ.ย. - 31 ก.ค. 2569
ผลงานการติดตั้ง
ลูกค้าของเรา Rimhong Cafe | ระบบเสียง Ozone Songkran Music Festival
พาชมระบบเสียงงาน Ozone Songkran Music Festival ที่ Rimhong Cafe จ.ศรีสะเกษ งานนี้ติดตั้งลำโพง JBL Professional SRX900 แบบ Full
ลูกค้าของเรา Next idol academy ระบบเสียงเวที ห้องเทรนนิ่ง และห้องเรียน
ขอขอบคุณ Next idol academy ที่ไว้วางใจให้เราเป็นส่วนหนึ่งในการติดตั้งระบบเสียงสำหรับเวที ห้องเทรนนิ่ง และห้องเรียน
ลูกค้าของเรา ร้านบางตะบูนเบย์ ระบบเสียงเวที
เราภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการส่งมอบประสบการณ์ระดับ World-Class ด้วยชุดเครื่องเสียงแบรนด์ดังจากอิตาลี dBTechnologies ที่ได้รับความไว้วางใจจากมืออาชีพทั่วโลก
ลูกค้าของเรา บริษัท ยู แฮส จำกัด ระบบเสียงคาเฟ่
ลูกค้าของเรา บริษัท ยู แฮส จำกัด ระบบเสียงคาเฟ่มาตรฐานสากล EV EVOLVE 30M และ YAMAHA MG 16XU ดูแลการติดตั้งโดย SoundDD.Shop