ตู้ซับวูฟเฟอร์แบบ ตู้ปิด(Sealed), ตู้เปิด(Ported) และตู้้แบนด์พาส (Band-pass) คืออะไร?

ตู้ซับวูฟเฟอร์ ตู้ปิด ตู้เปิด ตู้แบนด์พาส

หลายคนลงทุนซื้อซับวูฟเฟอร์ดี ๆ แต่กลับไม่ได้เสียงที่ต้องการ! เพราะอาจจะมองข้ามสิ่งสำคัญอย่างดีไซน์ของตู้ซับไป หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่า การออกแบบตู้มีผลต่อเสียงมากกว่าที่คิด  ในบทความนี้ SoundDD จะพาคุณเจาะลึกตู้ซับยอดนิยม 3 แบบ—ตู้ปิด ตู้เปิด และตู้แบนด์พาส ต่างกันอย่างไร และแบบไหนเหมาะกับคุณ คนรักเสียงเบสไม่ควรพลาด!!

ตู้ซับ คืออะไร?


ตู้ซับในที่นี้หมายถึง กล่องหรือโครงสร้างที่ออกแบบมาเพื่อบรรจุดอกซับวูฟเฟอร์ โดยมีหน้าที่สำคัญมากกว่าการเป็นแค่ที่ยึดลำโพง เพราะตู้ซับคือส่วนสำคัญที่กำหนดบุคลิกเสียงเบส ไม่ใช่แค่กล่องใส่ลำโพง แต่เป็นระบบอะคูสติกที่ทำงานร่วมกับดอกซับเพื่อให้เสียงออกมามีพลังและแม่นยำตามที่ต้องการ

ตู้ซับ ทำงานอย่างไร?


ก่อนจะไปดูความแตกต่างของตู้ซับทั้ง 3 รูปแบบ เราจะขอพาทุกท่านไปดูหลักการทำงานของตู้ซับกันก่อนครับ ตู้ซับวูฟเฟอร์ทำงานโดยใช้หลักการอะคูสติกเพื่อควบคุมการเคลื่อนที่ของดอกลำโพงและจัดการคลื่นเสียงที่เกิดขึ้นจากด้านหน้าและด้านหลังไดอะแฟรม

  1. เมื่อไดอะแฟรมของดอกซับเคลื่อนที่ มันจะสร้างคลื่นเสียงทั้งด้านหน้าและด้านหลัง หากปล่อยคลื่นด้านหลังออกมาโดยไม่มีการควบคุม จะเกิดการหักล้างกัน (Phase Cancellation) ทำให้เสียงเบสหายไป
  2. สร้างแรงดันอากาศภายในตู้ โดยตู้ซับทำหน้าที่เป็นห้องอะคูสติกที่ควบคุมแรงดันอากาศภายใน เพื่อกำหนดการเคลื่อนที่ของไดอะแฟรมและลักษณะเสียงที่ออกมา แรงดันนี้จะช่วยหน่วงหรือเสริมการเคลื่อนที่ของดอกลำโพง ทำให้เสียงเบสมีความสมดุล
  3. ปรับสมดุลความถี่และประสิทธิภาพ ซึ่งการออกแบบตู้จะส่งผลหลักๆ ดังนี้
    – ความถี่ต่ำสุดที่ซับทำได้ (Low-End Extension)
    – ความแม่นยำของเสียง (Accuracy)
    – ความดัง (SPL – Sound Pressure Level)

ภาพจาก QSC

ตู้ซับแบบปิด (Closed-box / Sealed Enclosure) คืออะไร?


ตู้ซับแบบปิด หรือที่เรียกว่า Acoustic Suspension เป็นตู้ที่ปิดสนิท ไม่มีช่องระบายอากาศ (Port) ทำให้เสียงที่ออกมาจากด้านหลังของไดรเวอร์ไม่ไปรบกวนหรือหักล้างกับเสียงด้านหน้า การออกแบบนี้มักมีขนาดกะทัดรัดและสร้างได้ง่ายเพราะไม่มีช่องระบายอากาศ ตู้ซับวูฟเฟอร์แบบปิดประกอบด้วย 3 ส่วนหลัก คือ แอมพลิไฟเออร์ (Amplifier), ตู้ (Enclosure) และ ไดรเวอร์ (Driver) ซึ่งเป็นตัวสร้างเสียงทั้งหมดของระบบ

การทำงานของตู้ปิด

เวลาที่ดอกลำโพงขยับเข้า-ออก อากาศที่ถูกขังในตู้จะโดนบีบอัดสลับกับคลายตัว ทำให้เกิด ‘แรงดัน’ คอยต้านอยู่ที่ด้านหลังดอกลำโพง ดังนั้น ถ้าอยากจะขับให้เสียงดังสู้กับตู้แบบมีรูระบายลมได้ เราเลยจำเป็นต้องใช้แอมป์ที่มีกำลังขับสูงกว่าเพื่อไปเอาชนะแรงต้านนี้ แต่ถึงจะต้องอัดไฟเพิ่ม มันก็มีข้อดีมากๆ ครับ เพราะเจ้าแรงดันอากาศที่ว่านี้ จะช่วยควบคุมให้หน้าดอกลำโพงขยับตัวได้ไวและแม่นยำสุดๆ ผลที่ได้คือเสียงเบสที่กระชับ ฉับไว และคมชัดครับ

ลักษณะเสียงของตู้ปิด

  • มีการตอบสนองความถี่ที่เรียบ ทำให้เสียงเบสฟังดู “แน่น”
  • การลดทอนเสียงที่ต่ำสุดเมื่อเทียบกับตู้แบบอื่น
  • มีการหมุนเฟสน้อย (phase rotation) และการสั่นค้าง (ringing) ในโดเมนเวลาลดลง ทำให้เสียงทรานเชียนต์ (เสียงกระแทกหรือเสียงสั้นๆ) ชัดเจนและเที่ยงตรง

ข้อดี

  • ออกแบบง่าย ประหยัดพื้นที่
  • เสียงเบสแน่น ตอบสนองเร็ว
  • รองรับกำลังขยายได้ดี
  • ไม่มีเสียงรบกวนจากช่องระบาย (port noise)

ข้อจำกัด

  • ต้องใช้แอมป์ที่มีกำลังมากขึ้นเพื่อเอาชนะแรงดันภายในตู้
  • เสียงเบสต่ำมากๆ (ต่ำกว่าความถี่เรโซแนนซ์) อาจไม่ชัด

ตู้ซับแบบปิด เหมาะกับงานแบบไหน?


เหมาะสำหรับ ฟังเพลงที่ต้องการความเที่ยงตรงของเสียง เช่น เพลงแจ๊ส, คลาสสิก หรือเพลงที่มีเสียงเครื่องดนตรีชัดเจน เพราะตู้ปิดให้เสียงเบสที่กระชับ หรือพื้นที่จำกัดเพราะมีขนาดเล็ก และไม่เหมาะสำหรับงานที่ต้องการเสียงเบสลึกมากๆ และดังมากๆ เช่น ระบบโฮมเธียเตอร์ที่ต้องการเสียงระเบิดหนักๆ หรือการใช้งานกลางแจ้ง เพราะตู้ปิดให้เสียงต่ำสุดไม่ลึกเท่าตู้แบบมีช่องระบาย และต้องใช้แอมป์แรงขึ้น

ตู้ซับแบบเปิด (Bass Reflex / Ported Box) คืออะไร?


ตู้ลำโพงแบบ ‘ตู้เปิด’ (หรือที่เรียกกันว่า Bass Reflex / Ported Box) จะถูกออกแบบให้มี ช่องระบาย (Port) อย่างน้อยหนึ่งช่อง เพื่อช่วยถ่ายเทแรงดันอากาศระหว่างภายในและภายนอกตู้ เมื่อ ไดอะแฟรม ขยับถอยหลังเข้าไปในตู้ จะเกิดการอัดอากาศทำให้แรงดันภายในสูงขึ้น และมวลอากาศนี้จะถูกระบายผ่านทางพอร์ต ทำให้เกิดการ‘เรโซแนนซ์’ (Resonance) หรือการสั่นพ้องที่ความถี่เฉพาะตามที่จูนช่องระบายเอาไว้ ช่องระบายจะช่วยเสริมประสิทธิภาพ (Output) ในย่านความถี่นั้นๆ ด้วยการเพิ่มปริมาณการเคลื่อนที่ของ มวลอากาศ ส่งผลให้การตอบสนองความถี่ต่ำลงได้ ‘ลึก’ ยิ่งขึ้น (Low-frequency extension) และได้ระดับความดัง (SPL) ที่สูงขึ้นครับ

ช่องระบาย (port) นั้นจะถูกปรับจูนให้ทำงานดีที่ความถี่หนึ่ง (เรียกว่า tuning frequency) ที่จุดนี้เสียงจะดังมาก เพราะช่องช่วยขยายเสียง แต่ถ้าความถี่ต่ำกว่าจุดนี้มากๆ ช่องจะไม่ช่วยแล้ว และลำโพงก็ไม่มีแรงดันอากาศคอยรองรับ ทำให้เสียงลดลงเร็วมาก

  • ตู้ปิด (Sealed): เสียงเบสจะค่อยๆ ลดลงเมื่อความถี่ต่ำลง อัตราการลดคือ 12 dB ต่อ octave (ค่อยๆ เบาลง)
  • ตู้มีช่องระบาย (Ported): เสียงจะลดลงเร็วกว่า คือ 24 dB ต่อ octave (หายวูบไปเร็วกว่า)

ดังนั้น ถ้าคุณเล่นเสียงต่ำกว่าจุดจูนมากๆ ในตู้มีช่องระบาย เสียงจะหายไปเร็ว และถ้าไม่มีฟิลเตอร์ป้องกัน ลำโพงอาจเสียหายเพราะกรวยเคลื่อนที่มากเกินไป นอกจากนี้ ตู้เปิดยังช่วยประหยัดกำลังแอมป์ได้เยอะ เพราะมีประสิทธิภาพสูงกว่าตู้ปิดอยู่ประมาณ 3 dB ซึ่งตามทฤษฎีแล้ว การจะเพิ่มความดังให้ได้ 3 dB ด้วยแอมป์อย่างเดียว เราต้องอัด กำลังวัตต์เพิ่มถึง 2 เท่า

ข้อดี

  • ระดับความดังสูง (High SPL)
  • เสียงเบสลึกและทรงพลัง
  • ประสิทธิภาพสูง ใช้กำลังขยายน้อยกว่าตู้ปิด

ข้อจำกัด

  • เสียงเบสอาจไม่แม่นยำ (บางครั้งฟังดู “บวม”) หากออกแบบไม่ดี
  • ช่องระบายอาจเกิดเสียงรบกวน (chuffing noise) ถ้าออกแบบไม่เหมาะสม เช่น พื้นที่หน้าตัดเล็กเกินไป หรือขอบช่องไม่บานออก
  • ต้องใช้ตู้ขนาดใหญ่ขึ้นเพื่อรองรับช่องระบาย

ตู้ซับแบบเปิด เหมาะกับงานแบบไหน?


ตู้ซับวูฟเฟอร์แบบ เปิด (Vented/Ported) เหมาะกับงานที่ต้องการ เสียงเบสลึกและดังมาก รวมถึงประสิทธิภาพสูง โดยใช้กำลังขยายจากแอมป์น้อยกว่าตู้ปิด เพื่อให้ได้ SPL เท่ากัน ตัวอย่างการใช้งานที่เหมาะคือโฮมเธียเตอร์ ที่ต้องการเสียงเบสหนักๆ สำหรับเอฟเฟกต์ภาพยนตร์ งานดีเจ, ปาร์ตี้, ระบบเสียงกลางแจ้ง (PA), คอนเสิร์ตหรืออีเวนต์ใหญ่

ตู้ซับแบบแบนด์พาส (Band-Pass Enclosure) คืออะไร?


ตู้ซับแบบแบนด์พาส เป็นตู้ซับพิเศษ มีห้องแยกสองห้อง ห้องแรก (Primary Chamber) ซึ่งอาจเป็นแบบตู้ปิดหรือแบบเปิด (มีช่องระบาย) และไดรเวอร์ซับวูฟเฟอร์จะถูกตัดตั้งไว้ห้องที่สอง (Secondary Chamber) โดยการติดตั้งแบบนี้จะทำให้เกิด เอฟเฟกต์ที่เรียกว่า “Band-Pass” ซึ่งส่งผลต่อการตอบสนองของซับวูฟเฟอร์

โดยปกติแล้ว ตู้ซับแบบ แบนด์พาส (Bandpass) จะโดดเด่นเรื่องประสิทธิภาพที่สูงมากสามารถรีดเสียงเบสที่ลึกและหนักแน่นได้ดี (แม้จะทำได้ในช่วงความถี่ที่จำกัด) ถึงแม้การออกแบบและ ‘จูนตู้’ จะทำได้ยากและต้องละเอียดอ่อนมากๆ แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือความดัง (SPL) ที่พุ่งสูงขึ้นได้ถึง 8 dB เลย ซึ่งแรงดันลมที่หมุนเวียนอยู่ในห้องตู้ทั้งสองฝั่งนี้ จะช่วยทำหน้าที่เหมือนโช้คอัพ คอยควบคุมระยะการขยับตัวของกรวยลำโพง (Excursion) ไม่ให้แกว่งตัวมากเกินไป

การออกแบบตู้แบนด์พาสแบบช่องระบายเดี่ยว (Single-Vented Band-Pass Design) ตู้แบนด์พาสแบบช่องระบายเดี่ยวมีไดรเวอร์ติดตั้งอยู่ในห้องปิด (Closed-Box Chamber) โดยยิงเสียงเข้าไปในห้องที่มีช่องระบาย (Vented Chamber) ซึ่งทำงานคล้ายกับ 4th-order electrical band-pass filter วงจรกรองความถี่ ที่มีหน้าที่คัดแยกเฉพาะย่านความถี่ที่เราต้องการให้ผ่านไปได้ โดยมีจุดเด่นอยู่ที่ “ความเฉียบคม” ในการตัดเสียงส่วนเกิน

ในกรณีนี้ คลื่นเสียงที่ออกจากด้านหลังของกรวยไดรเวอร์จะถูกกักไว้ในห้องปิด ส่วนคลื่นเสียงจากด้านหน้าของกรวยจะถูกส่งเข้าสู่ห้องที่มีช่องระบาย ทำให้เกิดการปรับเปลี่ยนความถี่เรโซแนนซ์ของไดรเวอร์ ห้องปิดจะมีการลดทอนความถี่ต่ำ (Low-Frequency Roll-Off) ที่อัตรา 12 dB/octave ตามปกติ ส่วนห้องที่มีช่องระบายจะสร้างการลดทอนความถี่สูง (High-Frequency Roll-Off) ที่อัตรา 12 dB/octave เช่นกัน ชื่อ “Band-Pass” มาจากผลรวมของการจำกัดย่านความถี่ (Band-Limiting Effect) ที่เกิดจากการลดทอนทั้งสองด้านนี้

ตู้แบนด์พาสแบบช่องระบายคู่ (Dual-Vented Band-Pass Design)


สำหรับตู้แบนด์พาสแบบช่องระบายคู่’ (Dual-Vented) นั้น จะต่างจากแบบช่องระบายเดี่ยวตรงที่ ห้องที่ใส่ดอกลำโพง ก็จะถูกเจาะช่องระบายเหมือนกัน (สรุปคือมีช่องระบายทั้งสองห้อง) ผลลัพธ์ที่ได้คือจะทำงานตอบสนองเหมือน วงจรกรองความถี่ระดับ 6th-order คือการตอบสนองที่ ‘ตัดหัวตัดท้าย’ เสียงส่วนเกินออกไปอย่างรวดเร็วที่สุด เพื่อรีดเอาพลังงานในย่านเสียงเบสตรงกลางออกมาให้ได้ ‘ดังและแรง’ ที่สุดเท่าที่จะทำได้  ตู้ประเภทนี้มีข้อดีและข้อเสียเหมือนกับตู้แบบมีช่องระบาย เช่น การลดทอนความถี่ต่ำที่อัตรา 24 dB/octave แต่มีประสิทธิภาพสูงกว่าเพราะโครงสร้างแบบแบนด์พาส

ข้อดี

  • การออกแบบมีประสิทธิภาพสูง ให้เสียงเบสลึกและทรงพลัง
  • การเคลื่อนที่ของกรวยลำโพงน้อย ทำให้ความเพี้ยนต่ำ
  • มีความทนทานสูง
  • สามารถเลือกได้ว่าห้องแรกจะเป็นแบบตู้ปิดหรือแบบมีช่องระบาย

ข้อจำกัด

  • มีแรงต้านการเคลื่อนที่ของกรวยสูง
  • การออกแบบซับซ้อน ต้องใช้ความรู้ขั้นสูงในการปรับจูนให้ถูกต้อง
  • ขนาดตู้ค่อนข้างใหญ่ ทำให้เคลื่อนย้ายและจัดเก็บยาก

ตู้แบนด์พาส (Band-Pass)เหมาะกับงานแบบไหน?


ตู้ซับวูฟเฟอร์แบบ แบนด์พาส (Band-Pass) เหมาะกับงานที่ต้องการ เสียงเบสหนักมากในย่านความถี่จำกัด และ SPL สูงสุด โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ต้องการพลังเสียงมากกว่าความเที่ยงตรงของเสียง เช่น งานคอนเสิร์ตและระบบเสียง PA ขนาดใหญ่ งานกลางแจ้งหรืออีเวนต์ใหญ่ ดีเจและคลับ งานที่ต้องการป้องกันไดรเวอร์จากการกระแทก

ตารางเปรียบเทียบตู้ซับวูฟเฟอร์ 3 แบบ


ลักษณะ/คุณสมบัติ ตู้ปิด (Sealed) ตู้มีช่องระบาย (Vented/Ported) ตู้แบนด์พาส (Band-Pass)
โครงสร้าง ห้องเดียว ปิดสนิท ไม่มีช่องระบาย ห้องเดียว มีช่องระบาย (port) 2 ห้อง (ห้องแรกปิดหรือเปิด + ห้องออกเสียง)
ลักษณะเสียง เบสกระชับ ตอบสนองเร็ว แม่นยำ เบสดังและลึก แต่บางครั้งอาจฟังดูบวม เบสลึกมาก ภายในย่านจำกัด SPL สูง
อัตราลดทอนความถี่ต่ำ 12 dB/octave (ค่อยๆ ลด) 24 dB/octave (ลดเร็ว) ขึ้นอยู่กับลำดับการออกแบบ (4th หรือ 6th order)
ประสิทธิภาพ (SPL) ต่ำกว่า ต้องใช้แอมป์แรงขึ้น สูงกว่า ประหยัดกำลัง 3 dB สูงสุด เพิ่ม SPL ได้ถึง +8 dB
การควบคุมกรวยลำโพง กรวยเคลื่อนน้อย เบสแม่นยำ กรวยเคลื่อนมาก ต้องใช้ฟิลเตอร์กันเสียงต่ำ กรวยเคลื่อนน้อยมาก ความเพี้ยนต่ำ
ความซับซ้อนในการออกแบบ ง่ายที่สุด ปรับจูนช่องระบาย ต้องออกแบบละเอียด ซับซ้อนที่สุด ต้องปรับจูนแม่นยำ
ขนาดตู้ กะทัดรัด ใหญ่ขึ้นเพื่อรองรับช่อง ใหญ่และเทอะทะที่สุด เนื่องจากมี 2 ห้อง
ข้อดีเด่น เบสกระชับ ไม่มีเสียงลมจากช่อง เบสดัง ประสิทธิภาพดี SPL สูง เบสหนัก ควบคุมเสียงดีเยี่ยม
ข้อจำกัด ต้องใช้แอมป์แรง เสียงต่ำสุดไม่ลึกมาก ออกแบบยาก อาจมีเสียงลม ต้องใช้ตู้ใหญ่ ซับซ้อนมาก ขนาดใหญ่ เคลื่อนย้ายยาก

สรุป


ตู้ปิด ตู้เปิด และตู้แบนด์พาส ต่างก็มีข้อดีและข้อจำกัดที่ทำให้เหมาะกับการใช้งานที่แตกต่างกัน เช่น ตู้ซับวูฟเฟอร์แบบปิดให้เสียงเบสที่ “กระชับ” ซึ่งเหมาะสำหรับการฟังในระดับเสียงไม่สูงมาก เช่น ระบบเสียงในบ้านหรือโฮมเธียเตอร์ แต่ตู้ปิดอาจขาดประสิทธิภาพที่ดีพอสำหรับงานที่ต้องการความดังมาก เช่น ดีเจหรือระบบเสียง PA ขนาดใหญ่

การออกแบบทั้งสามแบบนี้ไม่ได้พบเฉพาะในซับวูฟเฟอร์เท่านั้น แต่ยังใช้ในส่วนความถี่ต่ำของลำโพงแบบฟูลเรนจ์ด้วย เวลาเลือกซับวูฟเฟอร์ นั้นควรพิจารณาระหว่าง คุณภาพเสียง (เช่น ความดังสูงสุด SPL และความเที่ยงตรงของเสียง) กับ การใช้งานจริง (เช่น ขนาดและความทนทาน) ไม่มีซับวูฟเฟอร์ตัวไหนที่ทำได้ครบทุกอย่างในตัวเดียว แต่ถ้าคุณรู้ข้อดีข้อจำกัดของแต่ละแบบ ก็จะเลือกได้เหมาะกับงานของคุณมากขึ้นครับ

ขอบคุณข้อมูลจาก QSC

แชร์หน้านี้ :

บทความ สาระความรู้

วิธีตั้งระดับความสูงขาตั้งลำโพง ให้เหมาะกับการใช้งาน

รู้หรือไม่ว่า ลำโพงราคาแพงอาจไม่ได้ให้เสียงที่ดีเสมอไป หากคุณวางมันไว้ในระดับความสูงที่ไม่เหมาะสม?

ลำโพงการ์เด้น TOA Q-GS402-GR ทนแดด ทนฝน ทนทุกสภาวะ!

TOA Q-GS402-GR ลำโพงการ์เด้นที่ถูกออกแบบมาเพื่อรวมศิลปะแห่งดีไซน์และคุณภาพเสียงไว้ด้วยกันอย่างลงตัว เรามาเจาะลึกกันครับว่าทำไมลำโพงรุ่นนี้ถึงเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญของสวนคุณ...

ลำโพง Active Column งบไม่เกิน 40000 บาท

SoundDD.shop ส่งท้ายปีด้วย Active Column Festival ที่รวมลำโพง Active Column ระดับโลกไว้มากที่สุด

ปัญหาโลกแตก!! เสียงดังยามวิกาล ข้อกฎหมาย วิธิรับมือเบื้องต้น ทำอย่างไร?

เมื่อคุณต้องเจอกับปัญหาโลกแตกอย่างการส่งเสียงดังในยามวิกาล ไม่ว่าจะเป็นจากเพื่อนบ้านหรือสิ่งแวดล้อมรอบข้าง ควรรับมืออย่างไร บทความนี้มีคำตอบครับ

ผลงานการติดตั้ง

ลูกค้าของเรา บริษัท ยู แฮส จำกัด ระบบเสียงคาเฟ่

ลูกค้าของเรา บริษัท ยู แฮส จำกัด ระบบเสียงคาเฟ่มาตรฐานสากล EV EVOLVE 30M และ YAMAHA MG 16XU ดูแลการติดตั้งโดย SoundDD.Shop

ลูกค้าของเรา บริษัท พีรพัฒน์ เทคโนโลยี ระบบภาพและเสียงห้องประชุม

วันนี้ทีมงานของเราได้ดำเนินการติดตั้งระบบภาพและเสียงสำหรับห้องประชุมของลูกค้า บริษัท พีรพัฒน์ เทคโนโลยี มาชมกันครับ

ลูกค้าของเรา วัดเขาสนามชัย ระบบเสียงประกอบกิจกรรมทางศาสนา

พาชมผลงานการติดตั้ง ระบบเสียงประกอบกิจกรรมทางศาสนา ลูกค้าของเรา วัดเขาสนามชัย โดยทีมงานมืออาชีพจากซาวด์ดีดี (บริษัท ซาวด์ดีดี กรุ๊ป จำกัด)

ลูกค้าของเรา นายน้อยหมูกระทะ ระบบเสียงแบคกราวด์มิวสิค

ร้านอาการหรือว่าร้านหมูกระทะ ติดระบบเสียงแบคกราวด์มิวสิค สำหรับท่านใดที่กำลังจะเปิดกิจการร้านอาหาร แล้วกำลังมองระบบเสียงอยู่ ลองชมบทความนี้เป็นไอเดียได้เลยครับ

ไอคอน PDPA

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่าคุกกี้

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้
    รายละเอียดคุกกี้

บันทึก