ระบบ DTS, DTS:X, Dolby Atmos คืออะไร? ดูหนัง ต่างกันยังไง?

ระบบ-DTS,-DTS-X,-Dolby-Atmos-คืออะไร

เคยสังเกตุและสงสัยหรือไม่? เมื่อเราชมภาพยนต์ในโรงภาพยนต์ที่ทันสมัย ทำไมเสียงเอฟเฟ็คต่างๆสามารถวิ่งรอบทิศทาง และสามารถสร้างสนามเสียงให้เสมือนและสมจริง เหมือนเราได้เข้าไปอยู่ในเหตุการณ์จริงๆ เราเคยสงสัยกันหรือเปล่าครับว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร หรือหลายท่านอาจจะเคยได้ยินมาบ้าง ระบบ DTS, DTS:X, Dolby Atmos คืออะไร? ดูหนัง ต่างกันยังไง? ความหมายของระบบแต่ละระบบมีอะไรบ้าง ถ้าพร้อมแล้ววันนี้เรามาทำความรู้จักและอัพเดทไปพร้อมๆกันเลยครับ

1. DTS (Digital Theater Systems)

DTS คือระบบเสียงชนิดหนึ่ง ซึ่งถูกพัฒนาขึ้นในปี 1990 โดยนาย Terry Beard เขาเคยรับหน้าที่เป็นผู้จัดการด้านการค้นคว้า และพัฒนา ด้านการบันทึกเสียงของบริษัทแห่งหนึ่ง ที่ทำการพัฒนาการบันทึกเสียง โดยการบีบอัดข้อมูลแบบดิจิตอล ในรูปแบบ มัลติแทร็ค ลงใน CD – ROM และบันทึกในเวลาที่เท่ากันกับฟิล์มภาพยนตร์ ( เพื่อที่จะให้ได้เสียงที่ตรงกับภาพ )

เมื่อระบบนี้ถูกนำไปสาธิตให้ชมตามสถานที่ต่าง ๆ สร้างความสนใจให้กับ Steven Spielberg และ MCA/Universal เป็นอย่างมาก และได้นำไปใช้กับภาพยนตร์ชื่อดังอย่างเรื่อง ” JURASSIC PARK ” ในเดือนมกราคม 1993 Terry Beard จึงร่วมมือกับ Spielberg และ Universal ก่อตั้ง ” DTS ” ขึ้น 

DTS นอกจากใช้สำหรับระบบเสียงในโรงภาพยนตร์ หรือใน CD แล้ว ยังพัฒนาเข้ากับอุปกรณ์มัลติมีเดียอื่นๆด้วยไม่ว่าจะเป็น Sound Card, ลำโพง จนมาถึงระบบเสียงบนมือถือและแท็บเล็ตอีกด้วย

นอกจากจะช่วยในเรื่องพลังเสียงและมิติของเสียงแล้ว ระบบ DTS ก็ยังสามารถปรับแต่งความละเอียดได้  โดยการเข้าไปที่ Setting  > DTS studio sound เช่น

Treble คือ ระดับเสียงสูง (ไฮ) สามารถปรับได้ 7 ระดับ

Natural Bass คือ ระดับเสียงต่ำ หรือ เสียงทุ้ม สามารถปรับได้ 7 ระดับเช่นกัน

Music EQ (Music Equalizer) สามารถปรับความถี่ของเสียง โดยจะมี Preset มาให้ปรับแบบสำเร็จรูป ซึ่ง มีให้เลือกหลายรูปแบบเสียงเช่น Jazz, Classic, Rock เป็นต้น

2. DTS:X

DTS:X เป็นเทคโนโลยีเสียงรอบทิศทางแบบ “object-based sound technology” หรือเทคโนโลยีระบบเสียงแบบอ้างอิงปัจจุบัน DTS:X ก็ได้ประกาศตัวเป็นคู่แข่งโดยตรงกับระบบเสียง Dolby Atmos

ระบบเสียง DTS:X เปิดตัวครั้งแรกในเดือนมกราคม ปี 2015 โดยมุ่งเน้นทางด้านการใช้งานภายในบ้านก่อนจากนั้นจึงนำไปใช้กับโรงภาพยนตร์ ซึ่งต่างจากระบบเสียงรอบทิศทางของคู่แข่ง ที่เริ่มใช้งานในโรงภาพยนตร์ก่อนจะนำมาใช้ภายในบ้าน

ผู้ผลิตสินค้า Audio/Video ระดับแนวหน้าส่วนใหญ่ให้การสนับสนุนระบบ DTS:X กันอย่างพร้อมหน้า ไม่ว่าจะเป็น Denon, Marantz, Anthem, Arcam, McIntosh, Onkyo, Pioneer, Sony, Trinnov และ Yamaha

ระบบเสียง DTS:X สามารถตอบสนองต่อการเคลื่อนย้ายตำแหน่งเสียงไปรอบ ๆ ตัวผู้ใช้งาน เสมือนว่ามีเสียงนั้นอยู่จริง ๆ ภายในห้อง ซึ่งโดยหลักการอาจจะฟังดูเหมือนระบบเสียง Dolby Atmos แต่จุดที่ DTS:X แตกต่างออกไปนั้นอยู่ที่การกำหนดรูปแบบการติดตั้งลำโพง

dtsX

ในขณะที่ Dolby Atmos ต้องการให้ผู้ใช้งานเพิ่มช่องสัญญาณเสียงเข้ากับระบบเสียงแบบ 5.1 หรือ 7.1 ที่มีอยู่เดิม แต่ DTS:X สามารถทำงานได้กับการตั้งค่าลำโพงเซอร์ราวด์ในแบบมาตรฐานทั่ว ๆ ไป เหมือนที่เราใช้งานกันอยู่แล้วตามบ้าน โดยระบบเสียง DTS:X สามารถรองรับตำแหน่งลำโพงได้สูงสุดถึง 32 ตำแหน่ง และรองรับระบบเสียงได้สูงสุดถึง 11.2 แชนเนล

นอกจากนั้นทาง DTS:X ยังคุยว่าระบบนี้ ตัวแปลงสัญญาณมีความยืดหยุ่นสูงสามารถทำงานร่วมกับการกำหนดค่าลำโพงในตำแหน่งต่าง ๆ ที่จัดวางอยู่ในบริเวณที่มีรูปแบบเป็นครึ่งวงกลม นอกจากนั้นผู้ใช้งานยังสามารถปรับความดังเสียงพูดในซาวด์แทร็คได้อย่างอิสระ ทำให้บทสนทนาที่รับฟังยากสามารถฟังเข้าใจได้ง่ายขึ้น

ความสามารถดังกล่าวต้องขอยกความดีให้กับแพลตฟอร์ม Multi-Dimensional Audio (MDA) ของทาง DTS: X ที่เปิดโอกาสให้ผู้ผลิตภาพยนตร์มีอิสระในการวางตำแหน่งของเสียง ทิศทางการเคลื่อนที่ของเสียง ตลอดจนระดับความดังของเสียง อีกทั้งแพลตฟอร์มนี้ยังปล่อยให้ใช้งานได้ฟรีโดยไม่มีลิขสิทธิ์ หรือค่าใช้จ่ายแต่อย่างใดDTS:X และการใช้งานกับเครื่องเสียงที่บ้าน

ถือเป็นเรื่องดีที่กว่า 90% ของผู้ผลิตอุปกรณ์เครื่องเสียงบ้านในอุตสาหกรรม Audio/Video นั้นให้การสนับสนุน DTS:X โดยผู้ผลิตหลายรายใช้วิธีปล่อยตัวอัปเดตเฟิร์มแวร์สำหรับเอวีรีซีฟเวอร์ รุ่นเก่าที่ขายไปก่อนนี้ รวมไปถึงออกสินค้ารุ่นใหม่ที่รองรับการใช้งาน DTS:X ตามออกมา

Denon เป็นหนึ่งในเจ้าแรก ๆ ที่ทำการอัปเดตตัวเอวีรีซีฟเวอร์ให้รองรับ DTS:X โดยในปัจจุบันผู้ผลิตหลายเจ้าได้ปล่อยตัวอัปเดตออกมาใช้กับสินค้าที่มีอยู่ ไม่ว่าจะเป็นสินค้าจาก Arcam, Marantz, Onkyo และ Pioneer ต่างปล่อยตัวอัปเดตสำหรับสินค้าหลาย ๆ รุ่นออกมาแล้ว

สำหรับสินค้าใหม่ที่รองรับ DTS:X ติดมากับเครื่องเลยนั้น มีหลากรุ่น อาทิ Denon รุ่น AVR-X2400H, Sony รุ่น STR-DN1080 รวมไปถึงสินค้ารุ่นใหม่ ๆ ตั้งแต่ปี 2017 ทั้งของ Pioneer และ Yamaha ติดระบบเสียง DTS:X มาเป็นที่เรียบร้อย.  ผู้ใช้งานไม่จำเป็นต้องเพิ่มแชนเนลทางด้านสูง (height channel) ให้กับระบบลำโพงรอบทิศทางที่ใช้งานอยู่เดิม แต่ว่าถ้าสามารถเพิ่มได้มันจะช่วยสร้างประสบการณ์เสียงแบบ 3 มิติที่สมจริงมากยิ่งขึ้น ฟังตัวอย่างระบบเสียง DTS:X ได้ตามลิงก์นี้

ระบบเสียง DTS:X สามารถใช้งานร่วมกับระบบเก่ารุ่นก่อนหน้าได้ทั้งกับระบบ 5.1 หรือ 7.1 แชนเนลที่มีอยู่ โดยไม่จำเป็นต้องซื้อหาชุดลำโพงเซอร์ราวด์ใหม่หรือแม้แต่เครื่องเล่น Blu-ray รุ่นใหม่ เข้ามาเพิ่ม

ระบบเสียง DTS:X จะบรรจุข้อมูลเอาไว้ในเลเยอร์ซาวด์แทร็ค DTS-HD เดิมที่มีอยู่ในแผ่น Blu-ray (เหมือนกับการเข้ารหัส Dolby Atmos บนชั้น Dolby TrueHD)

ดังนั้นภาพยนตร์ที่รองรับ DTS:X จึงสามารถเล่นกับระบบเสียงที่มีอยู่เดิมได้ ตราบเท่าที่เครื่องเล่น Blu-ray และเอวีรีซีฟเวอร์ของผู้ใช้งาน รองรับระบบเสียง Dolby TrueHD และ DTS-HD Master Audio

3. Dolby Atmos

Dolby Atmos คือ ระบบเสียงคุณภาพแบบเดียวกันกับระบบเสียงที่ใช้ในโรงภาพยนตร์ มาพร้อมคุณสมบัติการถ่ายทอดเสียงได้ 360 องศา รอบทิศทาง เสริมสร้างบรรยากาศรอบข้าง หรือแม้แต่เหนือศีรษะให้สมจริงมากขึ้น ตอบโจทย์มิติใหม่แห่งการชมภาพยนตร์เรื่องโปรดของคุณอย่างแตกต่าง

Dolby Atmos มีระบบการทำงานอย่างไร?

ด้วยความสามารถของระบบลำโพง และคุณภาพเสียง Dolby Atmos ที่มีศักยภาพในการถ่ายทอดเสียงแบบ 3 มิติอย่างแม่นยำ ทำให้ผู้ชมได้รับฟังคุณภาพเสียงที่คมชัด สมจริงตามมาตรฐาน ราวกับอยู่ในโรงภาพยนตร์แล้ว ยังเป็นตัวกลางกระจายพลังเสียงสุดอลังการได้ทุกทิศทาง รวมถึงมีความสามารถในการส่งเสียงตรงขึ้นสู่ด้านบนเพื่อให้สะท้อนลงมาเหนือศีรษะเสมือนมีวัตถุหรือเหตุการณ์เกิดขึ้นอยู่ด้านบนอย่างสมจริง

สรุป

ระบบ DTS:X และ ระบบ Dolby Atmos นั้นมีหลักการทำงานคล้ายๆกัน แต่จุดที่ DTS:X แตกต่างออกไปนั้นอยู่ที่การกำหนดรูปแบบการติดตั้งลำโพง ขณะที่ Dolby Atmos ต้องการให้ผู้ใช้งานเพิ่มช่องสัญญาณเสียงเข้ากับระบบเสียงแบบ 5.1 หรือ 7.1 ที่มีอยู่เดิม แต่ DTS:X สามารถทำงานได้กับการตั้งค่าลำโพงเซอร์ราวด์ในแบบมาตรฐานทั่ว ๆ ไป เหมือนที่เราใช้งานกันอยู่แล้วตามบ้าน โดยระบบเสียง DTS:X สามารถรองรับตำแหน่งลำโพงได้สูงสุดถึง 32 ตำแหน่ง และรองรับระบบเสียงได้สูงสุดถึง 11.2 แชนเนล ทั้งสองระบบมีหลักการทำงานคล้ายกันแต่ก็มีข้อแตกต่างกันอยู่ ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายๆอย่างในการนำไปใช้งาน แต่ที่ทั้งสองมีเหมือนกันก็คือ พลังเสียงสุดอลังการ ความสมจริง เสียงที่คมชัด ให้ผู็รับชมนั้นเองครับ

  • จัดส่งฟรี!! ทั่วประเทศ เพียงทำรายการสั่งซื้อออนไลน์ที่เว็บไซต์
  • มั่นใจ 100% ได้ของแท้
  • ราคาโปรโมชั่นนี้รวม VAT 7% เรียบร้อยแล้ว

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

แอดไลน์ที่: @sounddd.shop (มี @ ข้างหน้าด้วยนะครับ)

Facebook : SoundDD.Shop

Website: www.sounddd.shop

Tel:  02 435 8998 | 085 396 8888

แชร์หน้านี้