ความสำคัญของเครื่องกรองไฟ

How is Important of Power Conditioner
Home » เกร็ดความรู้ (Tip & Trick) » ความสำคัญของเครื่องกรองไฟ

เวลาอ่านโดยประมาณ : 2 minutes

สวัสดีครับ วันนี้พบกันเช่นเคย หากพูดถึงเรื่องของเครื่องกรองไฟ หลายๆ ท่านอาจจะสบสัน และเกิดคำถามว่ามันคืออะไร? จำเป็นหรือเปล่า? ใช้แล้วเสียงดีขึ้นจริงหรือไม่? หาคำตอบไปพร้อมกัน ได้ที่นี่กับ SoundDD.Shop

How is Important of Power Conditioner 1

เครื่องกรองไฟ คืออะไร?

เป็นอุปกรณ์ลดทอนสัญญาณรบกวน ทำหน้าที่ป้องกันปัญหาไฟตก ไฟเกินไฟกระชาก และกรอกขยะสัญญานรบกวนต่างๆ ในระบบไฟได้ เช่น หากเกิดการฟ้าผ่าขึ้นมาระหว่างการใช้งานเครื่องเสียง ซึ่งการฟ้าผ่าจะทำให้เกิดการกระโชก (Spike) ของกระแสไฟฟ้าอย่างแรงในระยะเวลาสั้นๆ ซึ่งตัวเครื่องกรองไฟจะสามารถในการดูดซับปริมาณของกระแสไฟที่กระโชกขึ้นสูงๆ เอาไว้ได้ ก่อนที่จะเข้าไปถึงอุปกรณ์เครื่องเสียง ซึ่งจะทำให้เกิดความเสียหายกับวงจรอิเล็กทรอนิคในตัวระบบเครื่องเสียงของเราได้

เครื่องกรองไฟออกแบบมาเพื่ออะไร?

ออกแบบมาสำหรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ หรืออุปกรณ์ใช้ไฟฟ้าที่ต้องการความสเถียรของกระแสไฟ เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้าประเภท Hi Performance/Hi-End หรือพวกอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เช่น เครื่องเสียงต่าง ปัญหาส่วนใหญ่ที่เราละเลย ส่วนมากเกิดจากไฟฟ้าขาเข้า AC การออกแบบของเครื่องกรองไฟ โดยมาตรฐานแล้ว จะมีวงจรกรองไฟที่มีชื่อว่า Active Noise Filter โดยเฉพาะ การทำหน้าที่ของวงจรนี้จะกรองสัญญานรบกวนออกไป ให้สะอาด และสเถียรมากขึ้นนั้นเอง

ขอบคุณรูปภาพจาก : all about Audio/Visual

ความแตกต่างระหว่างต่อไฟตรง กับ เครื่องกรองไฟ

Share :

ทำไมถึงต้องใช้เครื่องกรองไฟ?

ปกติจริงๆ แล้วกระแสไฟบ้าน โรงงานอุตสาหกรรม ก็จะเต็มไปด้วยสัญญาณรบกวนต่างๆ ที่เรามองไม่สามารถเห็นด้วยตาเปล่า เกิดจากปัจจัยหลายๆ อย่าง เช่น คุณภาพของตัวนำทางไฟฟ้า, ความเก่า สิ่งสกปรกของตัวนำไฟฟ้า ระยะทาง ความยาวสายไฟ, ขั้วต่อต่างๆ ด้วยปัจจัยเหล่านี้ ทำให้คุณภาพของอุปกรณ์อิเล็กทนอนิกส์ลดลง

โดยปกติของเครื่องเสียงเกือบทุกชนิด ยกเว้นลำโพง Passive ก็ต้องการกระแสไฟฟ้าในการทำงาน และด้วยเหตุที่อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิดของเรา ล้วนต้องนำกระแสไฟมาจากเต้าเสียบเดียวกัน ทำให้เต้ารับไฟเป็นศูนย์กลางในการจ่ายกระแสไฟให้กับอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชิ้น และเนื่องจากไฟฟ้าที่ไปหล่อเลี้ยงอุปกรณ์ไฟฟ้าทุกชิ้นเป็นไฟฟ้ากระแสสลับแบบ AC จึงมีกระแสไฟที่ไหลกลับออกจากอุปกรณ์ไฟฟ้าย้อนไปที่เต้ารับไฟ จากเต้ารับไฟวิ่งย้อนไปที่ตู้ Main ของบ้าน โรงงาน ซึ่งอุปกรณ์ไฟฟ้าบางชนิดก็จะมี “สิ่งที่เป็นขยะแปลกปลอม” อยู่ในรูปแบบของคลื่นรบกวน (Noise) ต่างๆ ปนไปกับกระแสไฟฟ้า และสามารถเข้าไปสร้างปัญหาให้กับอุปกรณ์ไฟฟ้าตัวอื่นๆ ได้

จริงๆ เครื่องเสียงมาตรฐานสูงๆ หลายๆ แบรนด์ตัว นั้นก็มีระบบการป้องกันสัญญาณรบกวนเอาไว้ในระดับหนึ่งแล้ว แต่อาจจะยังไม่เพียงพอ เพราะการออกแบบการป้องกันสัญญาณรบกวนให้มีประสิทธิภาพสูงนั้น มีต้นทุนที่สูง

เครื่องกรองไฟ มีความจำเป็นแค่ไหน?

อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิดที่ใช้ไฟฟ้าในการทำงานอย่างเครื่องเสียงก็ต้องการรับสิ่งที่ดีๆ ต้องการกระแสไฟฟ้าที่สะอาด นิ่ง ไม่มาก ไม่น้อยเกินไป ก็เหมือนคนที่ต้องการอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่ วิตามินที่มีประโยชน์ น้ำดื่มที่สะอาด เพื่อพลังงาน และสุขภาพของตนเอง 

ฉะนั้น เครื่องกรองไฟ จึงเป็นส่วนหนึ่งที่จำเป็นสำหรับชุดเครื่องเสียงระดับ Hi-End หรือเครื่องเสียงทั่วไป เพื่อความปลอดภัย และให้การใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพ

สิ่งที่ควรคำนึงถึง

ก่อนการจัดหาเครื่องกรองไฟมาใช้ ซึ่งมีหลากหลายในท้องตลาด ทั้งแบบธรรมดาที่ใช้กับอุปกรณ์ไฟฟ้าทั่วไป และแบบที่ใช้กับงานเครื่องเสียงโดยตรง

เครื่องกรองไฟ ที่ไม่ได้ออกแบบสำหรับเครื่องเสียง มักจะกรองความถี่ออกไปมากเกินไป ไม่สามารถป้องกันสัญญาณรบกวนต่างๆ ได้ จนส่งผลทำให้คุณภาพเสียงที่ได้นั้นแย่ลงอีก

ฉะนั้น เราควรเลือกเครื่องกรองไฟที่ออกแบบสำหรับเครื่องเสียงโดยตรง เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพการใข้งานสูงสุดกับเครื่องเสียงของเรา

นี่ก็คือความสำคัญของเครื่องกรองไฟ ที่ผมสรุปนำมาฝากกันในวันนี้ หวังว่าจะเกิดประโยชน์กับทุกท่านที่ติดตามนะครับ พบกันใหม่กับบทความถัดไป สวัสดีครับ

คำถามที่พบบ่อย

เครื่องกรองไฟ (Power Conditioner) ช่วยให้ภาพ และเสียงดีขึ้นไหม?

คำตอบ : เมื่อเทียบกับการต่อไฟตรง เครื่องกรองไฟ (Power Conditioner) จะช่วยทำให้ภาพ และเสียงดีขึ้น ช่วยลด Noise ให้น้อยลง จึงทำให้รายละเอียดเสียงต่างๆ ชัดเจนขึ้น เนียน สะอาด มีมิติมากขึ้น

ข้อเสียของเครื่องกรองไฟ (Power Conditioner) เป็นอย่างไร?

คำตอบ : มีการอั้นของกระแสไฟฟ้าบ้าง เนื่องจากบางช่วงเพาเวอร์แอมป์มีความต้องการกระแสไฟฟ้าที่สูงขึ้นด้วย ตัวอย่างง่ายๆ เช่น เครื่องกรองน้ำ ยิ่งกรองน้ำให้ละเอียดเท่าไหร่ น้ำยิ่งไหลช้า

หากใช้เครื่องกรองไฟ (Power Conditioner)แล้ว ฟ้าผ่ารุนแรงอะไรจะพังก่อน?

คำตอบ : เครื่องกรองไฟ (Power Conditioner) จะพังก่อน เนื่องจากเครื่องกรองไฟเป็นด่านแรกที่รับไฟฟ้า และไปจ่ายให้กับระบบเครื่องเสียงของเรา ช่วยป้องกันความเสียหาย ไม่ให้ไฟฟ้าแรงสูงเข้าสู่ตัวเครื่องเสียงโดยตรง

เครื่องกรองไฟ (Power Conditioner) กับเครื่องสำรองไฟ (UPS) แตกต่างกันอย่างไร?

คำตอบ : ทั้ง 2 นั้นมีหน้าที่แตกต่างกัน เครื่องกรองไฟ (Power Conditioner) ทำหน้าที่กรองขยะที่มากับกระแสไฟฟ้าไม่สามารถสำรองไฟได้เมื่อเกิดไฟดับ ส่วนเครื่องสำรองไฟ (UPS) ทำหน้าที่ในการสำรองไฟฟ้าไว้ใช้ กรณีที่เกิดไฟดับ ก็จะสามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับอุปกรณ์ไฟฟ้าได้อย่างต่อเนื่องได้ในช่วงเวลาสั้นๆ ไม่สามารถกรองขยะที่มากับกระแสไฟฟ้าได้

แชร์หน้านี้

Share :

ใส่ความเห็น

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้
    รายละเอียดคุกกี้

บันทึก