วิธีต่อใช้งานมิกเซอร์ กับลำโพง Active ฉบับภาษาไทย เข้าใจง่าย

more-input-active-speaker-how-to Banner

แนะนำวิธีการเชื่อมต่อใช้งานลำโพงแบบ Active ที่ต้องการช่อง Input เพิ่มขึ้นด้วย มิกเซอร์ ในฉบับภาษาไทย เข้าใจง่าย ไปรับชมกันได้เลยครับ

แนะนำการเชื่อมต่อใช้งาน ของลำโพงแบบ Active ที่ต้องการใช้งาน Input เพิ่มขึ้น ฉบับภาษาไทย เข้าใจง่ายๆ

WHARFEDALE PRO Typhon-AX8-BT Review

ลำโพง Active

แนะนำวิธีการใช้งานครั้งนี้จะยกตัวอย่างใช้งานลำโพงแบบ Active WHARFEDALE PRO Typhon-AX8-BT เชื่อว่าใครหลายๆ คงชื่นชอบลำโพงแบบ Active ที่มีแอมป์ในตัว ออกแบบให้สามารถใช้งานได้อย่างอเนกประสงค์ สามารถเสียบใช้งานไมโครโฟน, เครื่องดนตรี อย่างกีต้าร์ได้เลย และในปัจจุบันหลายๆ รุ่นก็สามายเชื่อมต่อไร้สายผ่าน Bluetooth ได้ อีกทั้งยังมี DSP ให้ EQ สำเร็จรูปมาหลากหลายพรีเซ็ต อาจเรียกว่าเป็นลำโพงที่ให้ความคุ้มค่า และก็ตอบโจทย์ในการใช้งานของใครหลายๆ คนเช่นกัน แต่บางครั้ง เราก็อาจพบปัญหาว่า หากงานเสียงของเรานั้นอาจต้องการ Input ที่มากขึ้น ต้องทำอย่างไร?

เลือกใช้งานมิกเซอร์

ในกรณีที่เราซื้อลำโพง Active ที่มีแอมป์ไปในตัวแล้ว แต่มีช่อง Input ไม่เพียงพอต่อการใช้งาน เราจะทำอย่างไรได้บ้าง? แน่นอน เราต้องซื้ออุปกรณ์เสียงเพิ่มเติม นั้นก็คือ มิกเซอร์ นั้นเอง แล้ววันนี้เราก็มีเทคนิคเล็กๆ น้อยๆ ในการปรับมิกเซอร์อย่างไร? ให้เขากับลำโพง Active ของเรา เพราะว่าอุปกรณ์เสียงทั้ง 2 ก็มีตัวปรับแต่งเสียงมากมาย เราจะมาดูหลักการเลือกซื้อมิกเซอร์คร่าวๆ ก่อน

  1. ตั้งงบประมาณ – คำนวณงบประมาณ เพื่อที่จะใช้ในการซื้อมิกเซอร์สักหนึ่งตัว การนำไปใช้งาน เราจะนำมิกเซอร์ไปใช้ในงานแบบไหนบ้าง
  2. เลือกช่อง Input ให้เพียงพอต่อการใช้งาน – ดู Input ของมิกเซอร์ว่ารองรับการใช้งานกับอุปกรณ์เสียงแบบใดได้บ้าง? จำนวนกี่ตัว?
  3. ดูในส่วนของภาค EQ และ AUX – สามารถปรับแต่งเสียงได้อย่างละเอียดไหม?
  4. มีภาค Effect ในตัวไหม – หากมิกเซอร์มีเอฟเฟกต์มาให้ในตัว ก็จะทำให้เราสามารถปรับแต่งเสียงเอฟเฟกต์ได้ในตัวสะดวกขึ้น โดยที่ไม่ต้องหาใช้เอฟเฟกต์จากภายนอกอีก
  5. ช่องสายสัญญาณ Output – ซึ่งมิกเซอร์แต่ละรุ่น มีแจ็ค Output ที่ไม่เหมือนกัน มีทั้ง XLR และ PHONE แนะนำให้เลือกเป็น XLR เนื่องจากได้ความแรงของสัญญาณที่ดีกว่า เราสามารถที่จะเดินสายได้ไกลกว่า เสียงรบกวนต่ำ

ใช้งานร่วมกันได้อย่างไรบ้าง?

หลังจากที่ได้มิกเซอร์มาใช้งานแล้ว ตำแหน่งของการวางมิกเซอร์ ควรวางในตำแหน่งที่ทำให้เราสามารถปรับแต่งเสียงได้ง่าย และสะดวก การตั้งลำโพงซ้าย/ขวา ให้อยู่ในตำแหน่งที่กระจายเสียงไปสู่ผู้ฟังได้ดี เมื่อเราต่อมิกเซอร์เข้าสู่ลำโพงของเราแล้ว สิ่งที่เราต้องดู คือ

  1. ลำโพงมีช่องแจ็ค Input แบบไหน? – เป็นแบบ XLR หรือ PHONE เช่น ลำโพง WHARFEDALE PRO Typhon-AX8-BT มีช่อง Input แบบ COMBO ซึ่งทำให้เราสามารถใช้งานเชื่อมต่อกับแจ็คได้ทั้ง XLR และ PHONE (แนะนำให้ใช้เป็นแจ็คแบบ XLR จะดีกว่า)
  2. ปรับใช้งาน MIC หรือ LINE – เมื่อเสียบใช้งานเรียบร้อยแล้ว ให้ดูที่สวิตซ์ เลือกสัญญาณว่าเป็น MIC หรือ LINE ในกรณีที่เราต่อนำสัญญาณมิกเซอร์เข้า Input ของลำโพง แนะนำให้ปรับสวิตซ์ไปที่ตำแหน่ง LINE เพราะว่ามันจะแมตซ์ Impedance กว่า และหากเราเลือกไปที่ตำแหน่ง MIC จะทำให้สัญญาณที่ได้นั้นแรงเกินไป อาจทำให้เกิดความเสียหายต่อลำโพง อาการเสียงแตกพร่า หวีดหอนของระบบเสียงได้ เราจะปรับไปใช้ MIC ในกรณีที่เราเสียบไมค์เข้าที่ลำโพงโดยตรง
  3. ดูที่ Volumn – ในกรณีที่ตัวลำโพงไม่ได้มีบอกไว้ว่าควรปรับไว้ที่ระดับใด ให้เราปรับไปที่ระดับกลางๆ เสียงจะออกในระดับที่เหมาะสม และพอดี
  4. ลำโพงของเรามีฟังก์ชั่นปรับแต่งเสียงอะไรบ้าง? – เช่น ลำโพง WHARFEDALE PRO Typhon-AX8-BT มี EQ Preset มาให้เลือกถึง 4 โหมด ซึ่งแต่ละค่าก็ให้เสียงที่ไม่เหมือนกัน เพื่อจะได้ปรับใช้งานให้เหมาะสมกับงานเสียงของเรา

ปรับแต่งเสียงอย่างไร?

หลังจากที่ทำตามขั้นตอนต่างๆ แล้ว เราจะมายกตัวอย่างในการปรับแต่งเสียงของลำโพง และมิกเซอร์กัน

  1. ปรับควบคุม GAIN INPUT – เพื่อเช็คว่าสัญญาณที่เข้ามานั้น เกินระดับหรือไม่? โดยเช็คที่หลอดไฟ Meter ให้อยู่ในระดับเลข 0-3
  2. ดูที่ปุ่ม 100Hz – หากเราเน้นการใช้งานพูด การบรรยาย ควรกดที่ปุ่มนี้ลงไปด้วย เพื่อตัดย่านเสียงทุ้มที่ไม่ต้องการออกไป ให้งานพูดของเราชัดเจนยิ่งขึ้น
  3. ดูปุ่ม EQ – ปรับแต่งเสียงตามความเหมาะสมของคาแรคเตอร์เสียงพูดของตนเอง
  4. ปรับควบคุม Effect – ให้กับเสียงของเรา เช่น หากใช้ในงานร้อง ก็อาจจะเพิ่มเอฟเฟกต์ Echo หรือ Delay เข้าไปให้เสียงมีความน่าฟังมากยิ่งขึ้น

ข้อแนะนำในการเปิด/ปิด ใช้งานลำโพง และมิกเซอร์

  • เปิดใช้งานลำโพง และมิกเซอร์ ควรเปิดมิกเซอร์ หรือเครื่องกำเนิดเสียงต่างๆ ให้พร้อมใช้งานก่อน จากนั้นค่อยเปิดลำโพงเป็นอันดับสุดท้าย เพื่อป้องกันการกระชากของเสียงที่จะออกมาจากลำโพงนั้นเอง
  • ปิดใช้งานลำโพง และมิกเซอร์ ริ่มจากการลด Volumn และปิดลำโพงให้เรียบร้อยก่อน จากนั้นค่อยปิดมิกเซอร์
mixer path

สรุป

ขั้นเบื้องต้นในการใช้งาน หากเราจะใช้งานพูด หรือร้องเพลง ในการเชื่อมต่อลำโพงเข้ากับมิกเซอร์ด้วยกับสายสัญญาณต่างๆ ต้องใช้สายที่มีหัวแจ็คแบบไหนบ้าง? 

  • ไมโครโฟน – นำสัญญาณเสียงเข้าสู่ตัวมิกเซอร์ โดยใช้สายสัญญาณแบบ XLR to XLR แบบตัวผู้
  • เครื่องเล่นเพลง – หรือสมาร์ทโฟน แท็บเล็ตที่มีช่องรองรับการเชื่อมต่อกับแจ็คแบบ 3.5 TRS Phone เป็นการต่อโดยนำสัญญาณเสียงเข้าสู่ตัวมิกเซอร์ เสียบเข้ากับสายสัญญาณที่เป็นแจ็คแบบ TRS Phone 3.5 และแยกออกเป็นแจ็คแบบ TS Phone 2 หัว แยกสัญญาณเสียงซ้าย/ขวา
  • ลำโพง – เป็นการต่อโดยนำสัญญาณภาค Output ออกจากมิกเซอร์ส่งไปสู่ภาค Input ของลำโพง โดยใช้สายสัญญาณที่มีหัวแจ็คแบบ XLR to XLR แบบตัวเมีย

คำถามที่พบบ่อย

ถ้าต่อตู้ลำโพงเข้ากับมิกเซอร์ เสียงที่ได้จะแตกต่างกันเดิมไหม?

คำตอบ : แตกต่างกัน เพราะมิกเซอร์ สามารถใช้งานปรับแต่งเสียง/เพิ่มเอฟเฟกต์ต่างๆ ให้เสียงที่ดีขึ้นได้

มิกเซอร์แต่ละรุ่น ให้เสียงที่แตกต่างกันไหม?

คำตอบ : แตกต่างกัน เพราะมิกเซอร์แต่ละรุ่นก็มีเอกลักษณ์เสียงเป็นของตนเอง หากมีโอกาส อยากแนะนำให้ไปทดลองฟังด้วยตนเอง ว่าถนัดกับฟังก์ชั่นการใช้งาน และต้องการเสียงแบบไหน

หากจะใช้งานไมโครโฟน ควรต่อใช้งานตรงไปที่มิกเซอร์ หรือตู้ลำโพงดี?

คำตอบ : แนะนำว่าควรต่อไมโครโฟนตรงไปที่มิกเซอร์จะดีกว่า เพื่อจะได้ปรับแต่งเสียงให้ดีก่อนที่จะส่งสัญญาณไปที่ตู้ลำโพง

บทความที่คุณอาจจะสนใจ

แชร์หน้านี้

หน้าแรก
โปรโมชั่น
กลุ่มสินค้า
บทความ
บัญชี
หน้าแรก
โปรโมชั่น
กลุ่มสินค้า
บทความ
บัญชี

โปรดคลิก อ่านนโยบายคุกกี้ของเรา มิฉะนั้นเราจะถือว่าคุณตกลงกับการใช้คุกกี้ของเรา