YEAR-END-SALE

ไมค์บันทึกเสียง SHURE เลือกตัวไหนดี?! ระหว่าง MV7 และ SM7B

SHURE ไมโครโฟน

SHURE SM7B ได้รับสถานะว่าเป็นไมโครโฟนบันทึกเสียงรุ่นตำนานในหมู่โปรดิวเซอร์, ซาวน์เอนจิเนียร์ และนักพอดคาสต์ แล้วพวกเขาจะสนใจ MV7 บ้างหรือไม่?

ตั้งแต่ Marc Maron (พอดคาสเตอร์) ไปจนถึง Michael Jackson (ศิลปินนักร้อง) ไมโครโฟน SM7B ได้รับความชื่นชมจากผู้คนมากมายในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มันกลายเป็น Iconic ด้านเสียงที่ดี: มีไมโครโฟนเพียงไม่กี่ตัวที่สามารถให้โทนเสียงที่อบอุ่น สมบูรณ์ ยอดเยี่ยม และการใช้งานที่หลากหลาย

การใช้งาน Broadcast ระดับมืออาชีพ และการบันทึกเสียงในสตูดิโอมานานหลายทศวรรษ SM7B กลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง ในหมู่นักพอดคาสต์ และสตรีมเมอร์ออนไลน์

ตอนนี้ Shure ได้เปิดตัวไมโครโฟน MV7 ใหม่ล่าสุดที่ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับนักพอดคาสต์ สตรีมเมอร์ และนักร้องที่กำลังมองหาการใช้งานที่สะดวก สามารถเชื่อมต่อ USB และ XLR ได้ MV7 ได้รับแรงบันดาลใจจาก SM7B อย่างชัดเจน มีคุณสมบัติเจ๋งๆ มากมาย

แล้วแบบไหน เหมาะสมกับคุณ?

ก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจกันก่อน: หากคุณกำลังติดสินใจเลือกไมโครโฟน SM7B มาระยะหนึ่งแล้ว คุณควรซื้อมันเลย ไม่มีอะไรจะมาแทนที่คุณภาพเสียงระดับตำนานได้

แล้วทำไมบางคนถึงเลือกใช้ MV7? มีหลายเหตุผลครับ ขอย้ำว่าไมโครโฟนเหล่านี้ช่วยให้เราใช้งานได้หลากหลายได้จริงๆ แทนที่จะใช้งานไมค์แค่ตัวเดียว ควรมี MV7 ไว้ใช้งานเพิ่มเติมอีกตัวก็ดีนะครับ เช่น บางคนอาจใช้ MV7 สำหรับการทำพอดคาสต์ที่บ้าน และใช้เลือก SM7B ไว้สำหรับการบันทึกเสียงในสตูดิโอ หรือบางทีคุณมี SM7B ไว้ใช้งานด้านพอดคาสต์อยู่แล้ว และคุณอาจจะมี MV7 ไว้ใช้สำหรับแขกรับเชิญในพอดคาสต์ของคุณ และพกพาไปบันทึกเสียงระหว่างการเดินทางก็ทำได้ครับ

ความแตกต่าง

มีความแตกต่างที่เด่นๆ เห็นได้ชัด คือ SM7B สามารถใช้ได้กับทุกงาน ตั้งแต่บันทึกเสียงร้อง ไม่ว่าจะแนวเพลงแร็พ และร็อค ไปจนถึงสามารถบันทึกเสียงกีตาร์หน้าตู้แอมป์ และบันทึกเสียงกลอง ส่วน MV7 นั้นได้รับการปรับแต่งให้เหมาะสมสำหรับการใช้งานด้านเสียงพูด เช่น ทำพอดคาสต์ และการร้องเพลง MV7 ถูกออกแบบให้เน้นความถี่ย่านเสียงกลางเป็นหลัก ซึ่งมีความชัดเจน และเพื่อให้เสียงพูดนั้นมีความใส สมจริง

ในทางกลับกัน SM7B มีระดับการรับเสียงในย่านต่ำที่มากกว่า ซึ่งเป็นที่มาของเสียง Broadcast ที่เป็นเอกลักษณ์ นอกจากนี้ยังมีการตอบสนองย่านความถี่ที่กว้าง และ Flat ซึ่งเป็นเรื่องยากที่จะออกแบบได้ในไมโครโฟนแบบไดนามิก นี่จึงเป็นเหตุผลที่ดีว่าทำไม SM7B ถูกเรียกว่า SM57

MV7 มีรูปทรงที่เล็ก น้ำหนักเบา และสะดวกกว่า SM7B มาก ใครก็ตามที่กำลังสนใจ SM7B อย่างจริงจังจะทราบดีว่าคุณจะต้องใช้งานร่วมกับปรีแอมป์ไมค์ด้วย เพื่อให้ได้เสียงอย่างมืออาชีพ MV7 จึงเป็นไมค์ตัวเลือกที่ประหยัดกว่า โดยที่งบไม่สูงมาก

XLR หรือ USB ??

MV7 มีเอาต์พุตให้ 2 แบบ: แบบ XLR มาตรฐาน และแบบ USB ที่สะดวก ช่วยให้คุณสามารถเสียบเข้ากับคอมพิวเตอร์ได้โดยตรง โดยที่ไม่ต้องใช้งานผ่าน Interface

ประโยชน์ที่เด่นๆ ของ MV7 คือ คุณสามารถบันทึกเสียงคุณภาพสูงด้วยคอมพิวเตอร์ของคุณได้เลย และไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหน ก็ยังสามารถใช้งานได้กับอุปกรณ์เครื่องเสียงอื่นๆ ที่ใช้สาย XLR ได้ด้วย (เคล็ดลับสำหรับมือโปร: คุณยังสามารถใช้ทั้งเอาต์พุต USB และ XLR พร้อมกันได้ด้วย!)

แม้ว่าคุณจะตัดสินใจเลือก SM7B ไว้แล้ว กับมองหา Interface ไว้แล้ว ก็ไม่มีอะไรต้องหวั่นครับ คุณก็จะมีไมค์ตัวที่สองสำหรับทำพอดแคสต์ ใช้งานอย่างสนุกสนาน หรือใช้งานบันทึกเสียงอื่นๆ ด้วยได้

SHURE MV7

Voice Isolation Technology

MV7 – เหมือนกับไมค์รุ่นพี่อย่าง SM7B – เป็นไมโครโฟนไดนามิก ที่ออกแบบมาเพื่อเน้นบันทึกเสียงผู้พูดเพียงคนเดียว การรับเสียงแบบ cartridge และตัวยึดกันกระแทกช่วยป้องกันไม่ให้มีเสียงรบกวนจากพื้นหลัง นี่อาจเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่กำลังสนใจไมโครโฟนบันทึกเสียง หรือสตรีมมิ่ง แต่มีห้องที่มีอะคูสติกไม่ค่อยดี

Auto Level Mode

คุณสมบัติที่ยอดเยี่ยมอีกอย่าง คือ โหมดปรับระดับสัญญานเสียงอัตโนมัติของ MV7 สามารถเชื่อมต่อผ่าน USB ปรับระดับเสียงของคุณได้ทันที เพื่อให้แน่ใจว่าการบันทึกเสียงของคุณมีสัญญานเสียงเอาต์พุตที่สม่ำเสมอ วิธีนี้จะช่วยประหยัดเวลาในการตัดต่องานของคุณต่อไป และการรักษาระดับเสียงให้สม่ำเสมอ เสมือนมีซาวน์เอ็นจิเนียรค่อยปรับแต่งเสียงให้คุณ!

นอกจากนี้ยังมีแอปพลิเคชั่น ShurePlus™ MOTIV ที่ช่วยให้คุณสามารถปรับ ตั้งค่าแบบ Manual เช่น Mic Gain, Mic Mute, EQ, Monitor Mix, Limiter และ Compressor ปรับแต่งโทนเสียงที่เป็นเอกลักษณ์ของคุณเองได้ เป็น Dark, Natural หรือ Bright และยังสามารถบันทึกพรีเซ็ตที่คุณชื่นชอบไว้ใช้ในงานอื่นๆ ต่อไปได้อีกด้วย

โหมดใกล้ และไกล

MV7 สามารถปรับโหมดให้เข้ากับตำแหน่งการวางไมโครโฟนของคุณได้ เพียงแค่เลือกระหว่าง โหมด Near (ใกล้) หรือ Far (ไกล) จะมีประโยชน์มากหากใช้ในงานพูด หรือร้องเพลง

และอย่างแน่นอน ด้วยคุณลักษณะอันลงตัวสำหรับคอนเทนต์ครีเอเตอร์แล้ว ไมโครโฟน MV7 ย่อมตอบโจทย์สำหรับนักดนตรีได้เป็นอย่างดีอีกด้วย นักร้องจะชื่นชอบในการบันทึกเสียงในพื้นที่ที่มีอะคูสติกที่น้อยกว่า และสามารถทำงานต่อได้เลยจากคอมพิวเตอร์ หรือโน๊ตบุ๊คด้วย USB ไปจนถึงการบันทึกเสียงสตูดิโอด้วย XLR

การควบคุมทั้งหมด

จริงๆ แล้วมันค่อนข้างยากที่จะอธิบายทุกอย่างที่มีอยู่ใน MV7 ให้จบอยู่ในบทความเดียว แต่อย่างไรก็ตามครับ ทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับการเซ็ต การตั้งค่า การควบคุมเสียงของคุณตามที่ชอบทั้งหมดเองด้วย

เป็นการผสมผสานระหว่างความสะดวกสบาย การควบคุม และเสียงที่มีคุณภาพระดับมืออาชีพ ทำให้ MV7 เหมาะสมสำหรับครีเอเตอร์ และนักดนตรี แน่นอนว่าคุณสมบัติของ MV7 ไม่สามารถมาแทนที่ SM7B ในตำนานได้ แต่แน่นอนว่ามันเป็นอีก 1 ในครอบครัวไมโครโฟนที่ยอดเยี่ยมของ SHURE

สรุป

MV7 เป็นไมค์แบบไดนามิก มีช่อง Output 2 แบบ USB และ XLR สําหรับใช้ร่วมกับคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์อื่นๆ ได้ สามารถตั้งค่าเสียงได้ผ่านแอพพลิเคชั่น ShurePlus Motiv ไม่ว่าจะเป็นการปรับควบคุมโทนเสียง และควบคุมระยะห่างจากไมโครโฟน เหมาะสมกับการใช้งานพูดเป็นหลัก ทำพอดคาสต์ ไปจนถึงสตรีมมิ่งออนไลน์

SM57 เป็นไมค์แบบไดนามิกคุณภาพสูง ทิศทางการรับเสียงแบบ Cardioid การตอบสนองย่านความถี่ที่กว้างกว่า อิสระในการใช้งานร่วมกับปรีไมค์เพื่อเสียงที่ต้องการของคุณได้ เหมาะสมกับการใช้งานบันทึกเสียงในสตูดิโอ เสียงร้อง เสียงเครื่องดนตรี

หรือบางทีหากเราทำงานด้านเสียง ด้านดนตรี ใช้งานไมโครโฟนบ่อยๆ ควรมีไว้ใช้งานทั้ง 2 รุ่น 2 ตัวก็ดีครับ เพราะแต่ละรุ่นถูกออกแบบมาเพื่อการใช้งานที่แตกต่างกัน มีฟังก์ชั่นการทำงานที่แตกต่างกัน ความสามารถในการปรับแต่งเสียงที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับการใช้งานของเราครับ ทั้งหมดนี้เพื่อความสะดวกสบายในการใช้งาน คุณภาพเสียงที่ดีของเราครับ

-40%
฿26,300 ฿15,900 (รวม VAT 7% แล้ว) (ส่งฟรี)
-37%
฿15,800 ฿9,990 (รวม VAT 7% แล้ว) (ส่งฟรี)

ขอบคุณบทความจาก SHURE

แต่งโดย Soren Pedersen

คำถามที่พบบ่อย

SM7B กับ MV7 แตกต่างกันอย่างไร?

คำตอบ SM7B มีการตอบสนองย่านความถี่ที่กว้างกว่า อิสระในการใช้งานมากกว่า ใช้งานร่วมกับปรีไมค์ เพื่อเสียงที่ต้องการของคุณได้ ส่วน MV7 จะมีความสะดวกมากกว่า มีช่อง Output 2 แบบ USB และ XLR สําหรับใช้ร่วมกับคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์อื่นๆ ได้ สามารถตั้งค่าเสียงได้ผ่านแอพพลิเคชั่น ShurePlus Motiv ไม่ว่าจะเป็นการปรับควบคุมโทนเสียง ซึ่ง 2 รุ่นนี้ มีคุณสมบัติที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับความต้องการในการไปใช้งานของท่าน

เหมาะกับงานแบบไหน?

คำตอบ SM7B คุณสมบัติเด่นๆ จะเหมาะสมกับงานบันทึกเสียงในสตูดิโอ ส่วน MV7 จะค่อนข้างเหมาะสมกับงานพูด งานสตรีมออนไลน์ งานพอตแคสต์ และงานบันทึกเสียงดนตรีก็สามารถทำได้ แต่คุณสมบัติการตอบสนองความถี่อาจจะกว้างไม่มากเท่ากับ SM7B

ใช้งานยากไหม?

คำตอบ SM7B ต้องใช้งานร่วมกับปรีไมค์ เพื่อให้สามารถปรับแต่งเสียงตามความต้องการได้ ส่วน MV7 จะใช้งานได้ง่ายกว่า มี 2 Input สามารถเชื่อมต่อได้ทั้งแบบ XLR และ USB เข้ากับในคอมพิวเตอร์ หรือสมาร์ทโฟนได้เลย 

แชร์หน้านี้

หน้าแรก
โปรโมชั่น
กลุ่มสินค้า
บทความ
บัญชี
หน้าแรก
โปรโมชั่น
กลุ่มสินค้า
บทความ
บัญชี

โปรดอ่านนโยบายคุกกี้ของเรา มิฉะนั้นเราจะถือว่าคุณตกลงกับการใช้คุกกี้ของเรา