ระบบ เครื่องเสียงกลางแจ้ง คืออะไร ? (P.A sound system)

เครื่องเสียงกลางแจ้ง คืออะไร
Home » เกร็ดความรู้ (Tip & Trick) » ระบบ เครื่องเสียงกลางแจ้ง คืออะไร ? (P.A sound system)

เวลาอ่านโดยประมาณ : 4 minutes

เครื่องเสียงกลางแจ้ง คืออะไร ? สำหรับมือใหม่ในวงการเครื่องเสียงก็อาจจะมีข้อสงสัยอยู่ไม่น้อย สำหรับงานกลางแจ้งหรืองาน PA ซึ่งย่อมาจาก Public Address (พับบริคแอ๊ดเดรส)

คือ ระบบกระจายเสียงสาธารณะ ที่มีจุดประสงค์คือการกระจายเสียงให้ครอบคลุมผู้คนผู้ฟังตามสถานที่สาธารณะ เช่น ระบบประกาศ ในห้างสรรพสินค้า ที่ลานจอดรถ หรือเครื่องเสียงลานแอโรบิค เครื่องเสียงในสนามกีฬา ลานดนตรี คอนเสิร์ต และงานอื่นๆ สามารถเรียกระบบเสียงนี้เป็นระบบเสียงแบบ PA เช่นกันครับ

ในบทความนี้นอกจากเราจะรู้ขอบเขตรู้จักความหมายของระบบเสียงกลางแจ้งหรือ PA คืออะไรแล้ว สำหรับบทความนี้ก็จะบอกรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ และเทคนิคที่จำเป็นในงานระบบเสียงกลางแจ้งหรือ PA มาฝากกันด้วย เรียกกันว่าอ่านจบบทความนี้ ทุกท่านก็สามารถนำไปต่อยอดและนำไปใช้กับระบบเสียงของเราได้ทันที

Public Address
เครื่องเสียงกลางแจ้ง คืออะไร ? (P.A sound system)
P.a. sound systems

ส่วนประกอบของเครื่องเสียงกลางแจ้ง

เทคนิคไม่ลับสำหรับชาวเครื่องเสียงกลางแจ้ง

สรุป

ส่วนประกอบของเครื่องเสียงกลางแจ้ง

ดูสินค้าไมโครโฟนทั้งหมด
ดูสินค้ามิกเซอร์ทั้งหมด
ดูสินค้าลำโพงทั้งหมด

สวัสดีครับทุกท่าน วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับระบบเสียงกลางแจ้งกันครับว่าประกอบด้วยอะไรบ้าง ไม่ว่าจะเป็นเครื่องเสียงชุดใดก็แล้วแต่ ที่เราได้ยินได้สัมผัส ไม่ว่าจะเป็นชุดเครื่องเสียงขนาดเล็กๆ ตามชุมชน งานวัด หนังกลางแปลง ลิเก คาราโอเกะ งานดนตรี งานประชาสัมพันธ์ หรืองานดนตรีระดับคอนเสิร์ต ก็จะมี 3 ส่วนประกอบหลักๆดังต่อไปนี้

    1. ภาคอินพุท
    2. ภาคประมวลผลหรือโปรเซสเซอร์
    3. ภาคเอ้าท์พุท

พอผมแยกออกมาให้เห็นภาพรวมหลักๆ 3 ข้อหลายท่านก็พอมองภาพออกบ้างแล้ว สำหรับมือใหม่อาจจะงงอยู่บ้าง แต่ในบทความนี้จะช่วยให้ทุกท่านเข้าใจกันมากขึ้น มองภาพของระบบเสียงกลางแจ้งได้ง่ายขึ้น และสนุกกับบทความนี้อย่างแน่นอนครับ เรามาดูส่วนประกอบหลักๆ 3 ข้อนี้ไปพร้อมๆกัน

ภาคอินพุต

ภาคอินพุท


ภาคอินพุทประกอบด้วยอะไรบ้าง อะไรก็แล้วแต่ที่เป็นแหล่งกำเนิดเสียง เช่น ไมโครโฟน โทรศัพท์สมาร์ทโฟน เครื่องเล่น เทป ซีดี ดีวีดี และคอมพิวเตอร์ โน๊ตบุ๊ค หรือเครื่องดนตรีต่างๆ ก็จัดว่าเป็นภาคอินพุททั้งนั้น

ไมโครโฟน
เครื่องเล่น cd dvd
เครื่องดนตรี
เครื่องดนตรี
ภาคประมวลผลหรือโปรเซสเซอร์

ภาคประมวลผลหรือโปรเซสเซอร์


ภาคประมวลผลหรือโปรเซสเซอร์ เครื่องเสียงขนาดใหญ่หรือเล็กก็ต้องมีภาคประมวลผลทั้งนั้น อะไรคือภาคประมวลผล เรามาดูและติดตามกันเลยครับ ภาคที่ 2 ภาคประมวลผลนี้ประกอบไปด้วย ปรีปรับเสียง มิกเซอร์ อีคิว คอมเพรสเซอ ลิมิเตอร์ เกท เครื่องจำลองเสียงเอฟเฟค (เอฟเฟค) นอกจากนี้ยังมีพวก คอนโทรลเลอร์และ แอคทีฟครอสโอเวอร์ โปรเซสเซอร์ อุปกรณ์ปรับเสียงอื่นๆ ก็จัดอยู่ในโหมดประมวลผลหรือโปรเซสเซอร์ เช่นกัน

มิกเซอร์
อีคิว
ระบบเสียงกลางแจ้ง
ภาคเอ้าท์พุท

ภาคเอ้าท์พุท


ภาคสุดท้ายของระบบเสียง ประกอบด้วยอะไรบ้าง สายลำโพง เครื่องขยายเสียง และลำโพง

ขนาดดอกลำโพง และกำลังขับของแอมป์
นี่ก็คือส่วนประกอบหลักๆ ของระบบเสียงซึ่งมีอยู่ 3 ภาคส่วนที่กล่าวมาข้างต้น
สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่บทความ เครื่องเสียงเบื้องต้น

เคล็ดไม่ลับสำหรับชาวเครื่องเสียงกลางแจ้ง

อย่างที่บอกไปตอนเริ่มว่านอกจากจะมาให้ความรู้เกี่ยวกับ เครื่องเสียงกลางแจ้ง แล้วเราจะมาให้เทคนิคเล็กๆ น้อยๆ ในการปรับแต่งสัญญาณเสียง ที่จะช่วยให้เพื่อนๆ จัดการกับสัญญาณเสียงได้ดียิ่งขึ้นไปอีก

จัดการกับสัญญาณอินพุท

ทริคในการจัดการกับสัญญาณอินพุท

เราชาวเครื่องเสียงกลางแจ้งต้องรู้เบื้องต้น กับแหล่งกำเหนิดเสียงแต่ละอย่างมีความแรงของสัญญาณระดับใด เพื่ออะไรครับ ก็เพื่อที่จะปรับเกนอินพุทของมิกเซอร์ได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม เพื่อให้สัญญาณแมชชิ่ง และบาลานซ์ ไม่ให้เกิดเสียงแตกพร่ามัว หรือ เสียงไม่อิ่มและไม่ชัดเจน หรืออาการไมค์หอนเกิดขึ้น ในระบบของเรา เรามาดูว่า ไมโครโฟน,ซีดี,เครื่องดนตรีควรปรับเกนอินพุทระดับเท่าใดกันบ้าง

สัญญาณอินพุท มีความสำคัญอย่างไรกับระบบเสียงกลางแจ้ง
“ปรับเป็นก็เกิด ไม่เข้าใจระดับสัญญาณที่เข้ามาหรือปรับไม่เป็นก็ดับได้”

ระบบเสียงกลางแจ้ง

รู้ไว้ใส่ใจก็ไปได้สวย

1. เริ่มจากอุปกรณ์ที่แทบจะไม่ต้องเปิดเกนเพราะสัญญาณค่อนข้างแรงอยู่แล้ว หรือถ้าจะเร่งเกนอินพุทที่มิกเซอร์ ไม่เกิน + 20 dB ซึ่งได้แก่ เครื่องเล่น ซีดี ดีวีดี สมาร์ทโฟน (เร่งมากไปเสียงอาจจะแตกพร่ามัวได้)

เครื่องเล่น cd dvd

2. ซอร์ทเสียงที่ควรปรับระดับสัญญาณขึ้นมากกว่า +20 dB มีจำพวก อินสตรูเม้นท์ หรือเครื่องดนตรี เช่น เปียโน คีบอร์ด กีต้าร์ และเครื่องดนตรีอื่นๆ

เครื่องดนตรี

3. ซอร์ทเสียงที่ควรปรับเกนอินพุทของมิกเซอร์ให้มากกว่า 2 ข้อแรกก็คือ ไมโครโฟน ซึ่งไมโครโฟนมีอัตราขยายสัญญาณเสียงที่ต่ำแค่มิลลิโวลท์ ฉะนั้น เราจึงควรเพิ่มเกนอินพุทที่เหมาะสม เช่น +30 dB (ช่วงเที่ยงๆขึ้นไป ในกรณีพูดใกล้ไมค์ ในกรณีพูดไกลหรือห่างจากไมโครโฟน ก็ควรปรับเกนอินพุทเพิ่ม เช่น +40,50 dB (ช่วงบ่ายๆ)เป็นต้น

เครื่องเสียงกลางแจ้ง

สรุปง่ายๆในข้อนี้คือ เราต้องปรับเกนอินพุทสัญญาณขาเข้าให้ได้ก่อนนั่นเอง อันใหนดังมากเราต้องลดลง หรืออันใหนสัญญาณเบาเราควรเร่งขึ้นโดยยึด ที่ 0 dB เป็นหลักมาตรฐาน
เมื่อเราปรับสัญญาณอินพุทขาเข้าได้แล้ว ต่อไปเราก็ปรับหรือแต่งโทนเสียง (ทุ้ม กลางและแหลม)

ทริคในการปรับแต่งโทนเสียง และจัดการกับเสียงเอ้าท์พุต

ซึ่งในข้อนี้ก็คือการปรับ อีคิว หรือ อีควอไลเซอร์นั่นเองครับ ซึ่งความหมายจริงๆของอีควอไลเซอร์คือ การทำให้เท่าๆกัน สัญญาณใหนเสียงทุ้มมากหรือแหลมเกินเราก็ควรลดลงให้มีความดังที่ใกล้เคียงกับความถี่เสียงอื่นๆนั่นเอง เมื่อแต่งโทนเสียงได้เรียบร้อยแล้ว สิ่งที่สัมพันธ์กันที่สำคัญก็คือ การปรับระดับเสียงขาออก
เครื่องเสียงกลางแจ้ง

การปรับระดับเสียงขาออก เช่น ในงานดนตรี งานคอนเสิร์ต ต้องมีดนตรีที่หนักเบาไม่เท่ากัน เพื่อมิติของเสียง หรือ การแสดงที่ไม่กระจุกเป็นก้อนของซาวด์ ฉะนั้น วอลลุ่มเฟดเดอร์ของมิกเซอร์แต่ละชาแนลจึงต้องมีหนักเบาไม่เท่ากัน ในบางช่วง ท่อนโซโลกีต้าร์ เราอาจจะต้องเลื่อนวอลลุ่มสไลด์เฟดเดอร์ขึ้นเพื่อให้ซาวด์โดดเด่นขึ้นมา เป็นต้น ถ้าดันสไลด์เฟดเดอร์เท่ากันหมดจนจบการแสดง สีสันและมิติย่อม ขาดหายไปแน่นอน

เครื่องเสียงกลางแจ้ง

บางท่านอาจสงสัยว่าถ้าเราเร่งสไลด์เฟดเดอร์ไว้ที่ 0 เท่ากันแล้ว เราไปลดหรือเพิ่มเกนอินพุทที่อยู่บนมิกเอา จะดีใหมจะได้ใหม เมื่อต้องการความโดดเด่นของเสียงแต่ละชาแนล ผมขอแนะนำไม่ควรปฏิบัติครับ เพราะยิ่งอินพุทยิ่งเยอะมันจะทำให้เราลืมได้ว่า เมื่อกี้เราตั้งอินพุทไว้ ที่เท่าใหร่บ้าง เช่น ไมค์ 1,2,3,4 เกนอินพุทที่เท่าใหร่ กีต้าร์ 1- 2 เกนอินพุทเท่าใหร่ เครื่องดนตรีอื่นอีกมากมาย

ซึ่งจุดนี้ขอแนะนำให้เลื่อนสไลด์เฟดเดอร์แต่ละชาแนลขึ้นลงแทน โดยตั้งหรือเลื่อนสไลด์ไว้ที่ 0 dB ตามมาตรฐาน ซึ่งจะทำให้เราคืนค่าปกติของเสียงแต่ละชาแนลเมื่อไม่ต้องการความหนักเบาของซาวด์ เราก็แค่ดันสไลด์เฟดเดอร์ไปที่ 0 dB ง่ายกว่ากันเยอะ

เครื่องเสียงกลางแจ้ง คืออะไร ? (P.A sound system)

สรุป

เมื่อเราทราบว่าซอร์ทเสียงต่างๆ ที่จะมาอินพุทเข้ามิกเซอร์ผ่านสายสัญญาณผ่านหัวแจ็คแบบต่างๆ แล้ว และเราทราบแล้วว่าซอร์ทเสียงแต่ละประเภทมีสัญญาณระดับใหน ก็จะทำให้เราปรับหรือบาลานซ์กับซอร์ทเสียงเหล่านี้ได้อย่างถูกต้อง การปรับเอ้าท์พุทที่ถูกต้องก็จะทำให้ระบบเสียงเราเพิ่มคุณภาพมากขึ้นได้อีก

ด้วยองค์ประกอบของระบบที่แมชชิ่งกันอย่างลงตัว จะทำให้ได้คุณภาพเสียงที่น่าพึงพอใจ เราอาจจะไม่ได้ใช้อุปกรณ์เครื่องเสียงที่แพงที่สุด แต่หากเราสามารถบาลานซ์เสียงได้ดีก็ทำให้ซาวด์นั้นน่าฟังได้เช่นกัน
ตรงกันข้ามหากใช้อุปกรณ์ราคาแพงแต่บาลานซ์เสียงไม่เป็นก็ทำให้ฟังกระโดกกระเดกฟังไม่ลื่นหูได้เช่นกัน

แต่ถ้าหากใช้อุปกรณ์คุณภาพระดับไฮเอ็นแล้วบาลานซ์เสียงเป็นด้วยก็ทำให้ซาวด์สมบูรณ์แบบมากขึ้น น่าฟังมากขึ้น ไพเราะเสนาะหูมากขึ้น ก็ยิ่งดีไปใหญ่

สำหรับบทความ เครื่องเสียงกลางแจ้ง นี้หวังว่าจะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยสำหรับชาวเครื่องเสียงกลางแจ้ง ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านบทความนี้จนจบ วันนี้ผมต้องขอตัวลาไปก่อน สวัสดีครับ ~

เขียนบทความ…SoundDD.Shop

โดย…บริษัท เอสพีเค ซาวด์ซิสเต็มส์ จำกัด

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

แอดไลน์ที่: @sounddd.shop (มี @ ข้างหน้าด้วยนะครับ)

Facebook : SoundDD.Shop

Website: www.sounddd.shop

Tel:  02 435 8998 | 085 396 8888

Share :

ใส่ความเห็น

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้
    รายละเอียดคุกกี้

บันทึก