ประเภทสัญญาณเสียง | LINE LEVEL และ MIC LEVEL คืออะไร?

ประเภทสัญญาณเสียง
Home » เกร็ดความรู้ (Tip & Trick) » ประเภทสัญญาณเสียง | LINE LEVEL และ MIC LEVEL คืออะไร?

เวลาอ่านโดยประมาณ : 3 minutes

ในบทความนี้เพื่อนๆ จะได้รู้เกี่ยวกับ ประเภทสัญญาณเสียง ว่ามีทั้งหมดกี่แบบ MIC LEVEL, INSTRUMENT LEVEL, LINE LEVEL และ SPEAKER LEVEL แต่ละแบบแตกต่างกันยังไง?? และมีการใช้งานสัญญาณแต่ละแบบอย่างไร!? ถ้าพร้อมแล้ว ไปชมกันเลยครับ ~

ประเภทสัญญาณเสียง | AUDIO SIGNAL TYPE

ประเภทสัญญาณเสียง | AUDIO SIGNAL TYPES

ประเภทสัญญาณเสียง | AUDIO SIGNAL TYPES


ก่อนอื่นก็ต้องอธิบายกันก่อนว่าสัญญาณเสียงในวงการเครื่องเสียงที่ทั่วโลกใช้งานกันในปัจจุบัน เราจะแบ่ง ประเภทของสัญญาณเสียงออกมาเป็น 4 แบบ ได้แก่ INSTRUMENT LEVEL, MIC LEVEL, LINE LEVEL และ SPEAKER LEVEL

แล้วทำไมถึงต้องมีการแยกสัญญาณแต่ละประเภท!? เหตุผลหลักๆ ในการแยกสัญญาณเสียงออกมาเป็นแต่ละประเภทเป็นเพราะสัญญาเสียงแต่ละแบบ มีความแรงของสัญญาณที่แตกต่างกัน และเพื่อให้อุปกรณ์ที่ใช้สัญญาณเสียงแต่ละแบบ มีมาตรฐานที่เหมือนกัน ซึ่งเป็นเหมือนมาตรฐานกลางที่ทำให้ อุปกรณ์เครื่องเสียงสามารถใช้งานร่วมกันได้ แม้จะมาจากคนละแบรนด์กันนั่นเองครับ ~

MIC LEVEL คือ

MIC LEVEL


คือ สัญญาณเสียงของ ไมโครโฟน ที่จะเป็นกระบวนการในการนำเข้าสัญญาณเสียงไมโครโฟนเข้าสู่ระบบเสียง โดยผมจะอธิบายการทำงานเบื้องต้นของไมโครโฟนก่อน เพื่อให้เพื่อนๆ เข้าใจการทำงานหลักๆ โดยการรับเสียงของไมโครโฟนจะเป็นการเปลี่ยนความดันในอากาศที่เกิดจากแหล่งกำเนิดเสียง ให้เปลี่ยนกลายเป็นกระแสไฟฟ้า โดยกระแสไฟฟ้าที่เกิดจากกระบวนการนี้ จะมีความแรงของสัญญาณที่อ่อนมากเกินกว่าที่จะนำไปใช้งานได้

หากต้องการจะนำไปใช้งานจึงต้องมีการเชื่อมต่อกับ ปรีแอมป์ เพื่อขยายสัญญาณจาก MIC LEVEL เพื่อที่จะทำการมิกซ์ และปรับแต่งสัญญาณเสียงในขั้นตอน Process ต่อไปนั่นเองครับ ~

เกร็ดความรู้ | Tips&Trick
ในปัจจุบันด้วยความที่เทคโนโลยีพัฒนาไปมาก ทางแบรนด์ผู้ผลิตมิกเซอร์ในตลาด จึงทำการเพิ่มปรีแอมป์เข้ามาในตัวมิกเซอร์เลย ช่วยให้เพื่อนๆ สามารถเชื่อมต่อสัญญาณจากไมโครโฟนตรงไปยังมิกเซอร์ โดยไม่จำเป็นต้องมีปรีแอมป์เสริมครับ

INSTRUMENT LEVEL คือ

INSTRUMENT LEVEL


คือ สัญญาณเสียงของเครื่องดนตรี ที่จะเป็นกระบวนการในการนำเข้าสัญญาณเสียงเครื่องดนตรีเข้าสู่ระบบเสียง โดยหลักการทำงานของเครื่องดนตรีแบบกีต้าร์ จะมีการทำงานที่คล้ายคลึงกับไมโครโฟน โดยสัญญาณเสียงที่ได้จากกีต้าร์ จะเป็นการแปลงสัญญาณเสียงจากการสั่นของสายกีต้าร์ แล้วเปลี่ยนเป็นกระแสไฟฟ้า ซึ่งกระแสไฟฟ้าที่ได้จะมีความแรงของสัญญาณที่อ่อนมากๆ อ่อนกว่า สัญญาณจากไมโครโฟนด้วยซ้ำ

โดยการจะนำสัญญาณ INSTRUMENT LEVEL ไปใช้ เพื่อนๆ จำเป็นต้องทำการขยายสัญญาณเสียงที่ได้ เพื่อจะนำไปใช้งาน โดยอุปกรณ์ที่จะขยายเสียงของกีต้าร์ ก็ใช้งานได้ทั้ง ปรีแอมป์ และ DI Box นั่นเองครับ ~

เกร็ดความรู้ | Tips&Trick
ในปัจจุบันด้วยความที่เทคโนโลยีพัฒนาไปมาก ทางแบรนด์ผู้ผลิตมิกเซอร์ในตลาด จึงทำการเพิ่มปรีแอมป์เข้ามาในตัวมิกเซอร์เลย ช่วยให้เพื่อนๆ สามารถเชื่อมต่อสัญญาณจากกีต้าร์ตรงไปยังมิกเซอร์ โดยไม่จำเป็นต้องมีปรีแอมป์เสริมครับ

LINE LEVEL DRIVERACK PA2
LINE LEVEL คือ

LINE LEVEL


คือ สัญญาณเสียงแบบ Line เป็นสัญญาณสำหรับอุปกรณ์ที่อยู่ในขั้นตอนของการ Process เสียง ตั้งแต่ มิกเซอร์, ครอสโอเวอร์ ไปจนถึง โปรเซสเซอร์ เรียกว่าเป็นระดับสัญญาณเสียงที่ อุปกรณ์เหล่านี้ใช้ในการ ส่งไปมาระหว่างอุปกรณ์ เป็นระดับของสัญญาณเสียงที่มีความแรงสัญญาณปานกลาง มีความเสถียรของสัญญาณที่มากที่สุดนั่นเองครับ

โดยจริงๆ เราสามารถแบ่งสัญญาณ LINE ออกได้เป็นอีก 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ Professional และ Consumer โดย Professional จะเป็นมาตรฐานที่ใช้ความแรงของสัญญาณ +4 dBu ส่วน Consumer จะเป็นมาตรฐานที่ใช้ความแรงของสัญญาณเป็น -10 dBv

ซึ่งเอาจริงๆ มันเป็นเรื่องที่ค่อนข่างลึกเล็กน้อย ผมจะกล่าวโดยสรุปให้ง่ายๆ แบบนี้ครับ Professional จะเป็นสัญญาณเสียงที่ใช้งานกันในงานที่เป็นมืออาชีพ เป็นสัญญาณเสียงแบบที่จำเป็นต้องผ่านการ มิกซ์ ใส่เอฟเฟกต์ต่างๆ เพิ่มเติม แต่ Consumer จะเป็นสัญญาณเสียงสำหรับใช้งานภายในบ้าน ผ่านอุปกรณ์แบบ เครื่องเล่น A/V หรือพวกเครื่องเล่น Blu-ray อะไรพวกนี้ครับ

ไว้ถ้าหากบทความนี้ได้รับผลตอบรับที่ดี ผมจะมาทำการอธิบายลงลึกเกี่ยวกับเรื่อง Professional และ Consumer เพิ่มในบทความถัดๆ ไปครับผม

SPEAKER LEVEL คือ

SPEAKER LEVEL


คือ สัญญาณเสียงลำโพง ที่อยู่ในส่วนของ Output นั่นเอง หลังจากที่เราได้ทำการ มิกซ์ ปรับแต่งเสียงด้วยเอฟเฟกต์ต่างๆ เรียบร้อยแล้ว แต่ความแรงของสัญญาณเสียงของ LINE LEVEL แม้จะมีความแรงของสัญญาณที่มากในระดับนึง แต่ยังไม่มากพอที่จะขับดอกลำโพงให้เกิดเสียงได้ เพื่อนๆ จำเป็นต้องทำการขยายสัญญาณด้วย แอมพลิฟายเออร์ (Amplifier) เพื่อที่จะขับดอกลำโพงให้เกิดเสียง และกระจายเสียงเหล่านั้นไปยังผู้ฟังนั่นเองครับ ~

โดยในเรื่องของการขยายสัญญาเสียงไปยังลำโพง จะมีรายละเอียดที่สำคัญมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการจับคู่ลำโพงกับแอมป์ กำลังวัตต์ เพื่อนๆ สามารถอ่านเพิ่มเติมได้จากบทความเหล่านี้ จับคู่ลำโพงกับแอมป์ และ กำลังวัตต์

สรุปประเภทสัญญาณเสียง

สรุป


ประเภทสัญญาณเสียง มีทั้งหมด 4 ประเภท มีรายละเอียดปลีกย่อยที่เพื่อนๆ จำเป็นต้องรู้มากมาย เพื่อยกระดับการใช้งานเครื่องเสียงของเพื่อนๆ  ผมหวังว่าบทความนี้จะช่วยให้เพื่อนๆ เข้าใจเกี่ยวกับเรื่องของสัญญาณเสียงมากขึ้น ไม่มากก็น้อย หวังว่าเพื่อนๆจะชอบบทความสาระความรู้แบบนี้ หากเพื่อนๆ ชอบช่วยกดแชร์เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีมงาน แล้วผมจะมานำเสนอข้อมูลดีดีแบบนี้อีกในโอกาสหน้า วันนี้ผมต้องขอตัวลาไปก่อน สวัสดีครับ ~

ขอบคุณข้อมูลดีดีจาก Audio University Online

แชร์หน้านี้

ใส่ความเห็น

หน้าแรก
โปรโมชั่น
กลุ่มสินค้า
บทความ
บัญชี
หน้าแรก
โปรโมชั่น
กลุ่มสินค้า
บทความ
บัญชี

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้
    รายละเอียดคุกกี้

บันทึก