4 ขั้นตอน โปรโมทสินค้าด้วยไมโครโฟนบันทึกเสียง!

4steps-promote

เทคนิคในการโปรโมทสินค้าของเราด้วย ไมโครโฟนบันทึกเสียง จะช่วยให้เรานำเสนอสินค้าของเราได้เป็นอย่างดี วันนี้ SoundDD.Shop มี 4 ขั้นตอน โปรโมทสินค้าของเราเบื้องต้น เป็นเทคนิคเล็กๆ น้อยๆ ที่ใครๆ ก็สามารถทำได้ 

ทุกอย่างเริ่มต้นด้วย Story Telling ที่น่าสนใจ

รูปภาพจาก SHURE

ทุกธุรกิจ ทุกสินค้า ไปจนถึงการสื่อสารต่างๆ ต้องการโอกาสในการสื่อสารอย่างมีคุณภาพ เช่น วิดีโอโปรโมตสั้นๆ กระชับ รวดเร็ว เข้าใจได้ เป็นหนึ่งวิธีที่ยอดเยี่ยมในการดึงดูดสายตาของผู้คน แต่เราจะสามารถเปลี่ยนการมองเห็นเหล่านั้นให้กลายเป็นเงินได้อย่างไร?

โดยส่วนใหญ่จริงๆ แล้ว ลูกค้าไม่ได้ให้ความสนใจคุณสมบัติ และประโยชน์ของตัวสินค้า หรือบริการโดยตรงมากนัก ลูกค้าจะสนใจเกี่ยวกับเรื่องราว และปัญหาของตนเอง ลูกค้ากำลังคิดถึง หรือมองหาในสิ่งที่เกี่ยวข้องกับตัวเอง

เพราะฉนั้น เราต้องสื่อสาร หรือเล่าเรื่องด้วยวิธีการแสดงให้เห็นว่าสินค้า หรือบริการของเรานั้นจะเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาของเขาได้อย่างไร? แต่ความท้าทาย คือ การทำอย่างไรให้คนสนใจมากขึ้น ในโลกของการสื่อสารที่มีการแข่งขันที่สูงขึ้นทุกวันๆ ดึงดูดความสนใจอย่างไรในวีดีโอโฆษณา 3-5 วินาที

โดยพื้นฐานแล้ว การโปรโมทวิดีโอ คือ การเล่าเรื่องราวสั้นๆ ที่มีจุดเริ่มต้น ตอนกลาง และตอนท้าย วิดีโอไม่ใช่สื่อที่เป็นภาพอย่างเดียว ต้องมีเสียงเพลงหรือ Soundtrack บรรเลงประกอบที่เหมาะสมด้วยจึงสร้างสรรค์คอนเทนต์ได้ดี แต่เอาจริงๆ ดนตรี และภาพเท่านั้นอาจยังไม่พอ หากเราเพิ่มเสียงพูดโดยเราเอง อาจจะส่งเสริมกันสร้างอิมแพคได้ดีกว่า พูดสอดคล้องกับอารมณ์ของผู้ฟังได้โดยตรง การเล่าเรื่องของมนุษย์มีมาก่อนการเขียนเสียอีก และรูปแบบการเล่าเรื่องที่เก่าแก่ที่สุด มักจะใช้ปากพูดร่วมกับการอธิบายด้วยท่าทาง และการแสดงออก มนุษย์มีวิวัฒนาการมาเพื่อเรียนรู้จากเรื่องราวที่มนุษย์คนอื่นเล่าและนำเรื่องราวเหล่านี้มาเล่าสู่กันฟัง – จดจำ แบ่งปัน และบอกต่อให้กับผู้อื่น

แล้วเราจะเริ่มพูด เพื่อโปรโมทสินค้าของเราได้อย่างไร?

4steps promote product with voice 1

1.เริ่มด้วยการกำหนดกลุ่มเป้าหมาย

การสร้าง Brand Voice ไม่ได้มีไว้สำหรับธุรกิจขนาดใหญ่เท่านั้น แต่ก็เหมาะสำหรับองค์กร ร้านค้า ไปจนถึงคนทั่วไปที่ต้องการสื่อสารระหว่างกันด้วย

ขั้นตอนแรกเลยของทุกการทำธุรกิจ หรือการสื่อสารอะไรบางอย่าง ต้องมีการวิเคราะห์ หรือการกำหนดกลุ่มเป้าหมายที่เราจะสื่อสารด้วย

วิเคราะห์กลุ่มเป้าหมาย:

  • กลุ่มเป้าหมายเป็นใคร? อยู่ที่ไหน?
  • การศึกษาระดับใด?
  • เพศอะไร และอายุเท่าไร?
  • เราต้องการให้กลุ่มเป้าหมายทำอะไร/รู้สึกอย่างไร?

นี่ก็คือการวิเคราะห์ หรือการกำหนดกลุ่มเป้าหมายเบื้องต้น ตามหลักประชากรศาสตร์ แล้วเราจะกำหนดกลุ่มเป้าหมายไปเพื่ออะไร? คำตอบ คือ เพื่อเราจะได้วางแผน และมีขอบเขตที่แน่นอนว่าเราจะสื่อสารไปยังกลุ่มเป้าหมายแบบใด จะต้องใช้ภาษา สำเนียง น้ำเสียงแบบไหน?

“เสียง” ที่พูดออกมาให้เสมือนมีไลฟ์สไตล์เดียวกัน ภาษาพูดที่เหมือนกันมีแนวโน้มที่จะเกิดการรับฟังได้มากกว่าเสียงพูดที่มีสำเนียงกลางๆ ทั่วไป แต่ขึ้นอยู่กับสิ่งที่เราต้องการในการสื่อสารด้วย หากกลุ่มเป้าหมายของเราค่อนข้างกว้าง ก็อาจจะเน้นความเป็นกลางๆ ฟัง และเข้าถึงได้ทุกคน หากกลุ่มเป้าหมายของเราส่วนใหญ่อยู่ในภูมิภาคใดภูมิภาคหนึ่ง เช่น ภาคใต้ ก็ควรใช้สำเนียงภาษาใต้ดีกว่าไหม? ทำให้พวกเขาเกิดความคุ้นเคย หรืออีกวิธีหนึ่ง คือ หากเราต้องการนำเสนอสินค้าพื้นเมืองภาคเหนือ ต้องการให้ผู้ฟังภาคกลาง รู้สึกถึงความเป็นแบรนด์ที่มาจากภาคเหนือแท้ๆ ของเรา ในกรณีนี้ก็ควรใช้เสียงพูดจากชาวเหนือพื้นเมือง อาจเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมอีกทางหนึ่งก็ได้

4steps promote product with voice 2

2.โทนเสียงที่จะพูด

การสร้าง Brand Voice ให้เหมาะสม เพื่อสร้างความเชื่อมโยงระหว่างกลุ่มเป้าหมาย หรือผู้ฟังของเรา ให้พวกเขาเกิดความรู้สึกถึงข้อความที่เราต้องการจะสื่อสาร ขอยก 3 ตัวอย่างสั้น ๆ :

สินค้าครีมบำรุงผิว สำหรับผู้หญิง

  • Message : วิธีง่ายๆ ในการดูแลผิว เพื่อผิวที่สวยขึ้น
  • ตัวอย่างโทนเสียง : โทนเสียงที่พูดจากผู้หญิง จะสัมพันธ์กับกลุ่มเป้าหมายที่เป็นผู้หญิงทันที ด้วยความยาวคลื่นเสียงสูงเดียวกัน ทำให้ฟังดูง่ายขึ้น

สินค้าเทคโนโลยี สำหรับเกมเมอร์ผู้ชาย

  • Message : วิธีที่ยอดเยี่ยมในการได้เปรียบในการแข่งขัน E-Sport
  • ตัวอย่างโทนเสียง : น้ำเสียงที่สร้างแรงบันดาลใจ จากเสียงพูดชายหนุ่ม จะทำให้พวกเขามั่นใจได้ว่าสินค้าของเราจะได้ผลลัพธ์ที่ดีแน่ๆ และทำให้พวกเขารู้สึกต้องรีบตัดสินใจซื้อ หรือรู้สึกพลาดโอกาสไป

แอปพลิเคชั่นธนาคารบนมือถือ สำหรับทุกคน

  • Message : แอปพลิเคชั่นใช้งานง่าย จัดการเงินของคุณทางออนไลน์
  • ตัวอย่างโทนเสียง : น้ำเสียงที่เชื่อถือได้จากผู้ชาย หรือผู้หญิงที่เป็นผู้ใหญ่ จะทำให้เกิดความไว้วางใจในสินค้า ซึ่งมีความสำคัญต่อสินค้า หรือบริการเกี่ยวกับการเงิน

เห็นธีมของเสียงที่แตกต่างกันหรือไม่?

การพูด หรือการพากย์เสียงอย่างมืออาชีพ จะแสดงด้วยโทนเสียงที่มีความเฉพาะเจาะจง ขึ้นอยู่กับว่าคุณต้องการให้ผู้ฟังรู้สึกอย่างไร? โทนเสียงที่พบบ่อยที่สุดในงานโฆษณา มีดังนี้:

  • ทรงพลัง หนักแน่น (เช่น สร้างความน่าเชื่อถือ)
  • ตลก (เช่น ความสุข, สนุกสนาน)
  • การสนทนา (เช่น สร้างความเป็นมิตร ให้ความผ่อนคลาย)
  • คล่องแคล่ว (เช่น ความเป็นมืออาชีพ, ให้ความมั่นใจ)
  • ดึงดูด (เช่น ตื่นเต้น, เป็นส่วนตัว, โฉบเฉี่ยว)
  • สร้างแรงบันดาลใจ (เช่น แรงบันดาลใจ, การเปลี่ยนแปลง)
  • การดูแลเอาใจใส่ (เช่น มั่นใจว่า “เราโอเค, คุณก็โอเค”)

โทนเสียงอื่นๆ เช่น โกรธ, เศร้า, กลัว, หลอน ส่วนใหญ่มีไว้ใช้สำหรับโปรเจ็กต์งานเพื่อความบันเทิงต่างๆ อาจจะเหมาะสมสำหรับงานที่ต้องการกระตุ้นความรู้สึกผู้ฟังแบบลึกซึ้ง

3.สินค้าที่จะนำเสนอ

ในการพูดโฆษณา หรือการนำเสนอสินค้า นอกจากโทนของเสียงแล้ว สิ่งที่เราควรให้ความสำคัญ และไม่ควรมองข้ามเลย คือ การทำสคริปต์ เป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมาก เพื่อให้เราได้เรียบเรียงภาษา ลำดับของประโยค ไปจนถึงข้อมูลสินค้าที่เราจะสื่อสารไปในทางที่ต้องการได้อย่างถูกต้อง ครบถ้วน สคริปต์ช่วยกำหนดรูปแบบการพูดของเรา ไม่ว่าจะเป็นบริษัทโปรดักชั่นส่วนใหญ่ ผู้กำกับภาพยนตร์มืออาชีพ นักเขียนคำโฆษณา ก็ต้องผ่านการเขียนสคริปต์ทั้งนั้น

เคล็ดลับทั่วไปในการเขียนสคริปต์ และบันทึกเสียงด้วยตนเอง: ควรเขียนสคริปต์ให้กระชับเสมอ การฝึกซ้อมอ่านออกเสียงกับตัวเอง และให้คนอื่นฟัง จะช่วยให้เราสามารถปรับแต่งข้อความ และปรับโทนเสียงได้อย่างเหมาะสมขึ้น

ข้อควรรู้ – อัตราการพูดที่ดี โดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 150 คำต่อนาที ดังนั้นหากการวีดีโอโปรโมทสินค้าของคุณมีความยาว 30 วินาที สคริปต์ควรมีคำประมาณ 75 คำ หมายความว่าเราต้องพูดให้เร็ว กระชับ เพื่อให้พอดีกับระยะเวลา ในความเป็นจริงสคริปต์ที่ยาวเกินไป บางครั้งอาจทำลายโทนเสียงที่เราตั้งใจซ้อมไว้ได้ เช่น การอ่านอย่างรวดเร็วในระดับเสียงสูงไม่ใช่สิ่งที่คุณคาดหวังจากน้ำเสียงที่น่าเชื่อถือ หรือน่าทะนุถนอม ในขณะที่ 150 – 180 คำต่อนาทีเหมาะอย่างยิ่งสำหรับน้ำเสียงที่เบา และเป็นบทสนทนา เมื่อเราได้เขียน ปรับแต่งสคริปต์ได้พอใจดีแล้ว การบันทึกเสียงขั้นตอนต่อไปก็ทำให้คุณมั่นใจขึ้น

4steps promote product with voice 4

4.การเลือกไมโครโฟนบันทึกเสียง

อุปกรณ์เสียงที่ขาดไปไม่ได้เลย คือ ไมโครโฟนบันทึกเสียง ปัจจุบันไมโครโฟนบันทึกเสียงถูกออกแบบมาให้สามารถใช้งานได้ง่ายขึ้น รองรับการใช้งานที่หลากหลาย บางรุ่นมี Audio Interface ในตัว พร้อมสร้างสรรค์ผลงานได้เลย จัดอะคูสติกของห้องดีๆ ก็ให้คุณภาพเสียงเทียบเท่า ใกล้เคียงกับสตูดิโอบันทึกเสียงดีๆ ได้เลย

SHURE SM57B

  • รายละเอียด – เป็นไมค์บันทึกเสียง รุ่นยอดนิยมของ SHURE ไม่ว่าจะเป็นศิลปินดังๆ ก็ต้องเคยผ่านการบันทึกเสียงกับไมค์รุ่นนี้มาแล้ว ตัดเสียงรบกวนได้ดี โฟกัสไปที่เสียงพูดตรงหน้าได้อย่างดี มีช่วงการรับเสียงที่กว้างมากกว่าไมโครโฟนแบบไดนามิกทั่วๆไป วัสดุเป็นอลูมิเนียมแข็งแรงทนทาน กันเสียงรบกวนจากลม และตัดเสียงที่เกิดจากคลื่นรบกวนต่างๆ ได้ เพื่อให้คุณภาพเสียงระดับมืออาชีพ
  • สเปค – เป็นไมค์บันทึกเสียงแบบไดนามิก รับเสียงแบบ Cardioid เชื่อมต่อใช้งานด้วยสาย XLR รับเสียงในช่วงความถี่ 50 – 20,000 Hz
  • เหมาะกับการใช้งาน – งานพูด บรรยาย จัดรายการต่างๆ ไปจนถึงงานบันทึกเสียงเครื่องดนตรี และเสียงร้องในสตูโอ

แล้วเราจะเลือกไมโครโฟนบันทึกเสียงแบบไหนดีละ?

SHURE MV7

  • รายละเอียด – เป็นไมค์บันทึกเสียงที่ออกแบบมาให้สามารถใช้งานสะดวกขึ้น ปรับแต่งเสียงผ่านแอปพลิคชั่น ShurePlus Motiv ได้ ตอบโจทย์การใช้งานพูดพอดแคสต์ได้เป็นอย่างดี มีพรีเซ็ตให้เราสามารถปรับได้ตามความเหมาะสมของงานพูดนั้นๆ เชื่อมต่อกับ USB ก็สามารถบันทึกเสียงในคอมพิวเตอร์ได้เลย
  • สเปค – เป็นไมค์บันทึกเสียงแบบไดนามิก มีช่องการเชื่อมต่อแบบ USB และ XLR รับเสียงแบบ Cardioid รับเสียงในช่วงความถี่ 20 – 20,000 Hz มาพร้อมกับ DSP ในตัว
  • เหมาะกับการใช้งาน – เหมาะกับงานพูด เช่น งานบรรยาย, งานพอดแคสต์, ไลฟ์สตรีม
SHURE MV5

SHURE MV5

  • รายละเอียด – เป็นไมค์บันทึกเสียงแบบดิจิตอล ที่ออกแบบมาให้สามารถใช้งานได้ทันที Plug&Play ใช้งานร่วมกับสมาร์ทโฟนอย่าง iOS ได้โดยตรง และ Android ใช้งานได้อย่างอเนกประสงค์ ดีไซน์ย้อนยุค ทรงกลม ขนาดเล็ก พกพาได้ ใช้งานที่บ้าน แต่ให้คุณภาพเสียงระดับสตูดิโอ
  • สเปค – เป็นไมค์บันทึกเสียงแบบคอนเดนเซอร์ มีช่องการเชื่อมต่อแบบ USB รับเสียงแบบ Cardioid รับเสียงในช่วงความถี่ 20 – 20,000 Hz มาพร้อมกับ DSP มาให้ 3 โหมดในตัว
  • เหมาะกับการใช้งาน – เหมาะกับงานพูด เช่น งานพอดแคสต์, ไลฟ์สตรีม ไปจนถึงบันทึกเสียงเครื่องดนตรีได้
AKG LYRA

AKG LYRA

  • รายละเอียด – รูปทรงวินเทจ เป็นไมค์บันทึกเสียงที่มีฟังก์ชั่น รองรับการใช้งานที่หลากหลาย Plug&Play เข้ากับอุปกรณ์สมาร์ทโฟน, แท็บเล็ต, คอมพิวเตอร์, โน๊ตบุ๊ค ให้คุณภาพเสียงระดับ Ultra HD สไตล์เสียงที่ได้นั้นสมกับความเป็นแบรนด์ AKG 
  • สเปค – เป็นไมค์บันทึกเสียงแบบคอนเดนเซอร์ แคปซูลไมโครโฟนประสิทธิภาพสูง 4 ตัว สามารถปรับรูปแบบการรับเสียงได้ทั้งหมด 4 โหมด เชื่อมต่อแบบ USB-C ให้เสียงที่มีความละเอียด 24-bit / 192kHz
  • เหมาะกับการใช้งาน – ใช้งานได้อย่างอเนกประสงค์ ตั้งแต่งานทำพอดแคสต์, ไลฟ์สตรีม, ทำวีดีโอ, ไปจนถึงงานบันทึกเสียงเครื่องดนตรี เสียงร้องได้
MICROPHONE ACCESSORIES

อุปกรณ์เสริมสำหรับไมโครโฟนบันทึกเสียง

  • ขาตั้งไมโครโฟน – มีให้เลือกหลากหลายแบบ อาจจะไม่จำเป็นต้องเลือกขาตั้งไมค์ที่มีราคาสูงก็ได้ เพียงแค่เลือกใช้ขาตั้งมาตรฐานธรรมดาๆ แบบตั้งพื้นก็เพียงพอ หากใช้งานแบบตั้งโต๊ะ หน้าคอมพิวเตอร์ อาจจะต้องระวังเรื่องของเสียงรบกวน และการเคลื่อนไหวบนโต๊ะของเราด้วย
  • หูฟัง – การใช้หูฟัง เพื่อตรวจสอบคุณภาพเสียงของเรา ระหว่างการบันทึกเสียง หูฟังแบบครอบหูที่มีคุณภาพดี เกรดสตูดิโอ เช่น SENNHEISER, AKG ถือว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า ไม่ควรใช้แค่หูฟัง iPhone เท่านั้น!
  • Shock Mount – เป็นที่ยึดกันกระแทก ช่วยป้องกัน และลดแรงสั่นสะเทือน การสั่นไหวของขาตั้งที่มาจากพื้น หรืออากาศโดยรอบที่เคลื่อนที่เข้าไปสู่ไดอะแฟรมของไมโครโฟน มักจะใช้กับไมโครโฟนที่มีความไวสูง เช่น ไมโครโฟนคอนเดนเซอร์ ซึ่งไมค์บางรุ่นก็อาจจะเกิดปัญหาเหล่านี้ได้มากกว่าไมค์ตัวอื่น และนั่นคือเหตุผลที่ควรใช้อุปกรณ์ชิ้นนี้ด้วย
  • Pop Filter – เป็นอุปกรณ์เสริมที่เราต้องใช้ในงานบันทึกเสียงอย่างแน่นอน โดยทั่วไปเวลาบันทึกเสียง เราต้องเข้าใกล้กับไมโครโฟน เพื่อรับรายละเอียดเสียงให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่อย่างไรก็ตามการเข้าใกล้ไมค์จะยิ่งเพิ่มโอกาสที่ลมจะพัดมากระทบไมโครโฟน ตัวกรองลม หรือที่เรียกว่า Wind Screen มีลักษณะเป็นตาข่ายแผ่นกลมๆ ใช้เพื่อกรองเสียงที่เกิดจากลม ทั้งเสียงหายใจ เสียงหอบของนักร้อง พิธีกร หรือแม้แต่การเน้นเสียงพูด หรือร้อง มักจะทำให้เกิดเสียงลมดัง “ปุ๊บ” หรือ “ป๊อบ” (Pop) เพื่อลดปัญหาเหล่านี้จึงใช้ Pop Filter มาติดตั้งไว้ระหว่างไมโครโฟน และนักร้อง หรือคนพูด เพื่อลดความเร็วของเสียงที่มากระทบกับไดอะแฟรมของไมโครโฟนระหว่างบันทึกเสียง

สรุป

การสื่อสารให้ตรงไปยังกลุ่มเป้าหมายในวงกว้าง เราควรให้ความสำคัญกับคอนเทนต์ ไม่ว่าจะเป็นวีดีโอ, พอดแคสต์, เสียง และการบันทึกเสียงให้มีคุณภาพก็ต้องคู่ควรกับไมโครโฟนบันทึกเสียงคุณภาพดีๆ เพื่อให้งานของเรานั้นมีประสิทธิภาพ

บทความที่คุณอาจจะสนใจ

แชร์หน้านี้