ตัวเลขแชนเนลของระบบเสียงเซอร์ราวด์
(Surround Sound) หมายถึงอะไร?
สารบัญ
-
- ตัวเลขแชนเนล หมายถึงอะไร?
- Netflix และ ระบบเสียงรอบทิศทาง 5.1
- Dolby Atmos ใน Netflix
- ระบบลำโพงสเตอริโอ 2.0
- ระบบลำโพงสเตอริโอ 2.1
- ระบบลำโพงสเตอริโอ 3.1
- ระบบลำโพงสเตอริโอ 5.1
- ระบบลำโพงสเตอริโอ 7.1
- ระบบลำโพงสเตอริโอ 7.1.2
- ระบบลำโพงสเตอริโอ 7.2
- ระบบลำโพงสเตอริโอ 9.1
- ระบบลำโพงสเตอริโอ 9.1.2
- ระบบอื่นๆ
- ระบบเสียงแบบไหนดีที่สุด ?
- สรุป
เมื่อเราพูดถึงระบบเสียงรอบทิศทางแล้วก็ต้องมีตัวเลขเหล่านี้เข้ามาเกี่ยวข้องเช่น 2.1, 5.1, 7.1, 7.1.2, 9.1 อื่น ๆ ซึ่งทำให้เกิดข้อสงสัยว่าเลขเหล่านี้คืออะไร ? ตัวเลขที่เราเห็นนั้นก็คือ แชนเนล (channels) หรือ ช่องสัญญาณลำโพงนั่นเอง แล้ว “ตัวเลขแชนเนล หมายถึงอะไร?” เรามีคำอธิบายดังนี้
หมายเลขแรก หมายถึงจำนวนของลำโพงหลัก โดยลำโพงหลักในที่นี้คือ ลำโพงด้านหน้า, ด้านซ้าย, ด้านขวา, ตรงกลางและลำโพงเซอร์ราวด์ต่างๆ นั่นเองครับ
หมายเลขที่สอง (เช่น “1” ใน 5.1)
หมายเลขที่สอง หมายถึงจำนวนของซับวูฟเฟอร์ ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วค่านี้จะอยู่ที่เลข 1 ซึ่งหมายความว่ามีซับวูฟเฟอร์หนึ่งตัว แม้ว่าระบบเสียงเซอร์ราวด์หรือระบบเสียงรอบทิศทางส่วนใหญ่จะใช้งานได้ดีด้วยซับวูฟเฟอร์เพียงตัวเดียว แต่คุณอาจจะเจอเลข 2 ได้ เนื่องจากบางคนก็ชอบเสียงซับวูฟเฟอร์สองตัวเพราะเป็นความชอบส่วนตัวนั้นเอง
หมายเลขที่สาม (เช่น “2” ใน 7.1.2)
หมายเลขที่สาม หมายถึงจำนวนลำโพงที่อยู่ด้านบน โดยมักจะอยู่บนเพดานของห้องโฮมเธียเตอร์ หรือในบางครั้งจะเป็นลำโพงที่ยิงเสียงขึ้นด้านบน แล้วตกกระทบลงมา เพื่อให้มิติเสียงจากทางด้านบน ซึ่งเราจะพบตัวเลขเช่น 7.1.2, 9.1.2 ตามระบบโฮมเธียเตอร์ครับ
Netflix และ ระบบเสียงรอบทิศทาง 5.1
Netflix (เน็ตฟลิกซ์) คือแพลตฟอร์มสำหรับชมซีรีส์และภาพยนตร์ ที่ได้รับความนิยมมาก ณ ช่วงเวลานี้ คุณสามารถรับชม Netflix ด้วยระบบเสียงรอบทิศทาง 5.1 ได้ เนื้อหาที่มีคุณสมบัติรองรับระบบเสียงรอบทิศทาง 5.1 จะมีไอคอน Dolby Digital Plus หรือไอคอน 5.1 แสดงอยู่ในหน้าคำอธิบายของภาพยนตร์
การสตรีมด้วยระบบเสียงรอบทิศทาง 5.1 ต้องมีสิ่งต่อไปนี้
- ระบบเสียงที่ใช้งานเสียงรอบทิศทาง 5.1 ได้
- อุปกรณ์ที่ใช้งาน Netflix ได้และรองรับระบบเสียงรอบทิศทาง 5.1
- ตั้งค่าคุณภาพการสตรีมเป็น “ปานกลาง” “สูง” หรือ “อัตโนมัติ
Dolby Atmos ใน Netflix
Dolby Atmos คือระบบเสียงคุณภาพแบบเดียวกันกับระบบเสียงที่ใช้ในโรงภาพยนตร์ มาพร้อมคุณสมบัติการถ่ายทอดเสียงได้ 360 องศา ช่วยเสริมสร้างบรรยากาศรอบข้าง และให้มิติเสียงจากด้านบน ที่สมจริง เป็นระบบเสียงรอบทิศทาง ที่ช่วยให้ผู้ชมรู้สึกราวกับอยู่ท่ามกลาง เหตุการณ์ต่างๆ ภายในภาพยนตร์เรื่องโปรด ตอบโจทย์มิติใหม่ได้อย่างแตกต่าง
สามารถรับชม Netflix ในระบบเสียง Dolby Atmos ได้จากซีรีส์และภาพยนตร์บางเรื่อง โดยต้องมีสิ่งที่ต่อไปนี้
-
แพ็คเกจ Netflix ที่รองรับการสตรีมในแบบ Ultra HD
-
อุปกรณ์ที่ใช้งาน Netflix ได้และสามารถเล่น Dolby Atmos ได้
-
ระบบเครื่องเสียงที่ใช้งาน Dolby Atmos ได้
-
ตั้งค่าคุณภาพการสตรีมเป็น “สูง” หรือ “อัตโนมัติ”
ระบบลำโพงสเตอริโอ 2.0 ถ้าจะพูดให้เห็นภาพเลย คือ ลำโพงที่ตั้งอยู่ด้านซ้ายและด้านขวา โดยระบบสเตอริโอ 2.0 เป็นการตั้งค่าระบบเสียงสเตอริโอพื้นฐานที่ไม่มีเสียงรอบทิศทางหรือเสียงเซอร์ราวด์ โดยทั่วไปจะใช้เพื่อฟังเพลง มีราคาที่ไม่แพงมากนัก ซึ่งอาจเป็นจุดเริ่มต้นของระบบโฮมเธียเตอร์ที่ดี ให้เสียงที่ดีกว่าสำหรับการรับชมภาพยนตร์และทีวี ให้คุณภาพเสียงมากกว่าลำโพงขนาดเล็กที่ติดมาพร้อมกับทีวี
ระบบเสียงสเตอริโอ 2.1 จะทำให้โฮมเธียเตอร์ของคุณมีเสียงที่ดีขึ้นเล็กน้อย โดยคุณจะมีลำโพงด้านซ้ายและขวาในแต่ละด้านของทีวี ด้วยการเพิ่มซับวูฟเฟอร์มาหนึ่งตัว คุณจะเพิ่มเสียงเบสและความลึกให้กับระบบเสียงโฮมเธียเตอร์ของคุณ
เนื่องจากไม่มีลำโพงรอบข้าง การจัดวางนี้เป็นพื้นฐานที่ดี การเพิ่มซับวูฟเฟอร์จะช่วยปรับปรุงเสียงให้ดีและมีมิติขึ้นอย่างแน่นอน มอบประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นคุณจะได้ยินเสียงความถี่ต่ำได้ดีขึ้น คุณจะเพลิดเพลินไปกับโฮมเธียเตอร์ได้มากขึ้นโดยไม่ต้องเดินสายไฟให้เกะกะ
ซาวด์บาร์ (Soundbar) นั้นคือตัวเลือกที่ดีสำหรับระบบ 2.1 เพราะซาวด์บาร์หลายๆ รุ่นนั้นเป็นระบบ 2.1 แชนเนลและใช้เพื่อเพลิดเพลินกับภาพยนตร์ ทีวี เพลง
ระบบเสียงสเตอริโอ 3.1 เป็นระบบเสียงที่มีลำโพงหลักสามตัวกับซับวูฟเฟอร์หนึ่งตัว ลำโพงหลักจะประกอบไปด้วยลำโพงด้านซ้าย ลำโพงกลาง (เซ็นเตอร์) ลำโพงด้านขวา โดยตำแหน่งการวางซับวูฟเฟอร์นั้น ถือว่าสำคัญไม่น้อย การวางซับวูฟเฟอร์ไว้บนพื้นบ้าน หรือพรม ก็ให้เสียงที่แตกต่างกัน ทีมงานแนะนำให้ลองวางไว้ด้านหน้าระหว่างลำโพงซ้าย-ขวา ซึ่งมักจะเป็นจุดที่ให้เสียงที่มีความกลมกล่อม ลงตัวมากที่สุดครับ
การเพิ่มลำโพงกลางหรือลำโพงเซ็นเตอร์นั้นจะช่วยให้บทสนทนาในภาพยนตร์นั้นมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น ในขณะที่ลำโพงซ้าย-ขวาจะใช้สำหรับเอฟเฟ็กต์ เพลง และเสียงสเตอริโออื่นๆ ระบบ 3.1 จะเน้นที่เสียงด้านหน้าเท่านั้นจะไม่มีลำโพงเสียงเซอร์ราวด์
เทคนิควางตู้ซับวูฟเฟอร์ยังไงให้ปัง!? เสียงแน่นถึงใจ!!
วันนี้เราจะพาเพื่อนๆ มาทำความรู้จักกับลำโพงซับวูฟเฟอร์ และแนะนำเกี่ยวกับเทคนิคในการวางตู้ซับวูฟเฟอร์ ~
ตำแหน่ง
ระบบเสียงเซอร์ราวด์ 5.1 เป็นระบบเสียงที่มีการใช้งานกันอย่างแพร่หลายมากที่สุด โดยจุดเด่นหลักของ 5.1 เลยคือ ให้มิติของเสียงที่ครอบคลุม ล้อมรอบผู้ฟัง ได้ดียิ่งกว่า 3.1 แบบคนละเรื่องกันเลย โดยจะมีลำโพงด้านหลัง 2 ใบเพิ่มเติมเข้ามาจากระบบ 3.1 โดยการจัดวางลำโพงด้านหลังที่เหมาะสมที่สุด
**ทีมงานแนะนำว่าให้วางลำโพงด้านหลังหันหน้าเข้าหาลำโพง Center แล้วลองนั่งฟังเสียงที่ได้ และปรับลำโพงมุมตามความชอบส่วนบุคคลได้เลยครับ
อย่างที่บอกไปว่าระบบเสียงเซอร์ราวด์ 5.1 เป็นระบบเสียงที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในปัจจุบัน เนื่องจากช่วยเพิ่มอรรถรสในการรับชมสื่อแทบจะทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็น ฟังเพลง, ดูทีวี หรือชมภาพยนต์ ให้มีมิติของเสียงที่ดียิ่งขึ้น ส่วนตัวทีมงานมองว่าสำหรับการรับชมภาพยนตร์ แล้วมีลำโพงที่ให้เสียงจากด้านหลังนี่ช่วยเพิ่มประสบการณ์ชมได้เป็นอย่างมาก ยิ่งถ้าดูหนังผี แล้วมีเสียงจากด้านหลังนี่บอกเลยว่าดีสุดๆ ครับ
ระบบเสียงเซอร์ราวด์ 7.1 นั้นส่วนประกอบจะเหมือนกับระบบ 5.1 โดยจะเป็นการเพิ่มลำโพงด้านหลังอีกสองตัว เป็นที่นิยมใช้ในโฮมเธียเตอร์ ซึ่งในระบบโฮมเธียเตอร์เซอร์ราวด์ 7.1 การเพิ่มลำโพงสองตัวที่ด้านหลังทำให้ได้รับประสบการณ์เสียงที่เต็มอิ่มยิ่งขึ้น มิติของเสียงจะค่อนข้างละเอียดกว่า 5.1 ตำแหน่งลำโพงนั้นควรวางลำโพงด้านหลังสองตัวไว้ที่มุม 135 ถึง 150 องศา จากลำโพงเซ็นเตอร์/ทีวี เพื่อให้ประสบการณ์เสียงรอบทิศทางที่ดีที่สุด
ระบบเสียงเซอร์ราวด์ 7.1.2 หมายถึงการตั้งค่าเสียงเซอร์ราวด์ 7.1 ด้วยการเพิ่มลำโพงเพดานหรือลำโพงด้านบนสองตัว การตั้งค่านี้ส่วนใหญ่จะเป็นลำโพงติดเพดาน Dolby Atmos อ่านเพิ่มเติมได้ที่ลิงก์ด้านล่าง
ระบบเสียงเซอร์ราวด์นี้เหมาะที่สุดสำหรับเพดานเรียบที่ทำจากปูนปลาสเตอร์ โดยความสูงของเพดานไม่ควรเกิน 14 ฟุต หรือประมาณ 4.2 เมตร มอบประสบการณ์โฮมเธียเตอร์ชั้นยอด สมจริง และดื่มด่ำ สร้างโดมเสียงในโฮมเธียเตอร์ของคุณ ตราบใดที่เครื่องรับ (receiver) ของคุณรองรับ Dolby Atmos คุณก็สามารถทำการกำหนดค่านี้ได้
ระบบเสียงโฮมเธียเตอร์ 7.2 เป็นระบบที่กำลังเป็นที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายมากขึ้นและเครื่องรับ (receiver) จำนวนมากเริ่มรองรับการตั้งค่าแบบ 7.2 แล้ว โดยมีองค์ประกอบทั้งหมดเหมือนกับระบบ 7.1 แต่เพิ่มซับวูฟเฟอร์ขึ้นมาอีกหนึ่งตัว เพื่อให้เครื่องรับที่รองรับระบบนี้ที่มีซับวูฟเฟอร์ 2 ตัว
การตั้งค่า 7.2 เพื่อสร้างความสมดุลของเสียงเบสในโฮมเธียเตอร์ ให้เสียงเบสที่ดังหรือเบาในส่วนต่างๆ ของห้อง เสียงเบสจะกระจายอย่างสม่ำเสมอ คุณจะได้รับประสบการณ์เสียงเบสแบบเดียวกันไม่ว่าคุณจะนั่งที่ใด ในขณะที่บางคนก็พอใจกับซับวูฟเฟอร์เพียงตัวเดียว
**หากคุณเป็นผู้ที่ชื่นชอบในเสียงเบสและต้องการเลือกซับวูฟเฟอร์ให้กับระบบโฮมเธียเตอร์ของคุณ สามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมในการเลือกซับวูฟเฟอร์ได้ที่ลิงก์ด้านล่างนี้เลยครับ
ระบบเสียงโฮมเธียเตอร์ 9.1 เป็นระบบที่มีลำโพงหลักเก้าตัวกับซับวูฟเฟอร์หนึ่งตัว องค์ประกอบนั้นจะเหมือนกับระบบ 7.1 มีลำโพงสูงด้านหน้าสองตัวที่เพิ่มเข้ามาโดยวางเหนือลำโพงหลักด้านซ้ายและขวา เพื่อให้ได้เสียงที่ดีที่สุด ซึ่งควรอยู่เหนือลำโพงหน้าซ้ายและขวาประมาณ 3 ฟุต หรือประมาณ 0.9 เมตร โดยหันหน้าเข้าหาผู้ฟังโดยตรง
นี่คือการตั้งค่าระบบเสียงเซอร์ราวด์แบบโฮมเธียเตอร์ระดับไฮเอนด์ไม่เหมือน 7.1, 5.1 ซึ่งควรใช้ผู้เชี่ยวชาญในการตั้งค่าระบบ เนื่องจากมีส่วนประกอบและข้อมูลจำเพาะมากมายที่ต้องพิจารณา เพื่อตั้งค่าระบบประเภทนี้ให้ออกมาสมบูรณ์แบบ
ระบบเสียงโฮมเธียเตอร์ 9.1.2 เป็นระบบที่มีลำโพงหลักเก้าตัวกับซับวูฟเฟอร์หนึ่งตัว ซึ่งแตกต่างจากระบบ 9.1 เล็กน้อย ส่วนประกอบทั้งหมดประกอบด้วย ลำโพงหลัก ด้านหน้า ซ้ายและขวา ลำโพงเซ็นเตอร์ ซับวูฟเฟอร์, ลำโพงด้านบน ด้านหน้าซ้ายขวา ลำโพงเซอร์ราวด์ซ้ายขวา, ลำโพงหลังซ้ายขวา และเพดานซ้ายขวา สร้างประสบการณ์เสียงโดมระดับไฮเอนด์ที่ชวนดื่มด่ำที่แบบที่ระบบ 7.1.2 มี แต่เพิ่มชั้นเสียงเพิ่มเติมด้วยลำโพงหน้ากว้างด้านซ้ายขวา
ระบบเสียงเซอร์ราวด์ 6.1
เหมือนกับระบบเสียงเซอร์ราวด์ 5.1 แต่มีลำโพงที่เพิ่มเข้ามา โดยตำแหน่งจะอยู่ที่ตรงกลางด้านหลังโฮมเธียเตอร์ของคุณซึ่งจะช่วยเพิ่มมิติใหม่โดยไม่ต้องใช้การจัดวางแบบระบบ 7.1 สร้างประสบการณ์เสียงที่สมจริงยิ่งขึ้น สร้างเสียงที่กว้างเต็มอิ่มยิ่งขึ้นในโฮมเธียเตอร์ของคุณด้วยการเพิ่มลำโพงเพียง 1 ตัว
ซึ่งระบบเสียงเซอร์ราวด์ 6.1 นั้นก็มีอยู่ 2 มุมมองครับ มุมแรกก็คือ ไม่มีความจำเป็นที่ต้องซื้อลำโพงเพิ่มถึง 2 ใบ เพื่อเป็นระบบ 7.1 การซื้อลำโพงเพิ่มอีกใบนั้นไม่ค่อยจำเป็นเท่าไหร่ 6.1 ก็เพียงพอแล้ว กับอีกมุมนึงคือเป็น 6.1 ไปก่อนแล้วค่อยซื้อเพิ่มให้กลายเป็น 7.1 ในอนาคตได้ ซึ่ง 2 มุมมองนี้ก็ขึ้นอยู่กับความชอบส่วนบุคคลไม่มีถูกหรือผิดครับ
ระบบเสียงเซอร์ราวด์ 10.2
ระบบ 10.2 ได้รับการพัฒนาโดยผู้สร้าง THX, Tomlinson Holman สโลแกนสำหรับระบบนี้คือ “ดีเป็นสองเท่าของ 5.1” ซึ่งประกอบด้วยลำโพงหลักด้านหน้าเจ็ดตัวได้แก่ ลำโพงกว้างซ้ายขวา, ลำโพงสูงซ้ายขวา, ลำโพงเซ็นเตอร์ มีลำโพงเซอร์ราวด์สามตัว ได้แก่ ด้านซ้าย ด้านหลัง ด้านขวา พร้อมซับวูฟเฟอร์สองตัว ระบบเสียงเสียงนี้มีวิธีการจัดวางและตั้งค่าไม่เหมือนกันโฮมเธียเตอร์ทั่วไปแต่ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ที่จำหน่ายเพื่อรองรับการตั้งค่าระบบนี้ ซึ่งต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญในการทำระบบนี้
ระบบเสียงแบบไหนดีที่สุด ?
ระบบเสียงแต่ละแชนเนลนั้นจะสมบูรณ์แบบหรือไม่นั้นก็ขึ้นอยู่กับขนาดห้องที่ใช้งานระบบนั้น ๆ ด้วย หากคุณมีห้องขนาดเล็ก คุณควรเลือกใช้ระบบแชนเนลน้อยๆ ส่วนห้องที่ใหญ่ขึ้นจะได้รับการเพิ่มประสิทธิภาพด้วยจำนวนแชนเนลของลำโพง อย่างไรก็ตามแม้ว่าจะเป็นห้องขนาดเล็กก็สามารถใช้ประโยชน์จากลำโพงที่วางด้านหน้า ด้านข้าง ด้านหลัง บนเพดาน (เว้นแต่จะเป็นเพดานที่ต่ำเป็นพิเศษ) ดังนั้นโดยทั่วไปแล้ว คุณจะได้เสียงที่ดีขึ้นด้วยจำนวนลำโพงที่มากขึ้น วางไว้อย่างเหมาะสมทั่วทั้งห้องอย่างแน่นอน
สรุป
การเลือกระบบเสียงที่เหมาะสมกับขนาดห้องและการจัดวางที่ถูกต้อง เสียงที่ได้นั้นรับรองว่ามีประสิทธิภาพแน่นอนครับ การเลือกระบบเสียงนั้นควรให้ผู้เชี่ยวชาญหรือผู้มีความประสบการณ์เป็นผู้แนะนำเพื่อความถูกต้องรวดเร็วและลดค่าใช้จ่าย (กรณีลำโพงไม่เพียงพอต่อขนาดห้อง) หรือสิ้นเปลืองโดนไม่จำเป็น (กรณีลำโพงมีเยอะเกินไปจนต้องตัดลำโพงออกจากระบบ) แน่นอนครับว่าระบบเสียงเซอร์ราวด์นั้นให้ประสบการณ์การดูหนัง ฟังเพลง ที่เหนือกว่าระบบสเตอริโอหรือลำโพงทีวี บางคนมองว่าระบบเสียงที่กล่าวมายุ่งยากเกินไปก็สามารถใช้ ซาวด์บาร์ ได้ครับ อย่างไรก็ตามไม่ว่าจะเป็นซาวด์บาร์หรือการวางระบบเสียงนั้นก็ขึ้นอยู่กับความชอบส่วนบุคคลด้วย วันนี้ก็ต้องขอตัวลาไปก่อน พบกันใหม่ในบทความหน้า ขอบคุณและสวัสดีครับ
ขอบคุณข้อมูลความรู้ดีดีจาก TheHomeTheaterDIY


บทความ สาระความรู้
วิธีตั้งระดับความสูงขาตั้งลำโพง ให้เหมาะกับการใช้งาน
รู้หรือไม่ว่า ลำโพงราคาแพงอาจไม่ได้ให้เสียงที่ดีเสมอไป หากคุณวางมันไว้ในระดับความสูงที่ไม่เหมาะสม?
ลำโพงการ์เด้น TOA Q-GS402-GR ทนแดด ทนฝน ทนทุกสภาวะ!
TOA Q-GS402-GR ลำโพงการ์เด้นที่ถูกออกแบบมาเพื่อรวมศิลปะแห่งดีไซน์และคุณภาพเสียงไว้ด้วยกันอย่างลงตัว เรามาเจาะลึกกันครับว่าทำไมลำโพงรุ่นนี้ถึงเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญของสวนคุณ...
ลำโพง Active Column งบไม่เกิน 40000 บาท
SoundDD.shop ส่งท้ายปีด้วย Active Column Festival ที่รวมลำโพง Active Column ระดับโลกไว้มากที่สุด
ปัญหาโลกแตก!! เสียงดังยามวิกาล ข้อกฎหมาย วิธิรับมือเบื้องต้น ทำอย่างไร?
เมื่อคุณต้องเจอกับปัญหาโลกแตกอย่างการส่งเสียงดังในยามวิกาล ไม่ว่าจะเป็นจากเพื่อนบ้านหรือสิ่งแวดล้อมรอบข้าง ควรรับมืออย่างไร บทความนี้มีคำตอบครับ
โปรโมชั่น
Mega Promotion sale ลดราคาส่งท้ายปี เครื่องเสียง ลำโพง กับแบรนด์ EV Electro Voice
20 ธ.ต. 2568 - 20 ม.ค. 2569
โปรโมชัน หูฟัง JBL MEGA DEAL 2025 ลดราคาสูงสุด 40%
20 พ.ย. 2568 - 15 ม.ค. 2569
SoundDD Pro Audio Festival 3 เทศกาลเครื่องเสียงประจำเดือนธันวาคม
พบที่สุดของเทคโนโลยีเสียงระดับโปร! ตั้งแต่ วันที่ 1 - 20 ธ.ค. 2568
MEGA DEAL 2025 Professional Audio ซื้อ 1 ลด 5% ซื้อ 2 ลด 10% และส่วนลดแลกซื้อไมค์
15 พ.ย. 2568 - 15 ม.ค. 2569
ผลงานการติดตั้ง
ลูกค้าของเรา บริษัท ยู แฮส จำกัด ระบบเสียงคาเฟ่
ลูกค้าของเรา บริษัท ยู แฮส จำกัด ระบบเสียงคาเฟ่มาตรฐานสากล EV EVOLVE 30M และ YAMAHA MG 16XU ดูแลการติดตั้งโดย SoundDD.Shop
ลูกค้าของเรา บริษัท พีรพัฒน์ เทคโนโลยี ระบบภาพและเสียงห้องประชุม
วันนี้ทีมงานของเราได้ดำเนินการติดตั้งระบบภาพและเสียงสำหรับห้องประชุมของลูกค้า บริษัท พีรพัฒน์ เทคโนโลยี มาชมกันครับ
ลูกค้าของเรา วัดเขาสนามชัย ระบบเสียงประกอบกิจกรรมทางศาสนา
พาชมผลงานการติดตั้ง ระบบเสียงประกอบกิจกรรมทางศาสนา ลูกค้าของเรา วัดเขาสนามชัย โดยทีมงานมืออาชีพจากซาวด์ดีดี (บริษัท ซาวด์ดีดี กรุ๊ป จำกัด)
ลูกค้าของเรา นายน้อยหมูกระทะ ระบบเสียงแบคกราวด์มิวสิค
ร้านอาการหรือว่าร้านหมูกระทะ ติดระบบเสียงแบคกราวด์มิวสิค สำหรับท่านใดที่กำลังจะเปิดกิจการร้านอาหาร แล้วกำลังมองระบบเสียงอยู่ ลองชมบทความนี้เป็นไอเดียได้เลยครับ