มิกเซอร์อนาล็อก Vs มิกเซอร์ดิจิตอล แบบไหนดีที่ตอบโจทย์กับคุณ

Mixer-Analog-Vs-Mixer-Digital
Home » เกร็ดความรู้ (Tip & Trick) » มิกเซอร์อนาล็อก Vs มิกเซอร์ดิจิตอล แบบไหนดีที่ตอบโจทย์กับคุณ

เวลาอ่านโดยประมาณ : 3 minutes

    ก่อนที่เราจะเจาะลึกเราควรรู้ว่า มิกเซอร์ นั้นได้รับสัญญาณเสียงเข้าทาง Input และทำการผสมสัญญาณเสียงให้เหมาะสมกับความต้องการ ก่อนที่จะส่งสัญญาณเสียงที่ทำการมิกซ์ออกไปยังช่อง Output โดยที่มิกเซอร์นั้นแบ่งได้อยู่ 2 ประเภท คือ มิกเซอร์อนาล็อกและมิกเซอร์ดิจิตอล โดยหลายคนทั่วไปได้มีข้อสงสัยว่า แตกต่างกันอย่างไร ควรเลือกซื้อแบบไหนดีให้เหมาะกับการใช้งานที่ตอบโจทย์

    บทความนี้ทาง SoundDD.Shopได้รวบรวมความรู้ “มิกเซอร์อนาล็อก Vs มิกเซอร์ดิจิตอล” บทความนี้มีคำตอบ เพื่อคลายข้อสงสัยต่างๆ มาให้หลายคนเข้าใจ พร้อมแล้วก็ลุยกันเลยครับ

มิกเซอร์อนาล็อก Vs มิกเซอร์ดิจิตอล แตกต่างกันอย่างไร ?

มิกเซอร์อนาล็อก เครื่องผสมสัญญาณเสียงแบบอนาล็อก (Mixer Analog) เป็น Mixer ที่ยังคงเป็นที่นิยม เหมาะสำหรับคนเริ่มต้นใช้งานมิกเซอร์ ราคาที่ไม่สูง ถ้าทำความเข้าใจแล้วก็ใช้งานง่ายมาก รองรับสัญญาณแบบ Analog ต้องปรับแต่งมิกซ์สัญญาณเสียงด้วยมือตัวเอง รับสัญญาณเสียงจากอุปกรณ์กำเนิดเสียงต่างๆ ได้เป็นจำนวนมาก เช่น ไมโครโฟน เครื่องดนตรี หรืออุปกรณ์เสริม Compresspor ฯลฯ ทำงานร่วมกับอนาล็อกมิกเซอร์ปรับแต่งตามที่ต้องการ

Mixer-Analog

ข้อดีของมิกเซอร์อนาล็อก

  • ใช้งานง่าย ปรับแต่งมิกซ์เสียงได้รวดเร็ว เครื่องผสมสัญญาณเสียงแบบอนาล็อก มีการปรับแต่งที่ไม่มากทำให้การใช้งานไม่ยุ่งยาก ใช้งานง่าย
  • ออกแบบมาให้เรียบง่าย เพื่อการใช้งานที่มีประสิทธิภาพ ไม่จำเป็นต้องตั้งค่า Preset ต่ออุปกรณ์ในจำนวนมาก และยังไม่ต้องแปลงเสียงเป็นแบบดิจิตอล
  • ราคาที่ไม่แพงจนเกินไป เนื่องจาก การปรับแต่งที่ไม่มากและไม่แม่นยำเท่ากับมิกเซอร์ดิจิตอล
  • เหมาะสำหรับผู้เริ่มใช้มิกเซอร์ ไม่ยุ่งยากในการปรับแต่งมิกซ์เสียง

ข้อจำกัดของมิกเซอร์อนาล็อก

  • การเชื่อมต่ออุปกรณ์เสริมที่มีอย่างจำกัด หากต้องการเชื่อมต่อลำโพง ไมโครโฟน หรืออุปกรณ์อื่นๆหลายตัว พร้อมๆกันนั้นจะได้ยากถ้าไม่ใช่มิกเซอร์อนาล็อกที่ราคาสูง ในระดับไฮเอนด์ หรืออาจจะต้องเปลี่ยนไปใช้แบบดิจิตอล
  • มิกเซอร์อนาล็อกคุณภาพที่สูง การประมวลผลจำนวนมากไม่เกิดการแปลงสัญญาณคุณภาพที่สูง ทำให้มีขนาดไฟล์ที่ใหญ่
  • ไม่สามารถป้องกันเสียงรบกวนได้ เครื่องผสมสัญญาณเสียงแบบอนาล็อกนั้นไม่สามารถป้องกันสัญญาณเสียงรบกวนจากภายนอก

มิกเซอร์ดิจิตอล (Mixer Digital) ถูกพัฒนาเพื่อความรวดเร็ว ลดความยุ่งยากในการใช้งาน การติดตั้งอุปกรณ์เพิ่มเติม รองรับสัญญาณได้ทั้งแบบ Digital และ Analog ยังสามารถควบคุมผ่านอุปกรณ์ต่างๆเช่น คอมพิวเตอร์หรือติดตั้งโปรแกรมควบคุมตัวมิกเซอร์โดยเฉพาะเอง เหมาะสำหรับงานหลายๆงาน ที่มีความซับซ้อน ยุ่งยาก ตัวเดียว ตอบโจทย์ได้อย่างแน่นอน!! แต่ตัวมิกเซอร์นั้นมีราคาที่สูงตามประสิทธิภาพ

ข้อดี ข้อจำกัด ดิจิตอลมิกเซอร์

ข้อดีของมิกเซอร์ดิจิตอล

  • การเชื่อมต่ออุปกรณ์เสริมได้เป็นจำนวนมาก มีพอร์ตมากมายสำหรับอุปกรณ์มากมาย ให้ใช้งานพร้อมกันได้
  • การถ่ายโอนเสียงดิจิตอลที่ชัดเจน คุณภาพสูง ไร้เสียงรบกวน
  • ปรับแต่งมิกซ์เสียงได้ตามที่ต้องการ มีฟังก์ชั่นการปรับแต่งมากมายให้มิกซ์เสียงตามความชอบ
  • สามารถตั้ง Preset ได้ เพื่อความสะดวกสบายในการใช้งาน และรวดเร็ว
  • สบายต่อผู้ใช้งาน ปรับตั้งค่าผ่านแอปพลิเคชั่นหรือโปรแกรมของตัวมิกเซอร์ได้

ข้อจำกัดของมิกเซอร์ดิจิตอล

  • ราคาที่แพงมากจนเกินไป มีฟังก์ชั่นการปรับแต่งที่มากทำให้มีราคาที่สูง
  • เหมาะสำหรับมืออาชีพ มีความซับซ้อนในการใช้งาน ปรับแต่งมิกซ์ ถ้าไม่ได้มีความรู้โดยเฉพาะ
  • ยุ่งยากในการปรับแต่ง จะตั้งค่า Preset การมิกซ์เสียงปรับแต่งต่างๆต้องมีความรู้ในเรื่องมิกเซอร์ดิจิตอล ทำให้ยุ่งยากแต่ต้องศึกษาในการมิกซ์ตั้งค่าฟังก์ชั่นต่างๆ

มิกเซอร์ มีอายุการใช้งานได้นานแค่ไหน ?

การใช้งานมิกเซอร์นั้น เราไม่มีทางคาดเดาได้เลยว่ามันจะใช้งานได้นานแคไหน อยู่ที่ความดูแล รักษามิกเซอร์นั้นมากกว่าจะสามารถทำให้มิกเซอร์อยู่กับเราไปได้นาน โดยเราจะแนะนำปัจจัยดังนี้

Mixer

1. การดูแลรักษามิกเซอร์

เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง ในการดูแลรักษาความสะอาดกับมิกเซอร์ ช่วยให้มิกเซอร์ยังใหม่และป้องสิ่งสกปรกไม่ให้ติดข้างหรือทำให้มิกเซอร์ร้อนจนเกินไป

2. ระบายความร้อนเวลาใช้งาน

การใช้งานมิกเซอร์ไปนานๆจะทำให้เกิดความร้อน ดังนั้นเราควรมีพัดลม หรือเปิดแอร์ เพื่อระบายความร้อนในขณะใช้งานมิกเซอร์ เพื่อให้ใช้มิกเซอร์อยู่กับเราไปได้นาน

3. อุปกรณ์กันการกระชากไฟ

เป็นสิ่งที่อันตรายอาจทำให้มิกเซอร์ชำรุดได้ในทันที เราควรมีอุปกรณ์กันกระชากไฟ หรือเครื่องสำรองไฟไม่ให้มิกเซอร์ดับไปโดยทันที

4. อย่าใช้งานมิกเซอร์หนักเกินกำลัง

ตรวจสอบข้อมูลการใช้พลังงานก่อนที่จะนำอุปกรณ์ต่างๆมาเชื่อมต่อกับมิกเซอร์ ว่าคุณใช้ 220v หรือ 110v ที่มิกเซอร์รองรับไหว

สรุป


มิกเซอร์นั้นแบ่งเป็น 2 ประเภท มิกเซอร์ดิจิตอลและมิกเซอร์อนาล็อก แต่ละประเภทนั้นมีข้อดีและข้อจำกัดที่แตกต่างกันไปอยู่ที่ความต้องการของผู้ใช้ ราคา ความสามารถในการใช้งานมิกเซอร์ ลักษณะงานที่นำไปใช้ว่าใช้อุปกรณ์ในการมิกเซอร์มากน้อยเพียงใดถึงจะตอบโจทย์ของผู้ใช้ โดยเราจะสรุปแบบสั้นๆ ให้ดังนี้

  • เครื่องผสมสัญญาณเสียงแบบอนาล็อกมีการปรับแต่งน้อยกว่าเครื่องผสมสัญญาณเสียงแบบดิจิตอล
  • เครื่องผสมสัญญาณเสียงแบบดิจิตอลมักมีช่องอินพุตสำหรับอุปกรณ์ภายนอกที่มาก
  • การใช้งานพื้นฐานจะเป็นของเครื่องผสมสัญญาณเสียงแบบแอนะล็อกและถ้ามือาชีพจะเป็นของเครื่องผสมสัญญาณเสียงแบบดิจิตอล

    มิกเซอร์นั้นก็มีอายุการใช้งานตามการดูแลของผู้ใช้ว่าดูแลรักษาถูกวิธีหรือไม่ โดยวิธีดูแลก็ไม่ยากสำหรับผู้ใช้ แค่ทำความสะอาดมิกเซอร์อยู่สม่ำเสมอ ระบายความร้อนในเวลาที่ใช้งาน ใช้อุปกรณ์เสริมช่วยในการกระชากไฟ อย่าใช้มิกเซอร์หนักจนเกินขีดความสามารถ ถ้าผู้ใช้ดูแลวิธีตามที่กล่าวมา มิกเซอร์จะอยู่กับคุณได้นาน รับรองเลยครับ

ขอบคุณข้อมูลจาก: Playbutton

บทความที่คุณอาจสนใจ..

แชร์หน้านี้

ใส่ความเห็น

หน้าแรก
โปรโมชั่น
กลุ่มสินค้า
บทความ
บัญชี
หน้าแรก
โปรโมชั่น
กลุ่มสินค้า
บทความ
บัญชี

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้
    รายละเอียดคุกกี้

บันทึก