ใหม่! Focusrite Scarlett 4th Gen ดีกว่าเดิมยังไง อัพเกรดอะไรบ้าง?

Focusrite Scarlett 4th Gen
Home » ข่าวสารอัพเดท A/V World » ใหม่! Focusrite Scarlett 4th Gen ดีกว่าเดิมยังไง อัพเกรดอะไรบ้าง?

Estimated reading time: 6 นาที

ในโลกที่เทคโนโลยีพัฒนาไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ทุกอุตสาหกรรมในโลกล้วนมุ่งหน้าสู่โลกแห่งดิจิตอล ”โลกแห่งเสียง” ก็หนีไม่พ้นเช่นกัน และตัวแปรสำคัญที่เป็นหัวใจของระบบเสียงดิจิตอลก็คือ

Audio Interface

เมื่อพูดถึง Audio Interface ชื่อของแบรนด์ที่เรามักจะนึกถึงเป็นอันดับแรกๆ คงหนีไม่พ้น Focusrite ในบทความนี้ผมจะมาแนะนำออดิโออินเตอร์เฟซใหม่ Focusrite Scarlett 4th Gen ที่พึ่งเปิดตัวในบ้านเราไปเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2566 โดยที่จะมีมาให้จับจองเป็นเจ้าของกันทั้งหมด 3 รุ่น Scarlett Solo, Scarlett 2i2 และ Scarlett 4i4 แต่ละรุ่นดียังไง? อัพเกรดอะไรจากรุ่นก่อนบ้าง? และรุ่นไหนเหมาะกับคุณ!? ถ้าพร้อมแล้ว ไปชมกันเลยครับ ~

Audio Interface คืออะไร?

Audio Interface (ออ-ดิ-โอ-อิน-เตอร์-เฟซ) หรือ SoundCard(ซาวด์-การ์ด) คืออุปกรณ์ที่ทำหน้าที่ในการแปลงสัญญาณเสียงจาก อนาล็อก ให้กลายเป็น ดิจิตอล หรือที่ต่างประเทศจะเรียกว่า “Analog to Digital Converter” ซึ่งใช้คำย่อคือ ADC (บางท่านอาจจะเรียกว่า A2D) เป็นอุปกรณ์สำคัญมากๆ ที่จะส่งผลโดยตรงกับคุณภาพเสียงที่ได้

Audio Interface สำคัญอย่างไร?

อย่างที่ผมได้บอก Audio Interface นั้นเป็นอุปกรณ์ที่สำคัญมากๆ ที่จะส่งผลโดยตรงกับคุณภาพเสียงที่ได้ แต่มันสำคัญตรงไหนกัน? อธิบายไปมันก็จะยืดยาว ผิดประเด็นบทความไปหน่อย ผมจะยกตัวอย่างเพื่อให้เพื่อนๆ เห็นภาพดังนี้ครับ

สมมุติคุณมีไมโครโฟนตัวละสามแสน รับเสียงได้เทพมากกกกกก เวลาคุณบันทึกเสียง หาก Audio Interface ที่ทำหน้าที่แปลงสัญญาณเสียงเทพนั้นมันกาก ไฟล์เสียงที่คุณได้ก็จะกาก ซึ่ง Audio Interface เป็นอุปกรณ์ที่ไม่ได้มีราคาแพงอะไรมากมาย แต่จะส่งผลโดยตรงกับคุณภาพเสียงโดยรวม เป็นอุปกรณ์ด้านเสียง(Audio Gear) 1 ชิ้นที่คุณควรที่จะลงทุนหากอยากจะทำงานที่เกี่ยวกับเสียง

ทำไมต้อง Audio Interface ของ Focusrite

อย่างที่เราๆ รู้กันว่าอุปกรณ์ด้านเสียง นั้นใช้งานยาก ปุ่มกดเยอะแยะ ตาแป๊ะมาก กว่าจะใช้งานได้แต่ละชิ้น ต้องใช้เวลาศึกษากันแรมเดือน แรมปี แต่ Audio Interface ของ Focusrite นั้นแตกต่างอย่างสิ้นเชิง

Audio Interface ของ Focusrite ถูกออกแบบมาเพื่อให้การใช้งานของคุณง่ายที่สุด มีหลากหลายฟีเจอร์ที่จะช่วยให้คุณใช้งาน Audio Interface ได้อย่างกับโปร และที่สำคัญที่สุด คือคุณภาพเสียงที่ได้ ต้องบอกว่าให้คุณภาพที่เกินราคาไปมากโขทีเดียว

− กลับไปที่สารบัญ −

ใหม่ Focusrite Scarlett 4th Generation

Focusrite Scarlett 4th Gen

มาถึงสาระสำคัญของบทความนี้กัน กับการแนะนำสินค้าใหม่ Focusrite Scarlett 4th Generation ออดิโออินเตอร์เฟซที่จะช่วยให้การทำงานของคุณง่ายขึ้น ยกระดับประสิทธิภาพในงานเสียงของคุณ ไปสู่อีกระดับที่เหนือกว่า และแน่นอนว่า ยังคงใช้งานง่าย เป็นมิตรกับมือใหม่เช่นเคย!

Scarlett 4th Gen มีรุ่นอะไรบ้าง?


Scarlett ใน Gen นี้จะมีให้คุณเลือกใช้งานกันทั้งหมด 3 รุ่น 5 แบบ โดยที่จะมีออดิโออินเตอร์เฟซทั้งหมด 3 รุ่น ดังนี้

  1. Focusrite Scarlett Solo (4th Gen)
  2. Focusrite Scarlett 2i2 (4th Gen)
  3. Focusrite Scarlett 4i4 (4th Gen)

นอกจากนี้จะมีเซ็ท Home Studio ที่จะมีหูฟัง และไมโครโฟนสำหรับบันทึกเสียงเพิ่มเข้ามา เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการจะเริ่มต้นบันทึกเสียง แต่ยังไม่มีอุปกรณ์อะไรเลยสักชิ้นอีก 2 เซ็ท ดังนี้ครับ

  1. Focusrite Scarlett Solo Studio (4th Gen)
  2. Focusrite Scarlett 2i2 Studio (4th Gen)

scarlett 4th gen ดีกว่าเดิมยังไง?

Scarlett 4th Gen จะยังคงข้อดี ต่างๆ ไว้อย่างครบถ้วน เช่น Direct Monitor, AIR Mode, Hi-Z, Bitrate ความละเอียดสูง 24 Bit / 192 kHz เป็นต้น นอกจากคงข้อดีเก่า และปรับแก้จุดบกพร่องต่างๆ ทาง Focusrite ยังได้จัดฟีเจอร์การใช้งานใหม่ๆ เติมเข้ามา เพื่อยกระดับประสบการณ์ในการใช้งานของคุณให้ยอดเยี่ยมกว่าที่เคย

Dynamic Gain Halos

แถบแสดงระดับความแรงสัญญาณ (Dynamic Gain Halos) แบบใหม่

เริ่มต้นกันที่จุดที่น่าจะสังเกตุเห็นได้ง่ายที่สุด แถบแสดงระดับความแรงสัญญาณแบบใหม่ที่ทางแบรนด์ Focusrite จะเรียกว่า Dynamic Gain Halos จากเดิมที่จะบอกระดับความแรงสัญญาณด้วยสี เขียว เหลือง และแดง แต่การบอกระดับความแรงสัญญาณแบบนี้นั้นใช้งานยาก กว่าที่ไฟแดงจะบอกให้เรารู้ว่าระดับความแรงสัญญาณ Clip(พีคเกิน) มันก็ไม่ทันการแล้ว

ทาง Focusrite จึงได้คิดค้นแถบแสดงระดับความแรงสัญญาณแบบ Dynamic Gain Halos เพื่อที่จะแสดงระดับความแรงสัญญาณคล้ายๆ กับมิกเซอร์ เราสามารถที่จะเห็นได้เลยว่า ระดับสัญญาณมันพีคถึงระดับไหนแล้ว เหลือ Headroom ให้เราอีกแค่ไหน ซึ่งจะช่วยให้การใช้งานของคุณง่ายขึ้นอย่างมาก

Auto Gain และ Clip Safe

สุดยอดตัวช่วยสำหรับมือใหม่ Auto Gain และ Clip Safe

ตอกย้ำเรื่อง “ความง่ายในการใช้งาน” ด้วย 2 ฟีเจอร์ใหม่ ที่จะช่วยให้การบันทึกเสียงของคุณง่าย และเป็นมืออาชีพมากกว่าที่เคยด้วย Auto Gain และ Clip Safe

ปรับระดับความแรงสัญญาณอัตโนมัติ ด้วย Auto Gain

ฟีเจอร์ Auto Gain จะเป็นฟีเจอร์ที่คอยช่วยปรับ เพิ่ม/ลดระดับ Gain แบบอัตโนมัติ เพียงแค่กดปุ่ม Auto ที่ตัวอินเตอร์เฟซ แถบ Dynamic Gain Halos จะเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงิน จากนั้น พูด หรือร้องเพลงไปยังอินพุตชาแนลนั้น 10 วินาที ตัวอินเตอร์เฟซจะทำการ ปรับระดับ Gain ให้คุณแบบอัตโนมัติ

Clip Safe ผู้ช่วยที่จะคอยปรับระดับความแรงสัญญาณไม่ให้พีคเกิน!

นอกจาก Auto Gain แล้ว Scarlett 4th Gen จะมาพร้อมฟีเจอร์ Clip Safe ที่จะคอยช่วยตรวจสอบความแรงของระดับสัญญาณอยู่ตลอด เมื่อระดับสัญญาณพีคเกิน Clip Safe จะทำการลดระดับ Gain ลงมาแบบอัตโนมัติ เพื่อให้สัญญาณไม่ Clip(พีคเกินไป)

ฟีเจอร์ Loopbacks

Scarlett 4th Gen รองรับการ Loopbacks แล้ว!

จากที่ Scarlett 3rd Gen นั้นไม่รองรับการ Loopbacks หากคุณอยากที่จะเติมเสียงสังเคราะห์ต่างๆ เข้ามาในการบันทึกเสียงของคุณ คุณจำเป็นที่จะต้องใช้ซอฟต์แวร์ Third-Party ช่วยในการที่จะ Loopbacks เสียงกลับมายังอินเตอร์เฟซ

ซึ่งใน Scarlett 4th Gen ทาง Focusrite ก็จัดให้ตามคำขอ ด้วยการที่ตัวอินเตอร์เฟซจะรองรับการ Loopbacks ได้ในตัว ไม่จำเป็นที่จะต้องไปหาซอฟต์แวร์ Third-Party อื่นๆ มาใช้งานร่วมให้ยุ่งยากอีกต่อไป

Air Modes แบบใหม่

อัพเกรด Air Modes ให้ตอบโจทย์การใช้งานมากขึ้น

Air Modes ถูกเพิ่มเข้ามาครั้งแรกใน Scarlett 3rd Gen เป็นฟีเจอร์ที่จะปรับการทำงานของ Preamps เพื่อปรับโทนเสียงที่ได้ทั้งเสียงร้อง และเสียงเครื่องดนตรี ที่จะมีทางเลือกให้ใช้งานแค่ เปิด หรือ ปิด Air Modes เท่านั้น

ซึ่งใน Scarlett 4th Gen ก็ได้พัฒนา Air Modes ให้ตอบโจทย์การใช้งานได้มากขึ้น โดยที่จะปรับการใช้งานเป็น 3 แบบ ดังนี้ครับ

  1. ปิด Air Modes จะเป็นโทนเสียงดั้งเดิมของ Preamps เสียงที่ได้จะเป็นเสียงที่มีความเป็นธรรมชาติ มีความเที่ยงตรงสูง
  2. Air Presence : ไฟ LED จะแสดงสถานะเป็นสีเขียว รายละเอียดต่างๆ ของเสียงจะชัดเจนขึ้น ให้ความรู้สึกเหมือนเสียงเข้ามาอยู่ใกล้ตัวผู้ฟังมากขึ้น
  3. Harmonic Drive : ไฟ LED จะแสดงสถานะเป็นสีเหลืองอมส้ม ช่วยเพิ่มรายละเอียดของเสียงกลาง เพิ่ม Harmonic(เอกลักษณ์) ให้กับเสียง

โดยที่การทำงานจะเป็นการขยายสัญญาณเสียงด้วยแผงวงจรแบบอนาล็อกภายในอินเตอร์เฟซ ไม่ใช่การปรุงแต่งเสียงด้วย DSP

Headphones Volume

ในที่สุดก็มี Headphones Volume แยกซักที

4th Gen จะมาพร้อม Knobs สำหรับปรับเพิ่ม/ลด ระดับความดัง(Volume) เสียงหูฟังแยกอิสระ จาก Monitors Out จากที่ใน 3rd Gen จะต้องปรับจากระดับ Monitor Out เป็นรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่ช่วยให้คุณทำงานง่ายขึ้นเยอะ!

− กลับไปที่สารบัญ −

Focusrite Scarlett Solo(4th Gen)

FOCUSRITE SCARLETT SOLO Gen 4

Scarlett Solo 4th Gen เป็นออดิโออินเตอร์เฟซ ไซส์เล็กที่สุดของซีรีย์ มี 2 อินพุต(1-TS, 1-XLR) และ 2 เอาท์พุต ให้เสียงคุณภาพสูงด้วย Bitrate 24-bit/192 kHz (ความละเอียดเสียงระดับเดียวกับที่สตูดิโอทำเพลงต่างๆ เลือกใช้) รองรับการ Loopbacks เฉกเช่นเดียวกับ Scarlett 2i2 และ 4i4 โดยที่จะแตกต่างจากรุ่นพี่ตรงฟีเจอร์การใช้งาน และจำนวนอินพุตที่มีให้ใช้

ข้อดี

  • รองรับเสียงคุณภาพสูง 24-bit/192 kHz
  • ดีไซน์สวยหยดย้อย คุณภาพวัสดุ และงานประกอบเนี้ยบ
  • มีช่องหูฟังสำหรับมอนิเตอร์ พร้อม Volume แยก
  • ราคาเป็นมิตร

ข้อจำกัด

  • ปรีแอมป์ตัวเก่าของ 3rd Gen
  • ไม่มีฟีเจอร์ใหม่อย่าง Clip Safe และ Auto Gain

เหมาะสำหรับใคร?

เหมาะสำหรับผู้ที่กำลังมองหาออดิโออินเตอร์เฟซดีดีสักตัว และมีงบประมาณจำกัด Scarlett Solo เป็นออดิโออินเตอร์เฟซที่จะช่วยยกระดับ งานเสียง ของคุณให้ดียิ่งขึ้น แม้คุณจะเป็นมือใหม่ก็ตาม

แต่ถ้าหากคุณมี Solo 3rd Gen อยู่ และอยากจะอัพเกรด ทีมงานแนะนำว่าให้อัพเป็นตัว 2i2 4th Gen จะสัมผัสได้ถึงความต่าง และคุ้มค่ามากกว่าครับ

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Focusrite Scarlett Solo(4th Gen)

Focusrite Scarlett 2i2(4th Gen)

FOCUSRITE SCARLETT 2i2 (4th GEN)

Scarlett 2i2 4th Gen เป็นออดิโออินเตอร์เฟซที่มี 2 อินพุต (2-TRS ที่ด้านหน้า และ 2-XLR ที่ด้านหลัง) ให้เสียงคุณภาพสูงด้วยตัวแปลงสัญญาณเสียง (A/D Converter) Bitrate ที่ 24-bit/192 kHz (ความละเอียดเสียงระดับเดียวกับที่สตูดิโอทำเพลงต่างๆ เลือกใช้) รองรับการทำ Loopbacks

ข้อดี

  • ปรีแอมป์ใหม่ 4th Generation
  • รองรับเสียงคุณภาพสูง 24-bit/192 kHz
  • มีฟีเจอร์ใหม่ Auto Gain
  • มีฟีเจอร์ใหม่ Clip Safe
  • มีช่องหูฟังสำหรับมอนิเตอร์ พร้อม Volume แยก
  • ดีไซน์สวยหยดย้อย คุณภาพวัสดุ และงานประกอบเนี้ยบ
  • ราคาเป็นมิตร

เหมาะสำหรับใคร?

Scarlett 2i2 เหมาะสำหรับทั้งมือใหม่ และมืออาชีพที่ต้องการออดิโออินเตอร์เฟซดีดีสักตัวไว้ใช้งาน มีฟีเจอร์ใหม่อย่าง Auto Gain และ Clip Safe ที่จะช่วยให้การบันทึกเสียงของคุณง่าย และเป็นมืออาชีพมากยิ่งขึ้น

หากคุณมี Scarlett รุ่นเก่า(2nd, 3rd) และกำลังคิดว่าจะอัพเกรดมาใช้ 4th Gen ทีมงานมองว่า 2i2 และ 4i4 เป็นตัวเลือกที่ดี และดูจะเหมาะสมที่สุดครับ

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Focusrite Scarlett 2i2(4th Gen)

Focusrite Scarlett 4i4(4th Gen)

FOCUSRITE SCARLETT 4i4 (4th GEN)

Scarlett 4i4 4th Gen เป็นออดิโออินเตอร์เฟซที่มี 4 อินพุต (2-Combo Jack ที่ด้านหน้า และ 2-TRS ที่ด้านหลัง) ให้เสียงคุณภาพสูงด้วยตัวแปลงสัญญาณเสียง (A/D Converter) Bitrate ที่ 24-bit/192 kHz (ความละเอียดเสียงระดับเดียวกับที่สตูดิโอทำเพลงต่างๆ เลือกใช้) รองรับการทำ Loopbacks

ข้อดี

  • 4-In, 4-Out with MIDI
  • ปรีแอมป์ใหม่ 4th Generation
  • รองรับเสียงคุณภาพสูง 24-bit/192 kHz
  • มีฟีเจอร์ใหม่ Auto Gain
  • มีฟีเจอร์ใหม่ Clip Safe
  • มีช่องหูฟังสำหรับมอนิเตอร์ พร้อม Volume แยก
  • ดีไซน์สวยหยดย้อย คุณภาพวัสดุ และงานประกอบเนี้ยบ
  • ราคาเป็นมิตร

เหมาะสำหรับใคร?

Scarlett 4i4 เหมาะสำหรับนักแต่งเพลง ศิลปิน มืออาชีพ มีอินพุตให้ใช้อย่างจุใจ 4-In 4-Out และ MIDI มาพร้อมฟีเจอร์ใหม่อย่าง Auto Gain และ Clip Safe ที่จะช่วยให้การบันทึกเสียงของคุณง่าย และเป็นมืออาชีพมากยิ่งขึ้น

Audio Interface ตัวจบสำหรับแบรนด์ Focusrite หากคุณต้องการที่จะอัพเกรดระบบเสียงในงานของคุณ Scarlett 4i4 เป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ของคุณอย่างแน่นอน

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Focusrite Scarlett 4i4(4th Gen)

สรุป

ตารางเปรียบเทียบ Focusrite Scarlett 4th Gen

จะเห็นได้ชัดว่า Focusrite Scarlett 4th Gen นั้นพัฒนาลูกเล่นหลากหลายอย่างให้ตอบโจทย์การใช้งานได้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ปรับแก้จุดอ่อนจากเจนก่อนไปมากพอสมควร ข้อเสียจุดเดียวที่ผมพอจะมองเห็นจะอยู่ในรุ่นเล็กอย่าง Scarlett Solo ดูเป็นออดิโออินเตอร์เฟซที่ทางแบรนด์ค่อนข้างกั๊กฟีเจอร์การใช้งานพอสมควร เพิ่มฟีเจอร์ใหม่ที่น่าใช้อย่าง Auto Gain และ Clip Safe มาให้ แต่กลับไม่ใส่มาให้ในรุ่นเล็กที่สุด หากคุณมี Scarlett 3rd Gen และคิดว่าจะอัพมาเป็นรุ่นใหม่ ทีมงานแนะนำให้อัพเกรดเป็นรุ่น 2i2 หรือ 4i4 จะสัมผัสได้ถึงความแตกต่างได้มากกว่าครับ

หวังว่าบทความนี้จะมีประโยชน์กับเพื่อนๆ บ้างไม่มากก็น้อย วันนี้ผมต้องขอตัวลาไปก่อน ถ้าคุณชอบบทความแนะนำสินค้าแนวนี้ รบกวนกดแชร์จะเป็นพระคุณอย่างสูง สวัสดีครับ ~

 ขอบคุณข้อมูลดีดีจาก Focusrite

บทความที่คุณอาจสนใจ..

แชร์หน้านี้ :

บทความ สาระความรู้

ไมค์คาราโอเกะ คุ้มค่าราคาดี ที่ต้องมีติดบ้าน!

วันนี้เรามีลิสต์ “ไมค์คาราโอเกะ คุ้มค่าราคาดี ที่ต้องมีติดบ้าน!” มาแนะนำกัน รับรองว่าแต่ละรุ่นที่เราคัดมานั้น ใช้งานดี เสียงเพราะ แน่นอน!

Mixing และ Mastering คือ อะไร? แตกต่างกันหรือไม่? อย่างไร!?

เจาะลึกรายละเอียดว่า Mixing และ Mastering คือ อะไร? พร้อมชี้ให้เห็นความต่างกันชัดๆ จะน่าสนใจแค่ไหน? อยากรู้ คลิกเลย!

เคล็ดลับเลือกเพลงคู่ ร้องคาราโอเกะ สำหรับทุกโอกาส

ร้องคาราโอเกะนั้นเป็นกิจกรรมความบันเทิงที่สนุกสนาน และจะสนุกสนานขึ้นเมื่อเราร้องคู่กับ คนในครอบครัว เพื่อน แฟน บทความนี้เรามีเพลงสำหรับร้องคู่มาแนะนำครับ

Backing Track คือ อะไร? แจกวาร์ป Backing Track เพลงไทย

พามาทำความรู้จักว่า Backing Tracks คืออะไร? เบื้องหลังความสำเร็จของศิลปินระดับโลก พร้อมแจกวาร์ปโหลด Backing Track เพลงไทยกันฟรีๆ อ่านเพิ่มเติม คลิกเลย!

ผลงานการติดตั้ง

ผลงานการติดตั้ง ระบบภาพและเสียงห้องประชุม สำนักงานเขตคลองสาน (ฝ่ายปกครอง)

ขอขอบคุณ สำนักงานเขตคลองสาน (ฝ่ายปกครอง) ที่ได้ให้ความไว้วางใจเลือกซื้อและใช้บริการออกแบบและติดตั้ง ระบบภาพและเสียงห้องประชุม จากทีมงาน SoundDD

ผลงานการติดตั้ง ระบบเสียงเวทีแสดง ร้าน Maotiverse (เมาติเวิร์ส) พระราม 2

ขอขอบคุณ ร้าน Maotiverse (เมาติเวิร์ส) ที่ได้ให้ความไว้วางใจเลือกซื้อและใช้บริการออกแบบและติดตั้งระบบเครื่องเสียงเวที โดย บริษัท ซาวด์ดีดี กรุ๊ป จำกัด ด้วยครับ

ผลงานการติดตั้ง ระบบเสียงห้องประชุม สถาบันพัฒนามันสำปะหลัง (ห้วยบง)

ระบบไมค์ประชุมดิจิตอลแบบไร้สาย ที่มีข้อดีหลากหลายด้านไม่ว่าจะเป็น การติดตั้งที่ง่าย, การเคลื่อนย้ายสะดวก และการจัดการง่าย บทความนี้เป็นผลงานติดตั้งจาก สถาบันพัฒนามันสำปะหลัง (ห้อยบง)

ผลงานการติดตั้ง ระบบเสียงปฎิบัติธรรม ลีลาสถาพรกูรธรรมสถาน

SoundDD.Shop พาชมระบบเสียงปฎิบัติธรรม ที่ได้เลือกติดตั้งลำโพงเครื่องเสียงจากแบรนด์ BOSE และ ALLEN&HEATH จะเป็นอย่างไรไปชมกัน

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่าคุกกี้

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้
    รายละเอียดคุกกี้

บันทึก