เบสิกระบบเสียงดิจิตอล Sampling Rate และ Bit Depth

Sampling Rate และ Bit Depth
Home » เกร็ดความรู้ (Tip & Trick) » เบสิกระบบเสียงดิจิตอล Sampling Rate และ Bit Depth

เวลาอ่านโดยประมาณ : 2 minutes

วันนี้เราจะพามาทำความรู้จักกับพื้นฐานของระบบเสียงแบบดิจิตอล Sampling Rate และ Bit Depth คืออะไร?? 44.1 kHz/16 Bits บน Audio Interface หรือ ไมโครโฟนบันทึกเสียง คืออะไร?? ยิ่งเยอะยิ่งดีจริงมั้ย!? ถ้าพร้อมแล้ว ไปชมกันเลยครับ ~

เบสิกระบบเสียงดิจิตอล “Sampling Rate และ Bit Depth”

Share :
DIGITAL AUDIO A2D

ระบบเสียงดิจิตอล คืออะไร


ระบบเสียงดิจิตอล คือ ระบบเสียงที่ทำการ จัดเก็บ สร้าง และเรียบเรียงข้อมูลเสียงใหม่ ให้อยู่ในรูปแบบของข้อมูล ที่คอมพิวเตอร์ สามารถอ่านค่าได้ โดยคอมพิวเตอร์ไม่สามารถอ่านรูปแบบของคลื่นเสียงปกติได้ จะต้องทำการแปลงให้เป็นข้อมูลในรูปแบบของ ดิจิตอล คือตัวเลข 0,1 ช่วยให้เราสามารถจัดการ แก้ไขหรือเรียบเรียงเสียงเหล่านั้นผ่าน ซอฟต์แวร์บนคอมพิวเตอร์ได้นั่นเองครับ

High Sampling Rate

Sampling Rate คืออะไร??


Sampling Rate คือ ค่าที่บอกว่ามีการเก็บตัวอย่างเสียง กี่ครั้ง ต่อ 1 วินาที โดยจะมีหน่วยเป็น Hertz(Hz) ตัวอย่างเช่น 44.1 kHz = จะมีการเก็บตัวอย่างเสียง 44,100 ครั้งต่อ วินาที โดยผมจะยกตัวอย่างให้เพื่อนๆ เข้าใจได้ง่ายขึ้น ให้เพื่อนๆ นึกถึง Frame Rate ในเรื่องของระบบภาพ 30 fps, 60 fps ก็คือมีการเก็บภาพทั้งหมด 30 ภาพใน 1 วินาที และ 60 ภาพใน 1 วินาที หมายความว่ายิ่งค่า Sampling Rate มาก ย่อมดีกว่า เพราะเท่ากับเรามีข้อมูลของเสียงมากกว่า เสียงที่ได้จะมีความใกล้เคียงกับเสียงจริงมากขึ้นนั่นเองครับ

Low Bit Depth
High Bit Depth

Bit Depth คืออะไร?


Bit Depth คือ ค่าที่บอกระดับความดัง เบาของแต่ละจุด Sampling Rate โดยจะมีหน่วยเป็น Bit ยิ่ง Bit Depth มีค่ามากยิ่งทำให้ Dynamic Range มีค่ามากตามไปด้วย ซึ่งจะทำให้ Headroom ของการบันทึกเสียงสูงตามไปด้วย โดยที่ 16 Bit จะมี Dynamic Range อยู่ที่ 96 dB และ 24 Bit จะมี Dynamic Range อยู่ ที่ 144 dB ครับ หมายความว่ายิ่ง Bit Depth มีค่ามาก ย่อมดีกว่า เพราะจะมีระดับความดังของเสียงเบาที่สุดไปถึงเสียงดังที่สุด ที่กว้างกว่านั่นเองครับ

Audio Sample คือ

Audio Sample คืออะไร


Audio Sample คือ การจำลองเสียงในรูปแบบของคลื่นเสียงขึ้นมาใหม่ (Reconstruct) โดยเมื่อเราทำการบันทึกเสียงเป็นไฟล์ดิจิตอล หากเราต้องการที่จะเล่นไฟล์เสียงนั้นๆ คอมพิวเตอร์จะทำการจำลองเสียงที่เราทำการบันทึกตามต้นฉบับ โดยคุณภาพของเสียงที่ออกมา จะขึ้นอยู่กับ Bit Depth กับ Sampling Rate ยิ่งมีค่าสูง เท่ากับว่าไฟล์เสียงจะมีความละเอียดที่มากกว่า ช่วยให้ได้เสียงที่ใกล้เคียงเสียง ณ ตอนบันทึกที่สุดนั่นเองครับ

สรุป Sampling Rate และ Bit Depth

สรุป


Sampling Rate กับ Bit Depth เป็นค่าที่จะคอมพิวเตอร์จะนำมารวมกันเพื่อ ประกอบ (Reconstruct) ออกมาเป็น Wave Form (คลื่นเสียง) ตามที่ได้บันทึกมานั่นเองครับ โดยค่าที่นิยมใช้ในปัจจุบัน คือ 44.1 kHz/16 Bits ในงานเสียง และใช้ 48 kHz/16 Bits สำหรับงานวิดีโอ ให้ตรงกับ เฟรมเรตของวิดีโอ โดยไฟล์เสียงที่มีคุณภาพสูงๆ (Hi-Res) จะเป็นการบันทึกเสียงที่ค่าสูงกว่ามาตรฐานนี้ขึ้นไปนั่นเองครับ

แต่ยิ่งเราใช้ค่ามาก แน่นอนว่าขนาดไฟล์เสียงที่ได้จะมีขนาดใหญ่ตามไปด้วย ถ้าเป็นไปได้แนะนำให้เลือกใช้ให้เหมาะกับแต่ละงานจะดีที่สุดครับ หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ ไม่มากก็น้อย วันนี้ผมต้องขอตัวลาไปก่อน สวัสดีครับ ~

ขอบคุณข้อมูลจาก iZOTOPE, Youtube

บทความที่คุณอาจสนใจ..

Share :

ใส่ความเห็น

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้
    รายละเอียดคุกกี้

บันทึก