Estimated reading time: 5 นาที
รีวิว Smart Ultra Soundbar ซาวด์บาร์ตัวท็อปรุ่นใหม่จาก Bose แบรนด์เครื่องเสียงชั้นนำที่การันตีความยอดเยี่ยมทั้งในด้านงานประกอบ และคุณภาพเสียง โดยที่ในรุ่นใหม่นี้จะเป็นการเข้ามาทดแทนซาวด์บาร์คุณภาพเยี่ยมรุ่นก่อนอย่าง Bose Smart Soundbar 900 ซึ่งยังคงข้อดีทุกอย่างที่รุ่นก่อนมี เช่น Dolby Atmos, Truespace และ ADAPTiQ พร้อมอัดฟีเจอร์การใช้งานใหม่ล่าสุดอย่าง A.I. Dialogue เพิ่มเข้ามา จะน่าสนใจ และคุ้มค่ามากแค่ไหน ถ้าพร้อมแล้ว ไปชมกันเลยครับ ~
ปล.การรีวิวในบทความนี้จะเป็นการแปลมาจากบทความต่างประเทศ เนื่องจากตัวสินค้ายังไม่เข้าไทย สามารถอ่านบทความรีวิวต้นฉบับได้ที่ Pocket-lint
สารบัญ
- รีวิว Bose Smart Ultra Soundbar
- วัสดุ และการออกแบบ
- การเชื่อมต่อและการควบคุม
- ฟีเจอร์การใช้งาน
- คุณภาพ และความคุ้มค่า
รีวิว Bose Smart Ultra Soundbar
Smart Ultra Soundbar เป็นซาวด์บาร์ตัวจบสำหรับทุกความบันเทิงภายในบ้าน(Home Entertainment) มาพร้อมฟีเจอร์การใช้งาน และเทคโนโลยีชั้นนำแบบจัดเต็ม เช่น ระบบเสียงแบบ Dolby Atmos® และเทคโนโลยี TrueSpace ที่จะช่วยเติมเต็มระบบเสียงรอบทิศทาง แยกเครื่องดนตรี บทสนทนา และเอฟเฟกต์ต่างๆ นำมาจัดวางในตำแหน่งที่เหมาะสมในทุกสภาพห้อง ช่วยยกระดับประสบการณ์การฟังที่สมจริง ไร้ที่ติ ในแบบที่คุณไม่เคยสัมผัสมาก่อน
ตัวซาวด์บาร์จะเป็นระบบเสียง 5.1.2(เป็น Surround ด้วยซอฟต์แวร์) ที่สามารถขยายเป็นระบบเสียง 5.1.2(ที่แท้ทรู) ด้วยการเติมซับ และลำโพงเซอร์ราวด์เพิ่ม ให้ระบบเสียงรอบทิศทางด้วยซาวด์บาร์เพียงตัวเดียว แต่มิติเสียงโดยรวมก็จะไม่ได้โอบล้อมผู้ฟังมากจนน่าประทับใจอะไรขนาดนั้น(เมื่อเทียบกับระบบเสียง 5.1.2 แบบของแทร่นะครับ) จากความคิดเห็นทีมงาน ซาวด์บาร์ตัวเดียวนั้นแค่พอใช้งานได้ แต่หากจะให้ตอบโจทย์ทุกความบันเทิงภายในบ้านจริง จำเป็นที่จะต้องเติมตู้ซับวูฟเฟอร์ เพิ่มเป็นอย่างน้อยที่สุดครับ
วัสดุ และการออกแบบ
เริ่มต้นกันที่ดีไซน์ และการออกแบบของตัวซาวด์บาร์ Bose Smart Ultra เป็นซาวด์บาร์ 5.1.2 แบบ All-In-One(ตัวเดียวจบ) ที่ภายในกล่องจะไม่มีซับวูฟเฟอร์ และลำโพงเซอร์ราวด์ให้มาด้วย ทีมงานจะเรียกซาวด์บาร์ระบบเสียงรอบทิศทางแบบนี้ว่าเป็นเซอร์ราวด์จำลอง หรือเซอร์ราวด์ด้วยซอฟต์แวร์ มาพร้อมดีไซน์ภายนอกที่เรียบง่าย แต่หรูหรา ตามสไตล์ของ Bose
มีให้เลือก 2 สี 2 สไตล์
ด้านบนตัวซาวด์บาร์จะเลือกใช้วัสดุเป็นกระจก ส่วนตะแกรงลำโพงวัสดุจะเป็นเหล็ก มีให้เลือกจับจองเป็นเจ้าของกันทั้งหมด 2 สี 2 สไตล์
- สีดำ (Black)
- สีขาว (Arctic White)
ตัวซาวด์บาร์จะเลือกใช้สีของไฟ LED ในการบอกสถานะการใช้งานต่างๆ ซึ่งจะมีรายละเอียดที่ค่อนข้างหลากหลาย ซับซ้อน และไม่น่าจะจำกันได้หมด ทีมงานแนะนำให้ดูสถานะการใช้งานของซาวด์บาร์ผ่านทางแอป Bose Music จะเป็นอะไรที่ง่าย และสะดวกที่สุด โดยที่ผมจะมาอธิบายรายละเอียดของแอปที่ท้ายบทความ
ขนาด และน้ำหนัก
ตัวซาวด์บาร์จะมาในขนาดที่ค่อนข้างใหญ่ 1045 x 58 x 107 มม. และหนัก 5.8 กก. ถือว่าใหญ่ และหนักพอสมควร แต่ความหนักไม่น่าจะมีปัญหาเนื่องจากคงไม่มีใครถือซาวด์บาร์ขณะฟังเพลง(ฮ่าๆ) ด้วยขนาดความสูงของซาวด์บาร์ที่ 58 มม. ทีมงานมองว่าจะเหมาะกับการใช้งานคู่กับทีวีขนาด 55 นิ้วขึ้นไป หรือหากจะใช้งานร่วมกับจอที่มีขนาดเล็กกว่านั้นก็สามารถทำได้ แต่ต้องระมัดระวังเรื่องความสูงของตัวซาวด์บาร์ ไม่ให้กินพื้นที่ของจอทีวีนั่นเองครับ
จุดสังเกตุในด้านการออกแบบ
ถึงแม้ว่าการเลือกใช้วัสดุด้านบนของตัวซาวด์บาร์จะทำให้ดูดี เรียบหรู และมีสไตล์ แต่ในความคิดเห็นของทีมงาน มันกลับเป็นจุดที่ทำให้โดนหักคะแนนในด้านความละเอียดในการออกแบบ เนื่องจากการที่ด้านบนตัวซาวด์บาร์เป็นกระจก ภาพ และแสงจากทีวีจะตกกระทบ และสะท้อน ซึ่งอาจจะสร้างความรำคาญ และรบกวนสมาธิในการรับชมของคุณอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเวลากลางคืน
การเชื่อมต่อ และการควบคุม
พอร์ตการเชื่อมต่อ
ตัวซาวด์บาร์จะมีพอร์ตการเชื่อมต่อให้ใช้งานหลักๆ 2 แบบ คือ HDMI(eARC) และ Optical(ออปติคอล) ส่วนพอร์ตการเชื่อมต่ออื่นๆ จะมี Ethernet, USB Type-C(สำหรับ Service เท่านั้น) นอกจากนี้ยังมีช่อง Aux 3.5 mm. สำหรับต่อ Subwoofer ภายนอก และพอร์ตสำหรับเชื่อมต่อกับ Headset เพื่อใช้งานฟีเจอร์ ADAPTiQ
ในส่วนการเชื่อมต่อแบบไร้สาย จะมีให้เลือกใช้งาน 2 แบบคือ Wi-Fi และบลูทูธเวอร์ชัน 5.0 นอกจากนี้ยังรองรับ Chromecast และ AirPlay 2
การควบคุม
Bose Smart Ultra Soundbar จะมีทางเลือกให้คุณควบคุมซาวด์บาร์ได้ทั้งหมด 4 แบบ ดังนี้
- ควบคุมผ่านตัวซาวด์บาร์
- ควบคุมผ่านรีโมตคอนโทรล
- ควบคุมผ่านคำสั่งเสียง(Voice Assistant)
- ควบคุมผ่านแอปพลิเคชัน Bose Music App
การควบคุมโดยตรงผ่านตัวซาวด์บาร์
ที่ซาวด์บาร์จะมีปุ่มสำหรับสั่งการซาวด์บาร์ทั้งหมด 2 ปุ่ม โดยที่จะเป็นปุ่มแบบ สัมผัส อยู่ที่ด้านบนซ้ายของตัวซาวด์บาร์ตามภาพ ปุ่มแรกจะเป็นปุ่มสำหรับ Mute ไมโครโฟน และอีกปุ่มจะเป็นปุ่ม Power เปิด/ปิด ที่สามารถใช้เป็นปุ่ม Alexa Action Buttons ได้อีกด้วย
การควบคุมผ่านรีโมตคอนโทรล
รีโมตคอนโทรล ของ Smart Ultra Soundbar จะมาในขนาดที่ค่อนข้างเล็ก แต่ตอบสนองต่อการใช้งานพื้นฐานได้อย่างครบถ้วน โดยที่จะมีปุ่มทั้งหมด 8 ปุ่ม และมีรายละเอียดการใช้งานตามภาพด้านบนเลยครับ
การควบคุมสั่งการผ่านเสียง(Voice Assistant)
ตัวซาวด์บาร์จะรองรับการสั่งการด้วยเสียงผ่าน Amazon Alexa และ Google Assistant นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ Voice4Video ที่จะช่วยให้คุณสามารถสั่งการ และควบคุมอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกับซาวด์บาร์ได้ เช่น TV
ฟีเจอร์การใช้งาน
ฟีเจอร์การใช้งาน
ถึงแม้ว่า Bose Smart Ultra Soundbar จะมาในรูปร่างที่เพรียวบาง แต่กลับอัดแน่นดอกลำโพงไว้ด้านในมากถึง 9 ดอก โดยที่จะแบ่งออกเป็นลำโพงกลาง(Center) 1 ดอก และขนาบข้างด้วยลำโพงแบบ Racetrack ซ้าย-ขวา ข้างละ 2 ดอก นอกจากนี้ยังมีลำโพง Up-Firing ที่ด้านข้างของลำโพงทั้ง 2 ข้าง อีกข้างละ 1 ดอก ซึ่งพอนับไปนับมาทีมงานนับได้แค่ 7 ไม่รู้ว่า Bose เอาไปซ่อนที่ไหนอีก 2 ดอก(ฮ่าๆ)
จำลองระบบเสียงแบบรอบทิศทาง 5.1.2 ด้วยเทคโนโลยี PhaseGuide และ TrueSpace
ตัวซาวด์บาร์จะใช้เทคโนโลยี PhaseGuide และ TrueSpace เทคโนโลยีที่เป็นเอกสิทธิ์ของ Bose เพื่อแบ่งมิติเสียง เพิ่มความกว้าง และจำลองระบบเสียงรอบทิศทางให้มีความสมจริงมากยิ่งขึ้น
โดยที่ตัวซาวด์บาร์จะเป็นซาวด์บาร์ที่ให้เสียงแบบรอบทิศทาง 5.1.2 แต่..ทีมงานไปหาดูรีวิวตามยูทูปของต่างประเทศ โดยส่วนมากเขาจะรีวิวว่าเป็นระบบเสียงรอบทิศทาง 3.0.2 เป็นส่วนใหญ่ ในส่วนนี้น่าจะต้องรอตัวสินค้ามาถึงที่โชว์รูม ทีมงานจะมาทดสอบให้ดูกันอีกรอบครับ
(อ่านเพิ่มเติมเรื่อง ตัวเลขระบบเสียงรอบทิศทางคืออะไร?)
การติดตั้งใช้งาน
Smart Ultra Soundbar จะมีการติดตั้งใช้งานที่ง่ายสุดๆ เพียงแค่เสียบสาย HDMI เชื่อมต่อเข้ากับทีวี และเสียบสายไฟ AC ตัวซาวด์บาร์ก็พร้อมใช้งานทันที โดยที่ทีมงานแนะนำให้เพื่อนๆ เชื่อมต่อตัวซาวด์บาร์เข้ากับ แอปพลิเคชัน ผ่านสมาร์ทโฟน เพื่อใช้งานตัวซาวด์บาร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงที่สุด
Calibrate เสียงแบบอัตโนมัติด้วยเทคโนโลยี ADAPTiQ
เป็นฟีเจอร์การใช้งานที่จะทำการ Calibrate เสียงของซาวด์บาร์ให้ เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมของห้อง โดยที่การใช้งาน ADAPTiQ คุณจำเป็นที่จะต้องใช้งานร่วมกับชุดหูฟังที่แถมมาให้ภายในกล่อง เสียบเข้าไปที่ด้านหลังของตัวซาวด์บาร์ จากนั้นสวมใส่ชุดหูฟัง และนั่งในตำแหน่งที่คุณต้องการ จากนั้นตัวซาวด์บาร์จะทำการ Calibration เสียงให้เหมาะสมกับห้องคุณแบบอัตโนมัติ
AI Dialogue Mode
เป็นฟีเจอร์ใหม่ที่ได้รับอัพเกรดเข้ามาใน Bose Smart Ultra Soundbar ที่จะช่วยปรับปรุงคุณภาพเสียงพูด สนทนา หรือเสียงร้อง ให้มีความชัดเจน ด้วยการประมวลผลแบบเรียลไทม์จาก AI ช่วยให้คุณไม่พลาดทุกบทพูดสนทนา
คุณภาพเสียง และความคุ้มค่า
คุณภาพเสียง
Bose Smart Ultra Soundbar จะมอบคุณภาพเสียงที่น่าทึ่ง จำลองเสียงแบบรอบทิศทางด้วยซาวด์บาร์เพียงตัวเดียวได้อย่างสมจริง ให้โทนเสียงกลางที่ค่อนข้างสะอาด ชัด เสียงแหลมที่ใส ตามสไตล์ของ Bose ในด้านของการฟังเพลงค่อนข้างน่าประทับใจมาก ถ่ายทอดมิติเสียงสเตอริโอได้อย่างยอดเยี่ยม หากคุณเป็นผู้ที่ชื่นชอบโทนเสียงสไตล์ Bose ต้องบอกว่าซาวด์บาร์ตัวนี้น่าจะถูกใจคุณไม่น้อย
ส่วนการใช้งานในการรับชมภาพยนต์ เสียงกลาง และเบสจะเป็นจุดที่ค่อนข้างสำคัญ ด้วยฟีเจอร์ AI Dialogue Mode ที่คอยช่วยบูสต์เสียงกลาง พูดสนทนา ให้มีความชัดเจนมากขึ้น ต้องบอกว่าช่วยได้เยอะ แต่ส่วนของเสียงเบสที่เป็นหัวใจสำคัญของการรับชมภาพยนต์ นั้นยังทำได้ไม่ดี แต่ก็เข้าใจได้ เพราะซาวด์บาร์แทบทุกตัวจะมาตกม้าตายในจุดนี้กันซะหมด ทางที่ดีทีมงานแนะนำให้ต่อ ซับวูฟเฟอร์แยก จะได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ยอดเยี่ยมที่สุดครับ
ความคุ้มค่า
ข้อดี
- ดีไซน์สวยงาม เรียบหรู มีระดับ
- รองรับระบบเสียงแบบ Dolby Atmos
- มีฟีเจอร์ AI Dialogue Mode บูสต์เสียงพูด สนทนา
- มีฟีเจอร์ ADAPTiQ สำหรับ Calibrate เสียง
ข้อสังเกตุ
- ไม่รองรับ DTS:X
- วัสดุด้านบนเป็นกระจก อาจเกิดการสะท้อนรบกวนสมาธิขณะรับชมภาพยนต์
Bose Smart Ultra Soundbar โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่สวยงาม ผสมผสานกับเทคโนโลยีด้านเสียงชั้นนำ เช่น TrueSpace, ADAPTiQ และ AI Dialogue Mode ที่จะช่วยยกระดับประสบการณ์การฟังให้กับทุกความบันเทิงภายในบ้าน ต้องยอมรับว่าเป็นซาวด์บาร์ที่ตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างหลากหลาย ฟังเพลงก็ได้ ดูหนังก็เยี่ยม แต่เมื่อเทียบด้วยราคาค่าตัวระดับ 37,900 บาท(ราคาคาดการณ์) ก็ยังถือว่าพอใช้ได้ ขึ้นอยู่กับความชอบของผู้ใช้เป็นสำคัญ
แต่ถ้าอยากได้ซาวด์บาร์สำหรับรับชมภาพยนต์ให้ได้เต็มอรรถรสจริงๆ สิ่งที่จำเป็นต้องซื้อเพิ่มแบบหลีกเลี่ยงไม่ได้ นั่นคือ ซับวูฟเฟอร์ ซึ่งซับวูฟเฟอร์ของ Bose ก็ราคาแรงไม่หยอก หรือหากคุณมีซับวูฟเฟอร์แบรนด์อื่นอยู่แล้ว อยากจะซื้อซาวด์บาร์ตัวนี้ไปจับคู่ใช้งาน ทีมงานแนะนำให้สอบถามคนขายให้ละเอียดว่าซับวูฟเฟอร์ของคุณใช้งานร่วมกับ Bose Smart Ultra Soundbar ได้หรือไม่?
ก็จบกันไปแล้วสำหรับบทความ รีวิว Bose Smart Ultra Soundbar ฉบับแปลไทยจาก Pocket-lint หากตัวซาวด์บาร์เข้ามาที่โชว์รูม SoundDD.Shop เมื่อไหร่ ทีมงานจะหยิบมารีวิวอย่างละเอียดให้รับชมกันอีกสัก 1 ยก วันนี้ต้องขอตัวลาไปก่อน สวัสดีครับ ~ฃ

บทความ สาระความรู้
วิธีเลือก ไมโครโฟนไร้สาย สำหรับ ห้องประชุม, เวที, ห้องเรียน
สรุปวิธีเลือกไมโครโฟนไร้สายสำหรับห้องเรียน ห้องประชุม และเวทีแบบเข้าใจง่าย ช่วยให้คุณเปรียบเทียบสเปกและตัดสินใจเลือกได้ตรงตามความต้องการ
พลิกโฉมห้องประชุมยุคใหม่ด้วย AI Conference จาก AISpeech
จัดการประชุมให้มีประสิทธิภาพและราบรื่นกว่าที่เคย ทำความรู้จัก AI Conference เทคโนโลยีจาก AISpeech ที่จะช่วยยกระดับการพูดคุยธุรกิจของคุณ
จากยุคเครื่องเสียงบ้าน สู่ยุค Portable Party ที่พกความสนุกไปได้ทุกที่
พาดูความเปลี่ยนแปลงของการฟังเพลง จากยุคเครื่องเสียงบ้าน สู่ยุค Portable Party ที่พกความสนุกไปได้ทุกที่ ตอบโจทย์การใช้งานยุคใหม่ที่เน้นความเรียบง่ายและคล่องตัว
Mixer รุ่นเล็กพร้อมใช้งาน ราคาไม่เเรง ใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน
งบน้อยแต่อยากได้เสียงโปร? เราคัด 5 Mixer รุ่นเล็กพร้อมใช้งาน ราคาไม่เเรง ที่เหมาะกับสตรีมเมอร์และนักดนตรีมาให้แล้ว
โปรโมชั่น
โปรโมชันรับสิทธิ์ซื้อ JBL EASYSING MIC ลด 10% เมื่อซื้อพร้อมสินค้า JBL PARTYBOX รุ่นที่กําหนด
3 - 31 ก.ค. 2569
โปรโมชัน ชุดลำโพงไลน์อาร์เรย์ THE ULTIMATE DVA READY FOR ANY VENUS ราคาพิเศษ กับแบรนด์ dBTechnologies
วันนี้ - 31 ก.ค. 69
MAHAJAK 55th Anniversary ชุดเครื่องเล่นดีเจ จากแบรนด์ PIONEER DJ เมื่อซื้อสินค้าลงทะเบียนแลกรับของแถมสุดพิเศษ
5 มิ.ย. - 31 ก.ค. 2569
MAHAJAK 55th Anniversary of Professional Audio ชุดเครื่องเสียงลำโพง ไมโครโฟน เมื่อซื้อสินค้าลงทะเบียนแลกรับของแถมสุดพิเศษ
5 มิ.ย. - 31 ก.ค. 2569
ผลงานการติดตั้ง
ลูกค้าของเรา Rimhong Cafe | ระบบเสียง Ozone Songkran Music Festival
พาชมระบบเสียงงาน Ozone Songkran Music Festival ที่ Rimhong Cafe จ.ศรีสะเกษ งานนี้ติดตั้งลำโพง JBL Professional SRX900 แบบ Full
ลูกค้าของเรา Next idol academy ระบบเสียงเวที ห้องเทรนนิ่ง และห้องเรียน
ขอขอบคุณ Next idol academy ที่ไว้วางใจให้เราเป็นส่วนหนึ่งในการติดตั้งระบบเสียงสำหรับเวที ห้องเทรนนิ่ง และห้องเรียน
ลูกค้าของเรา ร้านบางตะบูนเบย์ ระบบเสียงเวที
เราภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการส่งมอบประสบการณ์ระดับ World-Class ด้วยชุดเครื่องเสียงแบรนด์ดังจากอิตาลี dBTechnologies ที่ได้รับความไว้วางใจจากมืออาชีพทั่วโลก
ลูกค้าของเรา บริษัท ยู แฮส จำกัด ระบบเสียงคาเฟ่
ลูกค้าของเรา บริษัท ยู แฮส จำกัด ระบบเสียงคาเฟ่มาตรฐานสากล EV EVOLVE 30M และ YAMAHA MG 16XU ดูแลการติดตั้งโดย SoundDD.Shop