รู้จัก OPERA NONA ลำโพงซีรีส์ใหม่ เทคโนโลยีรุ่นใหญ่ในขนาดคล่องตัว

ชื่อของตระกูล OPERA จาก dBTechnologies ถือเป็นซีรีส์ลำโพงที่คุ้นหูคุ้นตากันดีในวงการเครื่องเสียง และวันนี้ตำนานบทใหม่ได้เริ่มต้นขึ้นอีกครั้งด้วยการเปิดตัว OPERA NONA Series ลำโพงรุ่นล่าสุดที่ไม่ได้มาแค่การปรับโฉม แต่เป็นการนำเทคโนโลยีเสียงจากระบบเครื่องเสียงสเกลใหญ่ มาย่อส่วนลงในตู้ลำโพงขนาดกะทัดรัดที่ใช้งานง่าย นอกจากนี้ยังมีอะไรที่น่าสนใจอีกบ้างมาชมไปพร้อมกันครับ

-25%
Original price was: ฿55,900.Current price is: ฿41,900. (รวม VAT 7% แล้ว)
-25%
Original price was: ฿47,900.Current price is: ฿35,900. (รวม VAT 7% แล้ว)

ภาพรวมของ OPERA NONA

เป้าหมายหลักของ OPERA NONA Series คือการทำลำโพงที่รองรับการใช้งานได้มากกว่าลำโพงแบบ 2 ทาง ทั่วไปที่เราคุ้นเคย ซีรีส์นี้ถูกจัดให้อยู่ในตำแหน่งระหว่างลำโพงรุ่นมาตรฐานของแบรนด์ อย่างซีรีส์ OPERA รุ่น 2 ทางปกติ และลำโพงรุ่นท็อป อย่างซีรีส์ OPERA Reevo โดยเปิดตัวมาพร้อมกันสองรุ่น ได้แก่ รุ่น NONA 210 ที่ใช้ดอกลำโพงขนาด 2×10 นิ้ว และรุ่น NONA 212 ที่ใช้ดอกลำโพงขนาด 2×12 นิ้ว

จุดเด่นของซีรีส์นี้คือความตั้งใจที่จะนำเทคโนโลยีการจัดวางดอกลำโพงแบบเดียวกับรุ่นท็อป มาใส่ไว้ในตู้ลำโพงขนาดกะทัดรัดที่ทำจากพลาสติกโพลีโพรพิลีน ผลลัพธ์ที่ได้คือลำโพงที่ให้มิติเสียงกว้างและครอบคลุมพื้นที่ได้มากกว่าเดิม พร้อมกับมีระบบประมวลผลที่ช่วยจัดระเบียบย่านเสียงให้สม่ำเสมอ ทำให้ลำโพงซีรีส์นี้มีฟังก์ชันระดับมืออาชีพ แต่ยังยกไปใช้งานตามสถานที่ต่างๆ ได้อย่างคล่องตัว

ที่มาของซีรีส์ OPERA NONA

OPERA NONA ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อเป็นตัวเลือกที่อยู่ตรงกลางระหว่าง รุ่นมาตรฐานอย่างซีรีส์ OPERA แบบ 2 ทางทั่วไป และ รุ่นท็อปสุดอย่างซีรีส์ OPERA Reevo พอดีสาเหตุที่ทางแบรนด์ทำรุ่นนี้ออกมา ก็เพื่อรองรับคนที่รู้สึกว่าลำโพงรุ่นมาตรฐานอาจจะยังให้พลังเสียงไม่พอ แต่ก็ยังไม่พร้อมขยับไปใช้รุ่นท็อป ซีรีส์ใหม่นี้จึงเข้ามาตอบโจทย์คนที่ต้องการเนื้อเสียงที่เต็มอิ่มขึ้น มีมิติเสียงที่กระชับและส่งได้ไกลกว่ารุ่นมาตรฐาน โดยที่ยังรักษาน้ำหนักและขนาดของตู้ลำโพงให้ขนย้ายได้สะดวกเหมือนเดิม

เทคโนโลยีเบื้องหลังการทำงาน

สิ่งที่ทำให้ NONA ทั้งรุ่น 210 และ 212 มีเสียงที่โดดเด่นและคุ้มค่าสำหรับการลงทุน คือการออกแบบโครงสร้างทางอคูสติกที่เรียกว่า True Coaxial Quasi 3-Way ทำงานร่วมกับระบบประมวลผล FIR Filters ซึ่งการนำระบบทั้งสองส่วนมาทำงานคู่กัน คือสิ่งที่ทำให้ลำโพงซีรีส์นี้สร้างความแตกต่างอย่างชัดเจน

เริ่มต้นที่การจัดวางแบบ True Coaxial หรือก็คือการออกแบบให้เสียงกลางและแหลมเดินทางออกมาจากจุดศูนย์กลางเดียว โดยปกติแล้วลำโพงทั่วไปมักจะแยกดอกลำโพงเสียงแหลมไว้ด้านบนและเสียงทุ้มไว้ด้านล่าง แต่สำหรับซีรีส์นี้ได้นำดอกลำโพงขับเสียงกลางและแหลมขนาด 1 นิ้วไปจัดวางไว้ในแกนร่วมกันตรงกลาง การจัดวางแบบนี้ทำให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า Point Source หรือแหล่งกำเนิดเสียงจากจุดเดียว เปรียบเสมือนเวลาคนเราพูดที่เสียงจะพุ่งออกมาจากจุดศูนย์กลางเดียวกัน ทำให้ทิศทางเสียงมีความเป็นธรรมชาติ ไม่ว่าผู้ฟังจะยืนอยู่มุมไหนภายในขอบเขตการกระจายเสียง 90×60 องศา ก็จะได้ยินย่านเสียงที่สม่ำเสมอและครอบคลุม

ถัดมาคือการทำงานแบบ Quasi 3-Way ที่ใช้ดอกลำโพงคู่ แทนที่จะใช้ดอกลำโพงเสียงทุ้มขนาดใหญ่เพียงตัวเดียว NONA เลือกใช้ดอกลำโพงเสียงทุ้มสองตัวทำงานร่วมกัน โดยรุ่น 210 จะใช้ดอกลำโพงขนาด 10 นิ้วคู่ และรุ่น 212 ใช้ขนาด 12 นิ้วคู่ ข้อดีของการออกแบบนี้คือช่วยเพิ่มพื้นที่หน้าดอกลำโพงในการกระจายเสียงให้มากขึ้นโดยที่ขนาดตู้ยังคงความกะทัดรัดเอาไว้ได้

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้นในเชิงอคูสติก การใช้ดอกลำโพง 10 นิ้ว 2 ตัวในรุ่น 210 เมื่อคำนวณพื้นที่รวมกันแล้ว จะได้พื้นที่กระจายเสียงย่านต่ำที่มากกว่าการใช้ดอกลำโพง 12 นิ้วแบบตัวเดียวถึง 39 เปอร์เซ็นต์ (เช่นเดียวกับรุ่น 212 ที่ใช้ดอก 12 นิ้วคู่ ก็ให้พื้นที่หน้าดอกรวมกันมากกว่าดอก 15 นิ้วตัวเดียวถึง 28 เปอร์เซ็นต์) ข้อมูลทางตัวเลขตรงนี้อธิบายได้ชัดเจนว่า ทำไมตู้ลำโพงรุ่นนี้ถึงสามารถสร้างความดังสูงสุดได้ถึง 131.5 dB ในรุ่น 210 และ 132.5 dB ในรุ่น 212 ซึ่งให้พลังเสียงที่เพียงพอสำหรับงานแสดงสดสบายๆ

นอกจากโครงสร้างของดอกลำโพงแล้ว อีกหนึ่งเทคโนโลยีสำคัญคือ Linear Phase FIR Filters ซึ่งเป็นระบบประมวลผลสัญญาณดิจิทัลที่ทำงานอยู่เบื้องหลัง โดยปกติเวลาลำโพงต้องแบ่งย่านความถี่เสียง มักจะเกิดปัญหาเรื่องจังหวะเวลาของคลื่นเสียงที่เดินทางมาไม่พร้อมกัน ทำให้เสียงขาดความคมชัด ระบบ FIR Filters จะเข้ามาแก้ปัญหานี้โดยการคุมเฟสเสียงให้สม่ำเสมอและเป็นเส้นตรงมากที่สุด สิ่งนี้ช่วยรักษาความต่อเนื่องของย่านเสียงต่างๆ ทำให้การตัดแบ่งความถี่มีความสะอาดและลดเสียงเพี้ยน ผลลัพธ์ที่ผู้ฟังจะได้ยินคือเสียงทุกย่านความถี่จะเดินทางมาถึงหูอย่างพร้อมเพรียง ตรงไปตรงมา และเป็นธรรมชาติที่สุด

ประสิทธิภาพและการออกแบบ

เมื่อพูดถึงเรื่องกำลังขับ ลำโพงซีรีส์นี้ทำงานด้วยแอมพลิฟายเออร์ Class D ที่ให้กำลังขับ 1,000 วัตต์ RMS พลังขับเคลื่อนระดับนี้ช่วยให้ตัวลำโพงตอบสนองต่อความถี่เสียงได้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ผู้ใช้งานยังสามารถเลือกพรีเซ็ตเสียงให้เข้ากับสถานที่และรูปแบบงานได้อย่างสะดวกรวดเร็วถึง 7 รูปแบบ ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่งานคลับ การเน้นเสียงร้อง การเปิดเพลงทั่วไป การลดหรือเพิ่มเสียงเบส ไปจนถึงการวางพื้นเป็นลำโพงมอนิเตอร์บนเวที ทำให้ไม่ต้องเสียเวลาปรับแต่งอะไรให้ซับซ้อน

ในด้านของการเชื่อมต่อและควบคุม ด้านหลังของตู้ลำโพงออกแบบมาให้ต่อสายใช้งานได้สะดวก โดยมีช่องสัญญาณขาเข้าแบบคอมโบ 2 ช่องที่ทำงานแยกกัน ผู้ใช้งานสามารถต่อไมโครโฟน เครื่องดนตรี หรือเครื่องเล่นเพลงเข้ากับลำโพงได้โดยตรง แต่ละช่องมีสวิตช์ปรับค่าความไวและปุ่มปรับระดับเสียงแยกกันชัดเจน นอกจากนี้ยังมีช่องสัญญาณขาออกแบบ XLR ที่มาพร้อมสวิตช์เลือกรูปแบบการส่งสัญญาณ ซึ่งช่วยให้การพ่วงลำโพงหลายๆ ใบเข้าระบบใหญ่ทำได้ง่ายขึ้น

สำหรับการออกแบบภายนอก ตัวตู้ลำโพงทำจากพลาสติกโพลีโพรพิลีนที่ทนทานแต่น้ำหนักไม่มากเกินไป โดยมีที่จับฝังไว้ถึง 3 ตำแหน่งคือด้านข้างซ้าย-ขวาและด้านบน เพื่อให้ยกและจัดวางได้ง่าย นอกจากนี้รูปทรงของตู้ยังรองรับการติดตั้งที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการเสียบขาตั้งลำโพงมาตรฐาน การแขวนแบบถาวร รวมถึงการวางนอนบนพื้นเวทีเพื่อใช้เป็นลำโพงมอนิเตอร์ ซึ่งตัวตู้มีมุมเอียงรองรับการวางถึง 2 ระดับ ทำให้ลำโพงซีรีส์นี้พร้อมเปลี่ยนบทบาทการทำงานไปตามสถานที่ได้อย่างลงตัว

OPERA NONA Series เหมาะกับใคร?

จากเทคโนโลยีการกระจายเสียงที่แม่นยำและกำลังขับที่ตอบสนองได้รวดเร็ว NONA จึงเป็นลำโพงที่เหมาะกับผู้ที่ต้องการเสียงคุณภาพสูง ด้วยความสามารถในการขับเสียงกลาง-แหลมจากจุดศูนย์กลางเดียว ทำให้ลำโพงซีรีส์นี้ถ่ายทอดรายละเอียดของเสียงร้องหรือเครื่องดนตรีได้อย่างชัดเจน ซึ่งเป็นสิ่งที่นักดนตรีเล่นสดและวงดนตรีต้องการมากที่สุด

ขณะเดียวกัน การใช้ดอกลำโพงคู่แบบ Quasi 3-Way ยังให้มวลเสียงเบสที่มีพลังและคลุมพื้นที่ได้กว้างกว่าเดิม ทำให้ลำโพงรุ่นนี้เข้ากับการใช้งานของ DJ รวมถึงงานอีเวนต์ รืองานปาร์ตี้ที่ต้องการเสียงทุ้มแน่นๆ โดยบางงานอาจจะไม่ต้องพึ่งลำโพงซับวูฟเฟอร์เพิ่มเลย นอกจากนี้ การออกแบบตู้ให้น้ำหนักพอยกไหวและรูปทรงที่ปรับใช้เป็นมอนิเตอร์บนเวทีได้ ยังทำให้ NONA เป็นลำโพงที่คล่องตัวสูง เหมาะสำหรับบริษัทเครื่องเช่าหรือคนที่ต้องย้ายเครื่องเสียงไปตามสถานที่ต่างๆ อยู่บ่อยๆ

dBTechnologies NONA ทั้งรุ่น 210 และ 212 เป็นลำโพง PA ที่เอาเทคโนโลยีเสียงแบบมืออาชีพมารวมกับการออกแบบที่ใช้งานจริงได้ง่าย เป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับคนที่กำลังมองหาลำโพงแอคทีฟที่ให้เนื้อเสียงใหญ่และทรงพลัง ในรูปแบบของตู้ลำโพงที่ยังคงความกะทัดรัดและขนย้ายได้สบายๆ

ขอบคุณข้อมูลจาก dbtechnologies

แชร์หน้านี้ :

บทความ สาระความรู้

รู้จัก OPERA NONA ลำโพงซีรีส์ใหม่ เทคโนโลยีรุ่นใหญ่ในขนาดคล่องตัว

อ่านเรื่องราวของ dBTechnologies OPERA NONA 210 และ 212 ลำโพง PA ที่ให้เนื้อเสียงใหญ่ มวลเบสแน่นด้วยดอกลำโพงคู่ พร้อมดีไซน์ที่ขนย้ายง่าย คลิก

เปิดเพลงจากโทรศัพท์เข้ามิกเซอร์ยังไง? มือใหม่ห้ามพลาด

อยากเปิดเพลงจากโทรศัพท์เข้ามิกเซอร์แต่ไม่รู้จะเริ่มยังไง SoundDD ขั้นตอนและทริคเล็ก ๆ มาฝากด้วยครับ

RCF ART 8 Series ลำโพงแอคทีฟที่ใช้ระบบ FiRPHASE และ BMC

RCF ART 8 Series ลำโพงแอคทีฟตู้คอมโพสิตน้ำหนักเบาที่มาพร้อมเทคโนโลยี M-Brace ระบบจัดการเฟส FiRPHASE และ BMC สำหรับคนทำงานระบบเสียง

KRK V Series Five เที่ยงตรง พลังสูง ตัวจริงเรื่องงานโปรดักชัน

KRK V Series Five ลำโพงมอนิเตอร์เรือธงพลังสูง 455W พร้อมเทคโนโลยี KRK Mesh และไกด์เลือกรุ่น V4, V6, V8 ให้เป๊ะกับขนาดห้องสตูดิโอ

ผลงานการติดตั้ง

ลูกค้าของเรา ระบบเสียงห้องประชุม สำนักงานจังหวัดลพบุรี

ลูกค้าของเรา ระบบเสียงห้องประชุม สำนักงานจังหวัดลพบุรี ชุดประชุม Soundvision, มิกเซอร์ Audio Technica และเครื่องขยายเสียง TOA จากงานสำนักงานคลังจังหวัดลพบุรี

ลูกค้าของเรา ข้าวต้มซอยเบสท์ ระบบเสียงแบคกราวด์มิวสิค

ระบบเสียงแบคกราวด์มิวสิคกับร้านข้าวต้มซอยเบสท์ มาดูกันว่าการเปิดเพลงคลอเบาๆ ในร้าน ช่วยสร้างบรรยากาศสบายๆ ให้ลูกค้าที่แวะมาทานอาหารได้อย่างไรบ้าง

ลูกค้าของเรา เทศบาลตำบลสวนหลวง ระบบเสียงห้องประชุม

ชมภาพรวมระบบเสียงห้องประชุมเทศบาลตำบลสวนหลวง ดูรูปแบบสินค้าและการจัดวาง เพื่อเป็นแนวทางนำไปปรับใช้กับระบบในองค์กรคุณ

ไอคอน PDPA

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่าคุกกี้

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้
    รายละเอียดคุกกี้

บันทึก