KRK V Series Five เที่ยงตรง พลังสูง ตัวจริงเรื่องงานโปรดักชัน

สำหรับคนทำงานในสตูดิโอเสียงจะรู้กันเป็นอย่างดีว่า ความแม่นยำนั้น สำคัญขนาดไหน แต่หลายคนก็ยังเจอปัญหาลำโพงหลอกหู เสียงเบสบวม หรือพอเร่งเสียงดังแล้วลำโพงรับไม่ไหว บทความนี้เราจะมาพูดถึง KRK V Series Five กันครับ ลำโพงมอนิเตอร์สตูดิโอ ที่ให้กำลังขับมาถึง 455 วัตต์ในทุกขนาดรุ่น พร้อมเทียบสเปกของรุ่น V4S5, V6S5 และ V8S5 พร้อมแล้วมาเริ่มกันเลยครับ

ภาพรวมของ V Series Five มีอะไรน่าสนใจบ้าง?

ถ้าพูดถึงชื่อ KRK V Series คนในวงการจะรู้ดีว่านี่คือซีรีส์ที่ถูกสร้างมาเพื่อเน้นความแม่นยำสำหรับการใช้งานในสตูดิโอระดับโปรโดยเฉพาะครับ การกลับมาในเจเนอเรชันที่ 5 หรือ V Series Five ครั้งนี้ ถือเป็นการยกเครื่องใหม่เพื่อรองรับการทำเพลงในยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะเทรนด์ระบบเสียงรอบทิศทางอย่าง Dolby Atmos!

ซึ่งข้อดีของการมิกซ์เสียงแบบ Atmos ก็คือ มันเปิดโอกาสให้คนทำเพลงสามารถจัดวางตำแหน่งเครื่องดนตรีให้อยู่รอบๆ ตัวคนฟังได้แบบ 3 มิติ ทำให้คนฟังได้สัมผัสมิติเสียงที่โอบล้อม สมจริง และให้ความรู้สึกตื่นตาตื่นใจกว่าการฟังเพลงแบบสเตอริโอซ้ายขวาทั่วไปมากครับ

คอนเซปต์หลักของซีรีส์นี้คือการนำฮาร์ดแวร์ระดับท็อป ไม่ว่าจะเป็นแอมป์คลาส D ที่ให้กำลังขับมหาศาล ชิปประมวลผลเสียงความละเอียดสูง และวัสดุประกอบตู้เกรดพรีเมียม มารวมไว้ด้วยกัน นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มเทคโนโลยีเครือข่ายอัจฉริยะเข้ามาเพื่อให้ลำโพงทุกใบสามารถสื่อสารและถูกควบคุมผ่านแอปพลิเคชันได้ทั้งหมด ทำให้ V Series Five ไม่ใช่แค่ลำโพงเสียงดี แต่เป็น “ระบบลำโพง” ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้การจัดการระบบเสียงที่ซับซ้อนในสตูดิโอทำได้ง่ายและสมบูรณ์แบบที่สุดครับ

คุณสมบัติ

พลังแอมป์ Class D กำลังขับ 455 วัตต์

จุดเด่นสำคัญ ของ KRK V Series Five คือระบบแอมป์แบบ Bi-amp ซึ่งก็คือการใช้แอมป์สองตัวแยกกันขับเสียงทุ้มและเสียงแหลม เพื่อให้ลำโพงทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ โดย KRK เลือกใช้แอมป์ Class D จากแบรนด์ Pascal ข้อดีคือให้กำลังขับสูงแต่ไม่ทำให้ตู้ลำโพงร้อน ลำโพงรุ่นนี้ให้กำลังขับมาถึง 455 วัตต์ต่อข้าง (แบ่งเป็นขับเบส 280 วัตต์ และแหลม 175 วัตต์) การที่ลำโพงมีกำลังขับเผื่อไว้เยอะๆ แบบนี้ จะช่วยให้เวลามีเสียงกระแทกแรงๆ อย่างเสียงกระเดื่องกลอง ลำโพงก็ยังรับมือได้สบาย เสียงไม่แตกแม้จะเปิดดังมากก็ตามครับ

นอกจากนี้ ยังมีชิปแปลงสัญญาณเสียงจาก ESS และชิปประมวลผล DSP จาก Analog Devices เข้ามาช่วยคุมให้เสียงเพี้ยนน้อยที่สุด และแบ่งย่านความถี่ได้อย่างแม่นยำ ทำให้เราได้ยินมิติเสียงที่กว้างและชัดเจนครับ

วัสดุวูฟเฟอร์ Kevlar คู่กับทวีตเตอร์โดมผ้าไหม

ตัวตู้ลำโพงออกแบบมาให้แข็งแรงทนทานครับ แผงด้านหน้าทำจากอลูมิเนียมหล่อขึ้นรูป ซึ่งจะช่วยลดความสั่นสะเทือนที่เป็นสาเหตุทำให้เสียงเพี้ยนได้ ส่วนดอกลำโพงเสียงทุ้ม เค้าเลือกใช้เส้นใย Kevlar แบบถัก วัสดุนี้มีจุดเด่นคือน้ำหนักเบาแต่แข็งแรงมาก ทำให้ถ่ายทอดเสียงเบสออกมาได้กระชับ เก็บตัวเร็ว และตอบสนองจังหวะเพลงได้ทันทีครับ

มาที่ดอกลำโพงแหลมหรือทวีตเตอร์ เป็นโดมผ้าไหมขนาด 1 นิ้ว ที่ให้เสียงนุ่มนวล ฟังดูเป็นธรรมชาติ และไม่บาดหู ช่วยให้เรานั่งทำงานได้นานๆ โดยไม่รู้สึกล้าหูครับ ดอกลำโพงนี้ยังมาพร้อมกับท่อนำเสียง (Waveguide) ที่ช่วยกระจายเสียง ทำให้จุดนั่งฟังหรือ Sweet Spot กว้างขึ้น ขยับตัวหน้าโต๊ะได้โดยที่มิติเสียงไม่เปลี่ยนครับ

ระบบเสียงรอบทิศทางด้วย KRK Mesh

ตอนนี้การทำงานในสตูดิโอเริ่มเปลี่ยนมาใช้ระบบเสียงรอบทิศทาง 3 มิติ อย่าง Dolby Atmos กันมากขึ้น การทำระบบนี้ต้องใช้ลำโพงเยอะมากครับ อย่างน้อยก็ 11 ใบและซับวูฟเฟอร์อีก 1 ใบในห้องเดียว ทาง KRK ก็เลยพัฒนาระบบซอฟต์แวร์เพื่อแก้ปัญหาความยุ่งยากในการจัดการลำโพงหลายๆ ใบครับ

ควบคุมผ่านแอปพลิเคชัน

เทคโนโลยี KRK Mesh เป็นระบบเครือข่ายที่ทำให้ลำโพงทุกใบสามารถเชื่อมต่อและคุยกันได้ เราสามารถต่อลำโพงเข้ากับแอป KRK Control บนมือถือหรือแท็บเล็ต แล้วสั่งงานฟังก์ชันต่างๆ ผ่านหน้าจอได้เลยครับ ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มลดเสียง ปิดเสียง ปรับ EQ หรือการจัดกลุ่มลำโพง ฟีเจอร์นี้ช่วยให้เราประหยัดเวลาได้เยอะมาก เพราะคุณไม่ต้องปีนบันไดไปหมุนปุ่มด้านหลังตู้ลำโพงทีละใบ โดยเฉพาะพวกลำโพงที่แขวนอยู่บนเพดานครับ

รองรับสายสัญญาณดิจิทัล AES3 และระบบตั้งค่า Delay

ด้านหลังตู้ลำโพงจะมีช่องเสียบที่รองรับทั้งสาย XLR และ TRS แบบอนาล็อกปกติ และที่สำคัญคือรองรับสัญญาณดิจิทัล AES3 ด้วยครับ แถมยังมีช่อง AES3 Thru เอาไว้พ่วงสายสัญญาณส่งต่อไปยังลำโพงใบถัดไปได้ทันที ช่วยให้การเดินสายเคเบิลดูเป็นระเบียบและง่ายขึ้นมาก

อีกฟีเจอร์ที่คนทำเพลงน่าจะชอบคือ ระบบตั้งค่า Delay ที่สามารถตั้งได้ตั้งแต่ 0 ถึง 200 มิลลิวินาที ระบบนี้จำเป็นมากในการจัดเวลาให้เสียงจากลำโพงทุกใบเดินทางมาถึงตำแหน่งที่เรานั่งฟังพร้อมกัน เพื่อป้องกันปัญหาคลื่นเสียงหักล้างกันครับ

นอกจากนี้ ลำโพงยังมีระบบปรับเสียงให้เข้ากับสภาพห้อง (Boundary EQ) ที่มีตัวเลือกให้ถึง 49 แบบ เพื่อแก้ปัญหาเสียงก้องหรือเสียงสะท้อนจากโต๊ะ และยังมี EQ แบบ 7 แบนด์ให้เราปรับย่านความถี่เองได้อย่างอิสระด้วยครับ

เลือกรุ่นไหนให้เหมาะกับขนาดห้อง?

จุดที่น่าสนใจของซีรีส์นี้คือ ลำโพงทุกรุ่นใช้แอมป์กำลังขับ 455 วัตต์เท่ากันทั้งหมดเลยครับ ความแตกต่างจึงไปอยู่ที่ขนาดของดอกลำโพง การลงลึกของเบส และระดับความดังสูงสุด ซึ่งข้อมูลพวกนี้คือสิ่งสำคัญในการเลือกรุ่นให้พอดีกับห้องของคุณครับ

  • KRK V4S5: รุ่นกะทัดรัด สำหรับพื้นที่จำกัดและลำโพงเซอร์ราวด์
    รุ่น V4S5 คือลำโพงตัวเล็กสุดในซีรีส์ที่มาพร้อมดอกวูฟเฟอร์ขนาด 4 นิ้วครับ รุ่นนี้ออกแบบมาสำหรับห้องที่มีพื้นที่จำกัดและใช้นั่งฟังใกล้ๆ ด้วยขนาดที่เล็ก น้ำหนักเพียง 5.4 กิโลกรัมต่อใบ แต่ให้กำลังขับเยอะและทำความดังสูงสุดได้ถึง 113 dB รุ่นนี้เลยเหมาะมากสำหรับการเอาไปทำเป็นลำโพงเซอร์ราวด์หรือลำโพงเพดานในระบบ Dolby Atmos เพราะติดตั้งบนขาแขวนได้ง่าย และให้ช่วงความถี่เสียงที่ครอบคลุมครับ
  • KRK V6S5: ความสมดุลที่ลงตัว สำหรับสตูดิโอขนาดกลาง
    ขยับขึ้นมาที่รุ่น V6S5 รุ่นนี้จะใช้ดอกลำโพงขนาด 6.5 นิ้ว ซึ่งถือว่าเป็นขนาดที่ให้ความสมดุลที่สุดสำหรับสตูดิโอขนาดกลางครับ ตัวลำโพงสามารถทำความดังสูงสุดได้ถึง 118 dB และให้เสียงเบสที่ลงได้ลึกพอสำหรับการมิกซ์เพลงทุกแนว (ลงลึกได้ถึง 40 Hz) โดยที่เบสไม่ไปกวนการทำงานในห้อง ด้วยน้ำหนัก 9.3 กิโลกรัมต่อใบ ทำให้ V6S5 กลายเป็นรุ่นยอดฮิตที่คนมักจะเลือกใช้เป็นลำโพงคู่หลักตั้งบนโต๊ะทำงานครับ
  • KRK V8S5: ขุมพลังเบสลึก สำหรับห้องคอนโทรลรูมและงานมาสเตอริง
    ส่วนรุ่น V8S5 คือพี่ใหญ่สุดที่มาพร้อมดอกวูฟเฟอร์ขนาด 8 นิ้ว และทำความดังสูงสุดได้ถึง 121 dB ครับ รุ่นนี้สร้างมาเพื่อห้องควบคุมเสียง (Control Room) ขนาดใหญ่ที่มีการจัดการเรื่องการซับเสียงมาอย่างดี ด้วยความที่มันลงเบสได้ลึกมากถึง 32 Hz ทำให้เราได้ยินรายละเอียดเสียงเบสต่ำๆ ได้ชัดเจนโดยไม่ต้องใช้ซับวูฟเฟอร์เพิ่มเลย ตัวตู้ค่อนข้างมีน้ำหนักอยู่ที่ 14.7 กิโลกรัมต่อใบ จึงเหมาะมากสำหรับตั้งเป็นหลักในงานมาสเตอริง หรืองานทำเพลงแนวอิเล็กทรอนิกส์ที่เน้นเสียงเบสครับ

ตารางเปรียบเทียบสเปก

ข้อมูลจำเพาะ KRK V4S5 KRK V6S5 KRK V8S5
ขนาดวูฟเฟอร์ 4 นิ้ว 6.5 นิ้ว 8 นิ้ว
การตอบสนองความถี่ 48 Hz – 40 kHz 40 Hz – 40 kHz 32 Hz – 40 kHz
ความดังสูงสุด 113 dB 118 dB 121 dB
ภาคขยายเสียง 455 วัตต์ 455 วัตต์ 455 วัตต์
ช่องเชื่อมต่อ Analog / AES3 Analog / AES3 Analog / AES3
ระบบควบคุมแอป รองรับ รองรับ รองรับ
น้ำหนักต่อใบ 5.4 กิโลกรัม 9.3 กิโลกรัม 14.7 กิโลกรัม

การอัปเกรดเทคโนโลยี ต่างจากรุ่นเก่าและรุ่นอื่นอย่างไร?

ถ้าคุณใช้ลำโพง KRK อยู่แล้ว และกำลังคิดว่าจะเปลี่ยนมาใช้ V Series Five ดีไหม ลองดูความแตกต่างตรงนี้ได้ครับ

+
This product has multiple variants. The options may be chosen on the product page
+
This product has multiple variants. The options may be chosen on the product page
+
This product has multiple variants. The options may be chosen on the product page

เทียบกับรุ่นก่อนหน้า (Gen 4)

ถ้าเทียบกับ V Series เจเนอเรชันที่ 4 สิ่งที่พัฒนาขึ้นอย่างชัดเจนคือกำลังขับของแอมป์ครับ ในรุ่นก่อนหน้ากำลังขับจะต่างกันไปตามขนาดของลำโพง แต่ในเจเนอเรชันที่ 5 ทางแบรนด์ให้แอมป์ 455 วัตต์มาเท่ากันทุกรุ่นเลย นอกจากนี้ยังเพิ่มช่องต่อดิจิทัล AES3 และระบบเครือข่าย KRK Mesh เข้ามา ช่วยให้การจัดการระบบเสียง Dolby Atmos ง่ายและสะดวกขึ้นเยอะครับ

เทียบกับรุ่นเริ่มต้น Rokit G5

ถ้าเอาไปเทียบกับลำโพงรุ่นเริ่มต้นอย่าง Rokit Gen 5 จะเห็นเลยว่าจุดประสงค์การใช้งานต่างกันครับ ซีรีส์ Rokit ออกแบบมาสำหรับสตูดิโอทั่วไป ให้เสียงที่ฟังสนุก แต่ซีรีส์ V ออกแบบมาเพื่องานระดับโปรที่ต้องการความแม่นยำสูงสุด วัสดุ ชิ้นส่วน และชิปต่างๆ จึงถูกคัดมาในระดับเรือธง เพื่อให้เราได้ยินความจริงของเสียงมากที่สุดครับ

สรุป

KRK V Series Five ถือเป็นลำโพงมอนิเตอร์ที่ให้สเปกฮาร์ดแวร์และเทคโนโลยีมาครบถ้วนเลยครับ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดก่อนซื้อก็คือ การลองประเมินขนาดห้องและสภาพแวดล้อมของคุณดูครับ

ถึงแม้ตู้ลำโพงของซีรีส์นี้จะมีช่องระบายเบสอยู่ด้านหน้า ซึ่งช่วยลดปัญหาเสียงเบสสะท้อนเมื่อวางชิดผนังได้บ้าง แต่ด้วยพลังเบสของรุ่นใหญ่อย่าง V8S5 ที่ลงลึกมาก ถ้านำไปวางในห้องเล็กๆ ที่ไม่ได้ปรับสภาพเสียง เบสก็จะสะท้อนและไปกลบย่านเสียงอื่นจนทำงานยากครับ ถ้าห้องมีพื้นที่จำกัด การเลือกใช้รุ่น V6S5 หรือ V4S5 จะช่วยให้ทำงานได้แม่นยำกว่าครับ

ก่อนตัดสินใจซื้อ อยากให้ลองเตรียมงบสำหรับอุปกรณ์เสริมพวกนี้เผื่อไว้ด้วยนะครับ:

  • ขาตั้งลำโพง: ลำโพงซีรีส์นี้มีน้ำหนักค่อนข้างมาก ขาตั้งจึงควรมีความแข็งแรง มั่นคง และรับน้ำหนักได้ดี
  • สายสัญญาณดิจิทัล: ถ้าจะใช้ฟีเจอร์พ่วงสัญญาณเสียงแบบดิจิทัล ก็อย่าลืมเตรียมสายสัญญาณ AES3 ไว้ด้วยครับ
  • การปรับสภาพห้อง: ลองหาวัสดุมาช่วยลดเสียงสะท้อน เพื่อให้ลำโพงแสดงศักยภาพได้อย่างเต็มที่

ถ้าอยากรู้ว่าพลังเสียงและความแม่นยำของรุ่นเรือธงเป็นยังไง แนะนำให้ลองไปฟังเสียงจริงของ KRK V Series Five ทั้งรุ่น V4, V6 และ V8 ได้ที่โชว์รูม SoundDD.Shop รับคำปรึกษาเรื่องการจัดชุดระบบเสียงรอบทิศทางให้เข้ากับห้องของคุณได้ครับ

แชร์หน้านี้ :

บทความ สาระความรู้

เปิดเพลงจากโทรศัพท์เข้ามิกเซอร์ยังไง? มือใหม่ห้ามพลาด

อยากเปิดเพลงจากโทรศัพท์เข้ามิกเซอร์แต่ไม่รู้จะเริ่มยังไง SoundDD ขั้นตอนและทริคเล็ก ๆ มาฝากด้วยครับ

RCF ART 8 Series ลำโพงแอคทีฟที่ใช้ระบบ FiRPHASE และ BMC

RCF ART 8 Series ลำโพงแอคทีฟตู้คอมโพสิตน้ำหนักเบาที่มาพร้อมเทคโนโลยี M-Brace ระบบจัดการเฟส FiRPHASE และ BMC สำหรับคนทำงานระบบเสียง

KRK V Series Five เที่ยงตรง พลังสูง ตัวจริงเรื่องงานโปรดักชัน

KRK V Series Five ลำโพงมอนิเตอร์เรือธงพลังสูง 455W พร้อมเทคโนโลยี KRK Mesh และไกด์เลือกรุ่น V4, V6, V8 ให้เป๊ะกับขนาดห้องสตูดิโอ

ทำความรู้จัก Yamaha DM5 และ DM5 Compact มิกเซอร์เสียงพร้อมเทคโนโลยี Glass Keys รุ่นแรก

ส่องสเปก Yamaha DM5 Series มิกเซอร์ 96kHz ที่มาพร้อมเทคโนโลยี Glass Keys รุ่นแรกของโลก เปรียบเทียบรุ่น DM5 และ DM5 Compact

ผลงานการติดตั้ง

ลูกค้าของเรา ระบบเสียงห้องประชุม สำนักงานจังหวัดลพบุรี

ลูกค้าของเรา ระบบเสียงห้องประชุม สำนักงานจังหวัดลพบุรี ชุดประชุม Soundvision, มิกเซอร์ Audio Technica และเครื่องขยายเสียง TOA จากงานสำนักงานคลังจังหวัดลพบุรี

ลูกค้าของเรา ข้าวต้มซอยเบสท์ ระบบเสียงแบคกราวด์มิวสิค

ระบบเสียงแบคกราวด์มิวสิคกับร้านข้าวต้มซอยเบสท์ มาดูกันว่าการเปิดเพลงคลอเบาๆ ในร้าน ช่วยสร้างบรรยากาศสบายๆ ให้ลูกค้าที่แวะมาทานอาหารได้อย่างไรบ้าง

ลูกค้าของเรา เทศบาลตำบลสวนหลวง ระบบเสียงห้องประชุม

ชมภาพรวมระบบเสียงห้องประชุมเทศบาลตำบลสวนหลวง ดูรูปแบบสินค้าและการจัดวาง เพื่อเป็นแนวทางนำไปปรับใช้กับระบบในองค์กรคุณ

ลูกค้าของเรา Rimhong Cafe | ระบบเสียง Ozone Songkran Music Festival

พาชมระบบเสียงงาน Ozone Songkran Music Festival ที่ Rimhong Cafe จ.ศรีสะเกษ งานนี้ติดตั้งลำโพง JBL Professional SRX900 แบบ Full

ไอคอน PDPA

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่าคุกกี้

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้
    รายละเอียดคุกกี้

บันทึก