DAW คืออะไร? และเทคนิคในการเลือกใช้ DAW ให้เหมาะกับคุณ

DAW คือ
Home » เกร็ดความรู้ (Tip & Trick) » DAW คืออะไร? และเทคนิคในการเลือกใช้ DAW ให้เหมาะกับคุณ

เวลาอ่านโดยประมาณ : 5 minutes

สวัสดีเพื่อนๆ อีกครั้ง วันนี้ผมจะพาเพื่อนๆ มาทำความรู้จักว่า DAW คืออะไร? มีความสำคัญยังไงในวงการเพลงปัจจุบัน? มีประวัติความเป็นมายังไง!? และที่สำคัญคือหากเพื่อนๆ จะเลือกใช้ DAW สักตัว จะมี เทคนิคในการเลือกใช้ DAW ยังไง!? Ableton Live ดีมั้ย หรือ Pro Tools ดี บทความนี้มีคำตอบ ถ้าพร้อมแล้ว ไปชมกันเลยครับ ~

DAW คืออะไร?

DAW (Digital Audio Workstation) คืออะไร?


คือ ซอฟต์แวร์สำหรับทำงานด้านเสียงโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นการ บันทึก, แก้ไข และ การมิกซ์เสียง โดยในทางเทคนิค DAW เปรียบเสมือนระบบที่รวมทุกอย่างในเรื่องของเสียง ตั้งแต่ Outbound Gear(อุปกรณ์จำพวกอินพุต), Audio Interface(อุปกรณ์ที่แปลงสัญญาณจากอนาล็อกไปเป็นดิจิตอล) ไปจนถึง คอมพิวเตอร์และ ซอฟต์แวร์ในการปรับแต่งเสียง

แต่ส่วนใหญ่แล้วเมื่อมีคนพูดถึง DAW คนส่วนมากจะนึกถึงซอฟต์แวร์สำหรับทำงานในด้านของ Production (สำหรับผลิตเพลง) ซึ่งจะเป็นจุดที่เราจะพูดถึงกันในบทความนี้กันครับ

วงการเพลงในปัจจุบันนับว่าพัฒนามาจากเมื่อก่อนเป็นอย่างมาก ในทุกวันนี้เพื่อนๆ สามารถบันทึกเสียงกลองจาก เชียงใหม่ บันทึกเสียงร้องที่ กรุงเทพ และบันทึกเสียงกีต้าร์มาจาก ปัตตานี จากนั้นส่งเสียงทั้งหมด มาให้ Sound Engineer หรือ Music Producer มิกซ์ที่โคราช และออกมาเป็นเพลงได้เหมือนกับทุกคนอัดอยู่ในสตูดิโอเดียวกัน

โดยในยุคนี้ จัดเป็นยุคที่ Sound Engineer หรือ โปรดิวเซอร์เก่งๆ เป็นงานที่ผู้คนต่างให้การยอมรับ และเป็นที่ต้องการของตลาดเป็นอย่างมาก ส่วนนึงมันก็มาจากการที่สิ่งที่ DAW ได้เข้ามาเปลี่ยนแปลงวงการดนตรีไปอย่างสิ้นเชิง ไม่ว่าจะเป็นวงร็อค, เฮฟวี่เมทัล, หรือแรปเปอร์ พวกเขาทั้งหมดล้วนใช้ DAW ในการทำเพลงทั้งสิ้น

ความเป็นมาของ DAW

ประวัติความเป็นมาของ DAW


DAW ตัวแรกนั้นถูกปล่อยออกมาในช่วงยุค 70 ปลายๆ บริษัท Soundstream ได้ออกแบบและพัฒนา เครื่องบันทึกเสียงในระบบดิจิตอล (First Digital Recorder) ตัวแรกขึ้นในปี 1977 แต่ต้องบอกว่าในยุคนั้น หน่วยความจำ (Storage) และความไวในการรับ-ส่งข้อมูล เป็นข้อจำกัดสำคัญที่ทำให้ DAW ไม่เป็นที่นิยมในช่วงแรก

โดยจุดเริ่มต้นที่ผู้คนเริ่มหันมาสนใจและเริ่มใช้งาน DAW กันอย่างแพร่หลาย คือช่วงปลายยุค 80 กับการมาถึงของ Apple, Atari และ Commodore Amiga ที่ทำให้คอมพิวเตอร์ PC (Personal Computer) เริ่มเข้ามามีบทบาทในชีวิตของผู้คน ด้วยราคาที่ทำให้คนทั่วไปสามารถเข้าถึงคอมพิวเตอร์ได้ไม่ยาก ทำให้ปัญหาเรื่องหน่วยความจำ (Storage) และความไวในการรับ-ส่งข้อมูล ทั้งหมดหายไป และได้รับการพัฒนาต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบันนั่นเองครับ

DAW-AVID-PRO-TOOLS

AVID PRO TOOLS


เป็น DAW ที่ครองตำแหน่งผู้นำของ DAW ทั้งปวงมาอย่างยาวนานถึง 3 ทศวรรษ ด้วยองค์ประกอบหน้าตาของซอฟต์แวร์ ที่เป็นมิตรกับผู้ใช้ ตอบโจทย์งานได้ในหลายๆ ด้าน โดยตัวโปรแกรมจะแยกการทำงานออกเป็น 2 หน้าต่างหลักๆ คือในส่วนของการมิกซ์ และการแก้ไขเสียง เพื่อให้ผู้ใช้สามารถใช้งานได้ง่าย ด้วยทั้งหมดที่กล่าวมา ทีมงานการันตีเลยว่า Pro Tools นั้นใช้งานง่าย และมีประสิทธิภาพที่ยอดเยี่ยม

สิ่งที่ต้องรู้เกี่ยวกับ Pro Tools

    • ออกแบบมาเพื่อบันทึก และจัดการเสียงหลายๆ แทร็กพร้อมๆ กัน
    • ตัวโปรแกรมมีการจัดการ Latency และ I/O ได้อย่างยอดเยี่ยม
    • มีให้เลือกใช้ 3 เวอร์ชั่น Pro Tools First (Free), Pro Tools and Pro Tools | HD(Support HDX Hardware)

เหมาะกับใคร

    • สำหรับผู้ที่ต้องการจะบันทึกเสียงสดในจำนวนมากๆ
    • สำหรับผู้ที่ต้องการใช้งานในระดับสตูดิโอมืออาชีพ
  • Windows : Windows 10 Home, Pro, and Enterprise 64-bit Editions
  • macOS : macOS 10.14.6, 10.15.7, 11.2.3
  • CPU ที่แนะนำ : Intel® Core™ i5
  • RAM ที่แนะนำ : 16 GB
  • พื้นที่ว่าง : 15 GB
  • ความละเอียดหน้าจอที่แนะนำ : N/A
DAW-ABLETON-LIVE

ABLETON LIVE


เป็นซอฟต์แวร์ที่เปิดตัวในช่วงปี 2544 โดยในตอนที่เปิดตัว นับเป็น DAW ที่แตกต่างจากของแบรนด์อื่นอย่างชัดเจน ด้วยหลักการทำงานของตัวโปรแกรมที่ผ่านการออกแบบมาให้ มีการทำงานที่มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว เหมาะกับงานแบบ Live (งานแสดงสด) ได้รับความนิยมจากโปรดิวเซอร์เพลง แนว EDM อย่างถล่มทลาย ด้วยความที่ตัวโปรแกรมจะมี เครื่องมือสำหรับใส่เสียงดนตรีสังเคราะห์ และลูกเล่นในการมิกซ์อีกมากมาย ทำให้ ABLETON LIVE นับเป็น DAW ที่ DJ ทั่วโลกมักจะเลือกใช้ครับ

สิ่งที่คุณต้องรู้เกี่ยวกับ Ableton Live

    • ออกแบบมาเพื่อเป็นเครื่องดนตรี สำหรับงานแสดงสด
    • มีรูปแบบการทำงาน (Workflow) ที่แตกต่างจาก DAW อื่น อย่างชัดเจน
    • มีเสียงเครื่องดนตรีสังเคราะห์ และส่วนเสริมต่างๆ ที่ยอดเยี่ยม
    • มีให้เลือกใช้ 3 เวอร์ชั่น คือ Live Intro, Live Standard and Live Suite

เหมาะกับใคร

    • ดีเจหรือโปรดิวเซอร์เพลงแนว EDM
    • คนที่สนุกกับการเขียนเพลง และอัดแยกเป็นท่อนๆ มาต่อกัน
  • Windows : Windows 10 (64-bit)
  • macOS : macOS® 10.13 หรือ ใหม่กว่า
  • CPU ที่แนะนำ : Intel® Core™ i5
  • RAM ที่แนะนำ : 8 GB
  • พื้นที่ว่าง : 8 GB
  • ความละเอียดหน้าจอที่แนะนำ : 1366×768(Windows), 1280×800(macOS)
DAW-LOGIC-PRO-X

LOGIC PRO X


เป็น DAW ที่อยู่คู่กับนักทำเพลงมาเนิ่นนาน ถูกพัฒนาโดยบริษัท Apple เพื่อใช้งานบน Mac OS โดยเฉพาะ ถึงแม้ว่าจะอยู่มาอย่างยาวนาน แต่ตัวโปรแกรมมีการพัฒนาลูกเล่น และฟังก์ชั่นการใช้งานใหม่ๆ เพื่อตอบโจทย์การทำเพลงให้ง่ายขึ้น หากเพื่อนๆ กำลังมองหา DAW สำหรับใช้งานบน Mac OS LOGIC PRO X นับเป็นทางเลือกที่น่าจะตอบโจทย์การใช้งานของเพื่อนๆ ได้อย่างแน่นอนครับ

สิ่งที่คุณต้องรู้เกี่ยวกับ LOGIC PRO X

    • ตัวซอฟต์แวร์มี LOGIC Remote ทำให้สามารถใช้งานร่วมกันกับอุปกรณ์อื่นๆ ของ Apple ได้อย่างลื่นไหล
    • มีฟังก์ชั่นการใช้งานที่ครบเครื่อง
    • มีอัพเดตเครื่องมือต่างๆ อย่างต่อเนื่อง

เหมาะกับใคร

    • คนทำเพลงที่ชอบการทำงานบน OS ของ Apple
  • Windows : ไม่รองรับ
  • macOS : macOS 10.15.7 หรือ ใหม่กว่า
  • CPU ที่แนะนำ : Intel® Core™ i5
  • RAM ที่แนะนำ : 4 GB
  • พื้นที่ว่าง : แนะนำเป็น 72 GB
  • ความละเอียดหน้าจอที่แนะนำ : N/A
DAW-CUBASE

CUBASE


Cubase เปิดตัวครั้งแรกเมื่อปี 2532 จัดเป็น 1 ใน DAW ที่เก่าแก่ที่สุดตัวนึงเลยก็ว่าได้ โดยในตอนแรกที่เปิดตัว ไม่ได้เป็นซอฟต์แวร์สำหรับงาน DAW แต่จะเป็นซอฟต์แวร์ที่ทำเกี่ยวกับ MIDI เพียงอย่างเดียว ออกแบบมาเพื่อใช้งานบน แพลตฟอร์มของ Atari (โดยถ้าเพื่อนๆ รู้จัก เครื่อง อาตาริ อายุขั้นต่ำคงจะใกล้ๆ 30 แน่นอนครับ 5555) โดยในปี 2535 ทาง Cubase ก็ได้ทำการปรับตัวซอฟต์แวร์ให้รองรับการทำงานที่นอกเหนือจาก MIDI และก็พัฒนามาเรื่อยๆ จนเป็น 1 ใน DAW ที่ผู้คนนิยมใช้กันในปัจจุบันนั่นเองครับ

สิ่งที่คุณต้องรู้เกี่ยวกับ Cubase

    • มีเสียงสังเคราะห์และปลั๊กอินให้เลือกใช้จำนวนมาก
    • ที่สำคัญคือปลั๊กอินส่วนมาก สามารถหาโหลดฟรีได้จากอินเทอร์เน็ต

เหมาะกับใคร

    • สำหรับผู้ทำงานกับดนตรี EDM หรือ Hip Hop
    • สำหรับนักแต่งเพลงมืออาชีพ
  • Windows : Windows 10 (64-bit)
  • macOS : macOS Mojave, macOS Catalina, macOS Big Sur
  • CPU ที่แนะนำ : Intel® Core™ i5
  • RAM ที่แนะนำ : 8 GB
  • พื้นที่ว่าง : 35 GB
  • ความละเอียดหน้าจอที่แนะนำ : 1920 x 1080

FL STUDIO


หรือที่ผู้คนอาจจะรู้จักกันในชื่อ FruityLoops โดยเปิดตัวครั้งแรกในปี 2541 ในตอนแรกถูกออกแบบมาให้เป็นซอฟต์แวร์ MIDI สำหรับกลอง แบบ 4 ชาแนล และได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว เนื่องจากช่วงนั้นเป็นช่วงที่กระแส ฮิปฮอป กำลังมาแรงมากๆ FruityLoops จึงเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์การใช้งานในการสร้างบีทแบบง่ายๆ ที่แรปเปอร์มากมาย เลือกที่จะใช้ หลังจากนั้นได้ทำการรีแบรนด์ตัวเองใหม่เป็น FL STUDIO ในปี 2546 และเริ่มพัฒนาฟังก์ชั่นการใช้งานต่างๆ เพิ่มเข้ามา ไม่ว่าจะเป็น การบันทึกเสียง, จัดเรียง, แก้ไข และ Mastering โดยในปัจจุบันก็จัดเป็น DAW ที่ศิลปินฮิปฮอป และ DJ ยังคงเลือกใช้กันอย่างแพร่หลาย

สิ่งที่คุณต้องรู้เกี่ยวกับ FL STUDIO

    • เป็นซอฟต์แวร์ที่มีทุกอย่าง ที่คุณต้องใช้ในงาน Music Production
    • ซื้อทีเดียวอัพเดตได้ตลอดไป
    • มีให้เลือกใช้ 3 เวอร์ชั่น FL Studio Fruity Edition, FL Studio Producer Edition และ FL Studio Signature Edition

เหมาะกับใคร

    • ผู้ที่ต้องการจะสร้างบีทเอง
    • คนที่ทำงานแนวฮิปฮอปและ DJ
  • Windows : Windows 7/8/10 (32-bit หรือ 64-bit)
  • macOS : macOS® 10.13 หรือ ใหม่กว่า
  • CPU ที่แนะนำ : 2 GHz AMD or Intel Pentium 3 CPU
  • RAM ที่แนะนำ : 4 GB
  • พื้นที่ว่าง : 4 GB
  • ความละเอียดหน้าจอที่แนะนำ : N/A

สรุป


DAW แต่ละตัวมีจุดเด่นและการทำงานที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ไม่สำคัญว่าซอฟต์แวร์ตัวไหนจะเป็นที่นิยมในตลาด การที่ซอฟต์แวร์ตัวนั้นเป็นที่นิยมไม่ได้หมายความว่ามันจะเหมาะกับคุณ ทีมงานมองว่า DAW ที่ดีคือ ซอฟต์แวร์ที่ทำให้คุณ “สามารถออกแบบเพลงได้ตามที่หัวคุณคิด” แนะนำว่าให้มองหา ซอฟต์แวร์ที่มีเครื่องมือครบๆ และคุณใช้งานมันได้เข้ามือที่สุด นั่นจะเป็น DAW ที่ดีที่สุดของเพื่อนๆ หากเพื่อนๆ ชอบบทความสาระความรู้แนวนี้ รบกวนกดแชร์เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีมงาน วันนี้ผมต้องขอตัวลาไปก่อน สวัสดีครับ ~

ขอบคุณข้อมูลความรู้ดีดีจาก Sweetwater และ Recording Connection

บทความที่คุณอาจสนใจ..

แชร์หน้านี้

DAW คืออะไร?

ตอบ : คำที่ย่อมาจากคำว่า Digital Audio Workstation เป็นซอฟต์แวร์สำหรับทำงานด้านเสียงโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นการ บันทึก, แก้ไข และ การมิกซ์เสียง โดยในทางเทคนิค DAW เปรียบเสมือนระบบที่รวมทุกอย่างในเรื่องของเสียง ตั้งแต่ Outbound Gear(อุปกรณ์จำพวกอินพุต), Audio Interface(อุปกรณ์ที่แปลงสัญญาณจากอนาล็อกไปเป็นดิจิตอล) ไปจนถึง คอมพิวเตอร์และ ซอฟต์แวร์ในการปรับแต่งเสียง

DAW ตัวไหนดีที่สุด?

คำตอบ : DAW ที่ดีคือ ซอฟต์แวร์ที่ทำให้คุณ “สามารถออกแบบเพลงได้ตามที่หัวคุณคิด” แนะนำว่าให้มองหา ซอฟต์แวร์ที่มีเครื่องมือครบๆ และคุณใช้งานมันได้เข้ามือที่สุด

ใส่ความเห็น

หน้าแรก
โปรโมชั่น
กลุ่มสินค้า
บทความ
บัญชี
หน้าแรก
โปรโมชั่น
กลุ่มสินค้า
บทความ
บัญชี

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้
    รายละเอียดคุกกี้

บันทึก