วิธีเลือกซื้อไมโครโฟนไร้สาย เลือกยังไงให้เหมาะกับการใช้งาน?

วิธีเลือกซื้อไมโครโฟนไร้สาย
Home » เกร็ดความรู้ (Tip & Trick) » วิธีเลือกซื้อไมโครโฟนไร้สาย เลือกยังไงให้เหมาะกับการใช้งาน?

เวลาอ่านโดยประมาณ : 2 minutes

วันนี้เราจะพาเพื่อนๆ มาลงลึกเกี่ยวกับเรื่อง ไมโครโฟนไร้สาย ว่ามีกี่แบบ? มีรูปแบบการส่งคลื่นความถี่แบบใดบ้าง!? และมีวิธีเลือกซื้อไมโครโฟนไร้สาย อย่างไร ควรจะพิจารณาจากอะไรเป็นสำคัญ! ถ้าพร้อมแล้ว ไปชมกันได้เลยครับ ~

วิธีเลือกซื้อไมโครโฟนไร้สาย

ไมโครโฟนไร้สาย คือ

ไมโครโฟนไร้สาย (Wireless Microphone)


ไมโครโฟนไร้สาย หรือไมค์ลอย คือ ไมโครโฟนที่พัฒนาต่อยอดมาจากไมโครโฟนแบบใช้สาย เพื่อแก้ปัญหาในการใช้งานที่จะต้องยึดติดกับสายไฟ เพิ่มความสะดวกในการพกพา และการใช้งานได้อย่างยอดเยี่ยม ให้ความยืดหยุ่นในการใช้งานที่มากกว่าแบบใช้สาย แต่ก็ต้องแลกมาด้วยสัญญาณรบกวน ที่มากกว่าไมโครโฟนแบบใช้สายด้วยเช่นกันครับ

ชมสินค้าไมค์ลอย
ชมสินค้า Bodypack
ไมโครโฟนไร้สาย ไมค์ลอย

ไมโครโฟนไร้สายแบบมือถือ

เป็นไมโครโฟนที่รวมตัวแปลงและตัวส่งสัญญาณ มาไว้อยู่ในตัวไมโครโฟน ข้อดีของไมค์ลอย เมื่อเทียบกับไมโครโฟนใช้สายตามปกติคือ ให้ความสะดวกในการเคลื่อนที่ โดยไมค์ลอยจะเน้นในเรื่องของคุณภาพเสียงให้มีความใกล้เคียงกับการใช้สายให้ได้มากที่สุด เสียงที่ได้ควรใกล้เคียงธรรมชาติมากที่สุด

ไมโครโฟนไร้สาย Bodypack

ไมโครโฟนไร้สายแบบ Bodypack

เป็นไมโครโฟนแบบไร้สายที่จะมีสายต่อเชื่อมตัวรับเสียง(หัวไมค์) ไปยัง เครื่องส่งสัญญาณ(Receiver) โดยไมโครโฟนไร้สายแบบ Bodypack แทบทั้งหมดจะเป็นไมโครโฟนแบบ คอนเดนเซอร์ ด้วยความที่ต้องการเน้นในเรื่องของความสะดวกในการใช้งาน ตัวไมค์จะมีขนาดเล็กมาก โดยจะแบ่งย่อยออกมาเป็น 2 แบบ ไมค์หนีบปกเสื้อ(Lavalier), ไมค์เกี่ยวคล้องหู และ ไมค์คาดศรีษะ

ประเภทของคลื่นความพี่

ประเภทของการส่งสัญญาณของไมโครโฟนไร้สาย


ไมโครโฟนไร้สายตามท้องตลาดจะมีรูปแบบการส่งคลื่นให้เราเลือกซื้อกันอยู่ 3 แบบ ดังนี้

จะเป็นการส่งคลื่นที่ใช้ช่วงความถี่ที่ 30-300 MHz จะมีจุดเด่นในเรื่องของระยะการส่ง ที่จะมีระยะในการส่งที่ไกลกว่ารูปแบบอื่น เพราะเป็นคลื่นความถี่ต่ำ แต่จะมีจุดด้อยในเรื่องของเสียงรบกวน ที่จะเกิดการรบกวนได้ง่าย โดยไมโครโฟนที่มีรูปแบบการส่งคลื่นแบบ VHF ในปัจจุบันไม่ค่อยเป็นที่นิยมของตลาด ด้วยความที่เกิดการรบกวนได้ง่าย คุณภาพของเสียงจะสู้การส่งคลื่นรูปแบบอื่นไม่ได้ครับ

จะเป็นการส่งคลื่นที่ใช้ช่วงความถี่ 300-3000 MHz จะมีจุดเด่นในเรื่องของการรบกวนของสัญญาณที่น้อย เนื่องจากคลื่นในช่วงความถี่นี้จะมีแบนด์วิธที่กว้างเป็นพิเศษ ทำให้การรบกวนสัญญาณเกิดขึ้นได้ยากกว่า แต่จะมีจุดด้อยในเรื่องของ ระยะในการส่ง เนื่องจากคลื่นในช่วงความถี่นี้จะมีปัญหาเมื่อต้องเจอกับสิ่งกีดขวาง เวลาใช้งานไม่ควรที่จะมีอะไรมาคั้นกลางระหว่าง ตัวส่งและตัวรับสัญญาณ โดยไมโครโฟนที่มีรูปแบบการส่งคลื่นแบบ UHF เป็นรูปแบบการส่งยอดนิยมในท้องตลาดในปัจจุบัน ด้วยสัญญาณรบกวนที่น้อย และผู้ผลิตส่วนมากก็แก้จุดด้อยในเรื่องของระยะการส่งด้วย เสาสัญญาณแบบ Diversity นั่นเองครับ

จะเป็นการส่งคลื่นที่ใช้ความถี่เดียวกันกับสัญญาณไวไฟที่เราใช้กัน รูปแบบการส่งคลื่นแบบนี้จะมีจุดเด่นคือตัวสัญญาณเสียงจะไม่ถูกบีบอัด จะถูกส่งเป็นสัญญาณดิจิตอลไปยังเครื่องรับโดยตรง ทำให้คุณภาพของเสียงใกล้เคียงกับเสียงจริงมากที่สุด แต่ก็มีจุดด้อยคือระยะการส่งของสัญญาณใกล้มาก และเกิดการรบกวนของสัญญาณได้ง่าย เนื่องจากเป็นคลื่นที่มีการใช้งานในหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นสัญญาณไวไฟ, สัญญาณโทรศัพท์ เป็นต้น

จะเป็นรูปแบบการส่งคลื่นความถี่ที่ค่อนข้างเฉพาะทาง ตัวสัญญาณอินฟราเรตจะมีลักษณะเฉพาะ เน้นเป็นการใช้งานในห้องที่มีกำแพงปิดรอบด้าน เนื่องจากตัวสัญญาณอินฟราเรต ไม่สามารถเดืนทางผ่านสิ่งกีดขวางได้ เหมาะสำหรับการใช้งานในห้องเรียน ซึ่งจะเกิดการกวนกันของสัญญาณได้ยาก แต่จุดด้อยคือระยะการส่งสัญญาณมีระยะที่สั้นที่สุดในทุกแบบ และห้ามมีสิ่งกีดขวางระหว่างตัวส่งและตัวรับสัญญาณ

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ไมโครโฟนไร้สายอินฟราเรต

เทคนิคในการเลือกซื้อไมโครโฟนไร้สาย


เพื่อนๆ ควรเลือกซื้อไมโครโฟนไร้สายจากความต้องการใช้งานของเพื่อนๆ เป็นหลัก ก่อนอื่นเพื่อนๆ ต้องเลือกประเภทของไมโครโฟนก่อน หากเพื่อนๆ ต้องการนำไมโครโฟนไปใช้ในงานที่เน้นในเรื่องของคุณภาพเสียง ควรจะเลือกเป็น ไมโครโฟนไร้สายแบบมือถือ ที่ให้เสียงใกล้เคียงธรรมชาติที่สุด หากจะนำไปใช้ในงานที่เป็นการบรรยาย หรือเป็นงานที่มีการขยับตัวมากๆ ก็เลือกเป็น ไมโครโฟนไร้สายแบบ Bodypack ที่จะให้อิสระกับผู้บรรยายได้มากกว่าครับ

จากน้ันจึงเลือกรูปแบบของการส่งคลื่นความถี่ ซึ่งไม่ว่าเพื่อนๆ จะเลือกรูปแบบการส่งคลื่นความถี่แบบใด ทีมงานอยากให้เพื่อนๆ เน้น ไปที่ไมโครโฟนไร้สายที่สามารถ ปรับเลือกความถี่ ได้ เพราะหากเพื่อนๆ นำไมโครโฟนไร้สายไปใช้งานในที่ที่มีการแออัดของคลื่นความถี่ แล้วเกิดการรบกวนของสัญญาณ แล้วไม่สามารถปรับเลือกความถี่ได้ มันจะกลายเป็นว่าไมโครโฟนไร้สายของเพื่อนๆ ไร้ค่าไปในทันทีเลยครับ

เกร็ดความรู้ | TIPS&TRICKS

” ไมโครโฟนไร้สายที่มีราคาสูงในตลาดจะมีฟังก์ชั่นการใช้งานที่สามารถปรับเพิ่ม/ลดกำลังส่งได้ ช่วยให้การใช้งานในพื้นที่ใกล้ๆ กัน ตัวไมโครโฟนไร้สายสามารถปรับกำลังส่งลงมาเพื่อ ลดการชนกันของสัญญาณ ซึ่งในความเป็นจริง หากเราใช้งานในห้องที่มีขนาดไม่ใหญ่มาก แค่กำลังส่งเพียง 5 – 10 mW ก็เพียงพอต่อการใช้งานแล้วครับ “

สรุป เทคนิคในการเลือกซื้อไมค์ลอย

สรุป


ไมโครโฟนไร้สายแต่ละแบบ ก็มีจุดเด่นและจุดด้อยในตัวของมันเอง ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับการใช้งานของแต่ละท่าน เพื่อนๆ ควรเลือกใช้งานไมโครโฟนไร้สายแต่ละแบบให้ตรงกับการใช้งาน แล้วไมโครโฟนไร้สายจะเป็นเสมือนตัวช่วยชั้นยอดที่จะยกระดับงานของเพื่อนๆ ไปอีกขั้น หากเพื่อนๆ ชอบบทความสาระความรู้แนวนี้ รบกวนกดแชร์เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีมงาน วันนี้ผมต้องขอตัวลาไปก่อน สวัสดีครับ ~

ขอบคุณข้อมูลดีดีจาก Sweetwater

บทความที่คุณอาจสนใจ..

แชร์หน้านี้

ใส่ความเห็น

หน้าแรก
โปรโมชั่น
กลุ่มสินค้า
บทความ
บัญชี
หน้าแรก
โปรโมชั่น
กลุ่มสินค้า
บทความ
บัญชี

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้
    รายละเอียดคุกกี้

บันทึก