วิธีเลือกซื้อไมโครโฟนไร้สาย เลือกยังไงให้เหมาะกับการใช้งาน?

วิธีเลือกซื้อไมโครโฟนไร้สาย
Home » เกร็ดความรู้ (Tip & Trick) » วิธีเลือกซื้อไมโครโฟนไร้สาย เลือกยังไงให้เหมาะกับการใช้งาน?

เวลาอ่านโดยประมาณ : 1 นาที

เวลาอ่านโดยประมาณ : 2 นาที

วันนี้เราจะพาเพื่อนๆ มาลงลึกเกี่ยวกับเรื่อง ไมโครโฟนไร้สาย ว่ามีกี่แบบ? มีรูปแบบการส่งคลื่นความถี่แบบใดบ้าง!? และมีวิธีเลือกซื้อไมโครโฟนไร้สาย อย่างไร ควรจะพิจารณาจากอะไรเป็นสำคัญ! ถ้าพร้อมแล้ว ไปชมกันได้เลยครับ ~

วิธีเลือกซื้อไมโครโฟนไร้สาย

https://www.youtube.com/watch?time_continue=376&v=sHvDTzifVOU&feature=emb_logo
แชร์หน้านี้ :
ไมโครโฟนไร้สาย คือ

ไมโครโฟนไร้สาย (Wireless Microphone)


ไมโครโฟนไร้สาย หรือไมค์ลอย คือ ไมโครโฟนที่พัฒนาต่อยอดมาจากไมโครโฟนแบบใช้สาย เพื่อแก้ปัญหาในการใช้งานที่จะต้องยึดติดกับสายไฟ เพิ่มความสะดวกในการพกพา และการใช้งานได้อย่างยอดเยี่ยม ให้ความยืดหยุ่นในการใช้งานที่มากกว่าแบบใช้สาย แต่ก็ต้องแลกมาด้วยสัญญาณรบกวน ที่มากกว่าไมโครโฟนแบบใช้สายด้วยเช่นกันครับ

ชมสินค้าไมค์ลอย
ชมสินค้า Bodypack
ประเภทของไมค์ลอย

ประเภทของไมโครโฟนไร้สาย

ไมโครโฟนไร้สาย ไมค์ลอย

ไมโครโฟนไร้สายแบบมือถือ

เป็นไมโครโฟนที่รวมตัวแปลงและตัวส่งสัญญาณ มาไว้อยู่ในตัวไมโครโฟน ข้อดีของไมค์ลอย เมื่อเทียบกับไมโครโฟนใช้สายตามปกติคือ ให้ความสะดวกในการเคลื่อนที่ โดยไมค์ลอยจะเน้นในเรื่องของคุณภาพเสียงให้มีความใกล้เคียงกับการใช้สายให้ได้มากที่สุด เสียงที่ได้ควรใกล้เคียงธรรมชาติมากที่สุด

ไมโครโฟนไร้สาย Bodypack

ไมโครโฟนไร้สายแบบ Bodypack

เป็นไมโครโฟนแบบไร้สายที่จะมีสายต่อเชื่อมตัวรับเสียง(หัวไมค์) ไปยัง เครื่องส่งสัญญาณ(Receiver) โดยไมโครโฟนไร้สายแบบ Bodypack แทบทั้งหมดจะเป็นไมโครโฟนแบบ คอนเดนเซอร์ ด้วยความที่ต้องการเน้นในเรื่องของความสะดวกในการใช้งาน ตัวไมค์จะมีขนาดเล็กมาก โดยจะแบ่งย่อยออกมาเป็น 2 แบบ ไมค์หนีบปกเสื้อ(Lavalier), ไมค์เกี่ยวคล้องหู และ ไมค์คาดศรีษะ

ประเภทของคลื่นความพี่

ประเภทของการส่งสัญญาณของไมโครโฟนไร้สาย


ไมโครโฟนไร้สายตามท้องตลาดจะมีรูปแบบการส่งคลื่นให้เราเลือกซื้อกันอยู่ 3 แบบ ดังนี้

จะเป็นการส่งคลื่นที่ใช้ช่วงความถี่ที่ 30-300 MHz จะมีจุดเด่นในเรื่องของระยะการส่ง ที่จะมีระยะในการส่งที่ไกลกว่ารูปแบบอื่น เพราะเป็นคลื่นความถี่ต่ำ แต่จะมีจุดด้อยในเรื่องของเสียงรบกวน ที่จะเกิดการรบกวนได้ง่าย โดยไมโครโฟนที่มีรูปแบบการส่งคลื่นแบบ VHF ในปัจจุบันไม่ค่อยเป็นที่นิยมของตลาด ด้วยความที่เกิดการรบกวนได้ง่าย คุณภาพของเสียงจะสู้การส่งคลื่นรูปแบบอื่นไม่ได้ครับ

จะเป็นการส่งคลื่นที่ใช้ช่วงความถี่ 300-3000 MHz จะมีจุดเด่นในเรื่องของการรบกวนของสัญญาณที่น้อย เนื่องจากคลื่นในช่วงความถี่นี้จะมีแบนด์วิธที่กว้างเป็นพิเศษ ทำให้การรบกวนสัญญาณเกิดขึ้นได้ยากกว่า แต่จะมีจุดด้อยในเรื่องของ ระยะในการส่ง เนื่องจากคลื่นในช่วงความถี่นี้จะมีปัญหาเมื่อต้องเจอกับสิ่งกีดขวาง เวลาใช้งานไม่ควรที่จะมีอะไรมาคั้นกลางระหว่าง ตัวส่งและตัวรับสัญญาณ โดยไมโครโฟนที่มีรูปแบบการส่งคลื่นแบบ UHF เป็นรูปแบบการส่งยอดนิยมในท้องตลาดในปัจจุบัน ด้วยสัญญาณรบกวนที่น้อย และผู้ผลิตส่วนมากก็แก้จุดด้อยในเรื่องของระยะการส่งด้วย เสาสัญญาณแบบ Diversity นั่นเองครับ

จะเป็นการส่งคลื่นที่ใช้ความถี่เดียวกันกับสัญญาณไวไฟที่เราใช้กัน รูปแบบการส่งคลื่นแบบนี้จะมีจุดเด่นคือตัวสัญญาณเสียงจะไม่ถูกบีบอัด จะถูกส่งเป็นสัญญาณดิจิตอลไปยังเครื่องรับโดยตรง ทำให้คุณภาพของเสียงใกล้เคียงกับเสียงจริงมากที่สุด แต่ก็มีจุดด้อยคือระยะการส่งของสัญญาณใกล้มาก และเกิดการรบกวนของสัญญาณได้ง่าย เนื่องจากเป็นคลื่นที่มีการใช้งานในหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นสัญญาณไวไฟ, สัญญาณโทรศัพท์ เป็นต้น

จะเป็นรูปแบบการส่งคลื่นความถี่ที่ค่อนข้างเฉพาะทาง ตัวสัญญาณอินฟราเรตจะมีลักษณะเฉพาะ เน้นเป็นการใช้งานในห้องที่มีกำแพงปิดรอบด้าน เนื่องจากตัวสัญญาณอินฟราเรต ไม่สามารถเดืนทางผ่านสิ่งกีดขวางได้ เหมาะสำหรับการใช้งานในห้องเรียน ซึ่งจะเกิดการกวนกันของสัญญาณได้ยาก แต่จุดด้อยคือระยะการส่งสัญญาณมีระยะที่สั้นที่สุดในทุกแบบ และห้ามมีสิ่งกีดขวางระหว่างตัวส่งและตัวรับสัญญาณ

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ไมโครโฟนไร้สายอินฟราเรต

    เทคนิคในการเลือกซื้อไมโครโฟนไร้สาย


    เพื่อนๆ ควรเลือกซื้อไมโครโฟนไร้สายจากความต้องการใช้งานของเพื่อนๆ เป็นหลัก ก่อนอื่นเพื่อนๆ ต้องเลือกประเภทของไมโครโฟนก่อน หากเพื่อนๆ ต้องการนำไมโครโฟนไปใช้ในงานที่เน้นในเรื่องของคุณภาพเสียง ควรจะเลือกเป็น ไมโครโฟนไร้สายแบบมือถือ ที่ให้เสียงใกล้เคียงธรรมชาติที่สุด หากจะนำไปใช้ในงานที่เป็นการบรรยาย หรือเป็นงานที่มีการขยับตัวมากๆ ก็เลือกเป็น ไมโครโฟนไร้สายแบบ Bodypack ที่จะให้อิสระกับผู้บรรยายได้มากกว่าครับ

    จากน้ันจึงเลือกรูปแบบของการส่งคลื่นความถี่ ซึ่งไม่ว่าเพื่อนๆ จะเลือกรูปแบบการส่งคลื่นความถี่แบบใด ทีมงานอยากให้เพื่อนๆ เน้น ไปที่ไมโครโฟนไร้สายที่สามารถ ปรับเลือกความถี่ ได้ เพราะหากเพื่อนๆ นำไมโครโฟนไร้สายไปใช้งานในที่ที่มีการแออัดของคลื่นความถี่ แล้วเกิดการรบกวนของสัญญาณ แล้วไม่สามารถปรับเลือกความถี่ได้ มันจะกลายเป็นว่าไมโครโฟนไร้สายของเพื่อนๆ ไร้ค่าไปในทันทีเลยครับ

    เกร็ดความรู้ | TIPS&TRICKS

    ” ไมโครโฟนไร้สายที่มีราคาสูงในตลาดจะมีฟังก์ชั่นการใช้งานที่สามารถปรับเพิ่ม/ลดกำลังส่งได้ ช่วยให้การใช้งานในพื้นที่ใกล้ๆ กัน ตัวไมโครโฟนไร้สายสามารถปรับกำลังส่งลงมาเพื่อ ลดการชนกันของสัญญาณ ซึ่งในความเป็นจริง หากเราใช้งานในห้องที่มีขนาดไม่ใหญ่มาก แค่กำลังส่งเพียง 5 – 10 mW ก็เพียงพอต่อการใช้งานแล้วครับ “

    สรุป เทคนิคในการเลือกซื้อไมค์ลอย

    สรุป


    ไมโครโฟนไร้สายแต่ละแบบ ก็มีจุดเด่นและจุดด้อยในตัวของมันเอง ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับการใช้งานของแต่ละท่าน เพื่อนๆ ควรเลือกใช้งานไมโครโฟนไร้สายแต่ละแบบให้ตรงกับการใช้งาน แล้วไมโครโฟนไร้สายจะเป็นเสมือนตัวช่วยชั้นยอดที่จะยกระดับงานของเพื่อนๆ ไปอีกขั้น หากเพื่อนๆ ชอบบทความสาระความรู้แนวนี้ รบกวนกดแชร์เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีมงาน วันนี้ผมต้องขอตัวลาไปก่อน สวัสดีครับ ~

    ขอบคุณข้อมูลดีดีจาก Sweetwater

    บทความที่คุณอาจสนใจ..

    แชร์หน้านี้ :

    บทความ สาระความรู้

    วิธีเลือก ไมโครโฟนไร้สาย สำหรับ ห้องประชุม, เวที, ห้องเรียน

    สรุปวิธีเลือกไมโครโฟนไร้สายสำหรับห้องเรียน ห้องประชุม และเวทีแบบเข้าใจง่าย ช่วยให้คุณเปรียบเทียบสเปกและตัดสินใจเลือกได้ตรงตามความต้องการ

    พลิกโฉมห้องประชุมยุคใหม่ด้วย AI Conference จาก AISpeech

    จัดการประชุมให้มีประสิทธิภาพและราบรื่นกว่าที่เคย ทำความรู้จัก AI Conference เทคโนโลยีจาก AISpeech ที่จะช่วยยกระดับการพูดคุยธุรกิจของคุณ

    จากยุคเครื่องเสียงบ้าน สู่ยุค Portable Party ที่พกความสนุกไปได้ทุกที่

    พาดูความเปลี่ยนแปลงของการฟังเพลง จากยุคเครื่องเสียงบ้าน สู่ยุค Portable Party ที่พกความสนุกไปได้ทุกที่ ตอบโจทย์การใช้งานยุคใหม่ที่เน้นความเรียบง่ายและคล่องตัว

    Mixer รุ่นเล็กพร้อมใช้งาน ราคาไม่เเรง ใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน

    งบน้อยแต่อยากได้เสียงโปร? เราคัด 5 Mixer รุ่นเล็กพร้อมใช้งาน ราคาไม่เเรง ที่เหมาะกับสตรีมเมอร์และนักดนตรีมาให้แล้ว

    ผลงานการติดตั้ง

    ลูกค้าของเรา Rimhong Cafe | ระบบเสียง Ozone Songkran Music Festival

    พาชมระบบเสียงงาน Ozone Songkran Music Festival ที่ Rimhong Cafe จ.ศรีสะเกษ งานนี้ติดตั้งลำโพง JBL Professional SRX900 แบบ Full

    ลูกค้าของเรา Next idol academy ระบบเสียงเวที ห้องเทรนนิ่ง และห้องเรียน

    ขอขอบคุณ Next idol academy ที่ไว้วางใจให้เราเป็นส่วนหนึ่งในการติดตั้งระบบเสียงสำหรับเวที ห้องเทรนนิ่ง และห้องเรียน

    ลูกค้าของเรา ร้านบางตะบูนเบย์ ระบบเสียงเวที

    เราภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการส่งมอบประสบการณ์ระดับ World-Class ด้วยชุดเครื่องเสียงแบรนด์ดังจากอิตาลี dBTechnologies ที่ได้รับความไว้วางใจจากมืออาชีพทั่วโลก

    ลูกค้าของเรา บริษัท ยู แฮส จำกัด ระบบเสียงคาเฟ่

    ลูกค้าของเรา บริษัท ยู แฮส จำกัด ระบบเสียงคาเฟ่มาตรฐานสากล EV EVOLVE 30M และ YAMAHA MG 16XU ดูแลการติดตั้งโดย SoundDD.Shop

    ใส่ความเห็น

    ไอคอน PDPA

    เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่าคุกกี้

    ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

    คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

    ยอมรับทั้งหมด
    จัดการความเป็นส่วนตัว
    • คุกกี้ที่จำเป็น
      เปิดใช้งานตลอด

      ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้
      รายละเอียดคุกกี้

    • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

      คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้
      รายละเอียดคุกกี้

    บันทึก