วิธีใช้งานมิกเซอร์ YAMAHA MG XU SERIES แนะนำวิธีการใช้งานเข้าใจง่ายๆ

YAMAHA MG XU-SERIES How To
Home » แนะนำวิธีใช้งาน (How To) » วิธีใช้งานมิกเซอร์ YAMAHA MG XU SERIES แนะนำวิธีการใช้งานเข้าใจง่ายๆ

เวลาอ่านโดยประมาณ : 5 minutes

เนื่องจากรุ่นนี้ลูกค้าถามกันเข้ามาค่อนข้างมาก วันนี้จึงขอมา แนะนำวิธีการใช้งาน YAMAHA MG SERIES โมเดล XU มิกเซอร์อนาล็อก ฉบับภาษาไทย เข้าใจง่ายๆ สำหรับผู้กำลังมองหามิกเซอร์อนาล็อก มีหลายจำนวนชาแนลให้เลือกใช้งาน ใช้งานยากไหม? ช่องไหนใช้งานอย่างไร? คลิปนี้มีคำตอบ! ไปชมกันครับ

แนะนำการใช้งาน YAMAHA MG XU-SERIES มิกเซอร์อนาล็อก ที่มาพร้อม USB Audio ฉบับภาษาไทย เข้าใจง่ายๆ

YAMAHA MG12XU How To

YAMAHA MG12XU

เป็นมิกเซอร์ขนาด 12 ชาแนล มีหน้าตาที่ใช้งานง่าย ขนาดกะทัดรัด โดยรวม YAMAHA MG Series มีรุ่นให้เลือกหลายจำนวนช่องสัญญาณ เหมาะสำหรับการนำไปใช้ในงานที่หลากหลาย เช่น งานบันทึกเสียง, งานการแสดงดนตรี วัสดุโครงสร้างที่มั่นคง แข็งแรง และการออกแบบที่ช่วยให้คุณสามารถปรับแต่งเสียงของคุณได้อย่างมั่นใจ ให้คุณภาพเสียงสูงสุด

YAMAHA MG16XU How To 2

YAMAHA MG12XU

เป็นมิกเซอร์ขนาด 12 ชาแนล ลักษณะการทำงาน 3 ส่วนหลักๆ คือ มีภาคอินพุท, ภาคปรับแต่งเสียง, ภาคเอ้าท์พุทที่ส่งสัญญาณต่อไปยังเครื่องขยายเสียง

ใน 1 ชาแนลมีอะไรบ้าง?

ชาแนลที่ 1-4 เป็นแจ็คแบบ Combo Jack สามารถใช้ได้ทั้งช่องการเชื่อมต่อแบบ XLR และ TS Phone ในกรณีที่ใช้ไมโครโฟน แนะนำให้ใช้งานแบบ XLR เพื่อจะสัญญาณที่แรง เต็มอิ่ม

  • ปุ่ม PAD 26 dB เป็นปุ่มที่มีไว้เพื่อลดทอนสัญญาณลง 26 dB ให้สัญญาณเสียงที่เบาลง จะใช้งานก็ต่อเมื่อเครื่องกำเนิดเสียงต่างๆ หรือเครื่องดนตรีที่มีสัญญาณอินพุทที่สูง เสี่ยงที่จะมีเสียงที่แตกพร่า จึงสามารถกดใช้งานปุ่มนี้ได้
  • ปุ่ม HPF (High Pass Filter) 80 Hz ใช้งานในกรณีที่ต้องการพูดบรรยาย เน้นเสียงพูด ไม่ต้องการเสียงทุ้ม เสียงลมปาก บางทีฟังเยอะๆ อาจเกิดความรำคาณได้ ไม่แนะนำให้ใช้งานในการเปิดเพลง เพราะจะเป็นการกรองสัญญาณเสียงย่านทุ้ม หรือย่านต่ำออกไป เหมาะสำหรับการใช้งานพูด งานร้อง งานบรรยายเสียงมากกว่า
  • ปุ่ม GAIN ทำหน้าที่ปรับความไวอินพุท ซึ่งมีความสำคัญมากๆ กับระบบเสียงทั้งหมด หากปรับไม่เหมาะสม จะมีผลต่อความดัง/เบาของเสียง ก็จะขึ้นอยู่กับปุ่ม Gain ตรงนี้
  • ปุ่ม COMP ย่อมาจาก Compressor มีหน้าที่ในการคอมเพรสเสียง เพื่อลดความแตกพร่าที่จะเกิดขึ้น เหมาะกับการใช้งานกับเครื่องดนตรี เช่น ส่วนของกลองต่างๆ, นักร้องที่ใช้พลังเสียงมากๆ
  • ปุ่มปรับโทน สีเขียว 3 ปุ่ม เป็นปุ่มปรับโทนของเสียง เสียงทุ้ม (ทำงานอยู่ที่ 100Hz), เสียงกลาง (ทำงานอยู่ที่ 2.5 kHz), และเสียงแหลม (ทำงานอยู่ที่ 10kHz) ควรปรับให้เหมาะสม พอดี เข้ากับเสียงของผู้พูด นักร้อง พิธีกรต่างๆ หรือเครื่องดนตรี ไม่มีสูตรตายตัว
  • ปุ่ม AUX1 ทำหน้าที่ส่งสัญญาณออกไปที่เครื่องบันทึกเสียง หรือจะส่งสัญญาณไปหาเครื่องขยายเสียง, ลำโพงที่มีแอมป์ในตัว เพื่อทำเป็นมอนิเตอร์เสียงให้นักร้อง ให้นักดนตรีก็ได้
  • ปุ่ม PRE (มาจาก AUX1) หากต้องการเพิ่ม/ลดความดัง โดยไม่ขึ้นอยู่กับ Fader สามารถลดเพิ่มความดังที่ AUX1 หากไม่กดปุ่ม PRE ความดังก็จะขึ้นอยู่กับที่ Fader ด้วย
  • ปุ่ม AUX2 มีหน้าที่การทำงานเหมือน AUX1 แต่ AUX2 จะสามารถปรับควบคุมความดังเอฟเฟกต์ในแต่ละชาแนลได้ด้วย เพราะ YAMAHA MG Series มาพร้อมกับเอฟเฟกต์มาให้ถึง 24 โปรแกรมเสียงในตัว
  • การใช้งานเอฟเฟกต์ในแต่ละชาแนล
    1. หมุนปุ่ม AUX1
    2. สไลด์วอลลุ่ม Fader ขึ้น
    3. กดปุ่ม ST สีแดง
    4. กดปุ่ม ON ให้ไฟแสดงขึ้นเป็นสีเหลือง
    5. หมุนปุ่มค่า Parameter ปรับระดับเอฟเฟกต์
    6. โดยเราสามารถหมุนเลือกเอฟเฟกต์ได้ถึง 24 โปรแกรม เลือกใช้งานให้สอดคล้องกับการใช้งาน หมุนเลือกเรียบร้อย ก็สามารถกดที่ปุ่มเพื่อใช้งานได้เลย
  • ปุ่ม PAN ทำหน้าที่ปรับให้เสียงออกไปที่ด้านซ้าย/ขวา หากหมุนไปด้านซ้าย เสียงก็จะออกไปทางลำโพงด้านซ้าย, หากหมุนไปด้านขวา เสียงก็จะออกไปทางลำโพงด้านขวา, และหากหมุนตั้งไว้ที่ตรงกลาง เสียงจะออกด้านซ้าย และขวาเท่าๆ กัน
  • ปุ่ม ON ทำหน้าที่เพื่อเปิดปิดสัญญาณของชาแนลช่องนั้นๆ ถ้าหากไม่เปิด เสียงก็จะไม่ออก
  • ปุ่ม 1-2 ปุ่มสำหรับเปิด/ปิด Group โดย Master ของ Group จะอยู่ที่ Fader สีเทาด้านขวา สามารถควบคุมเสียงแต่ละชาแนลที่กดปุ่ม 1-2 ไว้ได้ หรือเราสามารถต่อเอ้าท์พุทให้ไปออกแยกแต่ละชุดลำโพงได้
  • ปุ่ม ST (Stereo) หากจะใช้งานชาแนลนั้นๆ ก็ต้องกดปุ่ม ST ด้วย หากไม่กด เสียงก็จะไปส่งไปหา Master ของเรา
  • ปุ่ม PFL (Pre Fader Listen) ไว้เช็คเสียง ตรวจสอบระดับสัญญาณที่เข้ามาของแต่ละ Input โดย Channel โดยที่กดปุ่ม PFL สัญญาณจะถูกส่งออกไปหูฟัง

ชาแนลที่ 5/6, 7/8, 9/10, 11/12 (Stereo Inputs) สังเกตที่ช่องการเชื่อมต่อจะเป็นแบบ L และ R เหมาะกับเครื่องกำเนิดเสียงที่เป็น Stereo เช่น เครื่องดนตรี, คีย์บอร์ด, เครื่องเล่นเพลง CD, MP3, คอมพิวเตอร์, โน๊ตบุ๊ค ฯลฯ

YAMAHA MG16XU How To 1

ภาค Output

  • ปุ่ม Master Volumn ควบคุมระดับเสียงทั้งหมด 
  • ช่อง Stereo Output มีทั้งแบบ XLR และ Phone ต่อใช้งานส่งสัญญาณเสียงไปยังเครื่องขยายเสียงหลัก หรือต่อไปยังอีคลอไลเซอร์ก่อนก็ได้
  • ช่อง Monitor Out สามารถส่งสัญญาณเสียงไปยังลำโพง Monitor ได้ โดยควบคุมระดับเสียงผ่านปุ่มวอลลุ่ม Monitor Level
  • ช่อง FOOT SW สามารถต่อใช้งานกับฟุตสวิตซ์ ปิด/เปิดเอฟเฟกต์ทางเท้าได้ เพิ่มความสะดวกในการทำงานของนักดนตรี
  • ช่อง PHONE สำหรับใช้งานกับหูฟัง
  • ปุ่ม PHANTOM +48V สามารถใช้ในกรณีใช้ไมโครโฟนคอนเดนเซอร์ ไมค์บันทึกเสียงเครื่องดนตรี ที่ต้องการใช้กระแสไฟ
  • ช่อง USB 2.0 สามารถใช้งานเป็น Audio Interface บันทึกเสียงลง DAW หรือโปรแกรมทำเพลงบนคอมพิวเตอร์ได้ความละเอียดสูง 24Bit/192Kbps และเราสามารถเปิดเพลงผ่านคอมพิวเตอร์ได้ โดยสามารถควบคุมระดับเสียงได้ที่ชาแนล 11/12
YAMAHA MG XU-SERIES How To 1

ชมสินค้า YAMAHA MG Series (XU Model) ได้ที่นี่

-10%
คูปองลด 2% | 3% | 6,000 บาท
฿19,800 (รวม VAT 7% แล้ว)
-10%
คูปองลด 2% | 3% | 6,000 บาท
฿13,050 (รวม VAT 7% แล้ว)
-11%
คูปองลด 2% | 3% | 6,000 บาท
฿28,000 (รวม VAT 7% แล้ว)
-10%
คูปองลด 2% | 3% | 6,000 บาท
฿38,700 (รวม VAT 7% แล้ว)

เปรียบเทียบสเปค

MG10XUMG12XUMG16XUMG20XU

On Board Processor

SPX algorithm: 24 programs, PARAMETER control:1, FOOT SW:1 (FX RTN CH on/off)SPX algorithm: 24 programs, PARAMETER control:1, FOOT SW:1 (FX RTN CH on/off)SPX algorithm: 24 programs, PARAMETER control:1, FOOT SW:1 (FX RTN CH on/off)SPX algorithm: 24 programs, PARAMETER control:1, FOOT SW:1 (FX RTN CH on/off)

Phantom Power

+48 V+48 V+48 V+48 V
Digital I/OUSB Audio Class 2.0 compliant, Sampling Frequency: Max 192 kHz, Bit Depth: 24-bitUSB Audio Class 2.0 compliant, Sampling Frequency: Max 192 kHz, Bit Depth: 24-bitUSB Audio Class 2.0 compliant, Sampling Frequency: Max 192 kHz, Bit Depth: 24-bitUSB Audio Class 2.0 compliant Sampling Frequency: Max 192 kHz, Bit Depth: 24-bit
Mono[MIC/LINE]44812
Mono/Stereo[MIC/LINE]224
Stereo[LINE]322
STEREO OUT2222
MONITOR OUT1111
PHONES1111
AUX SEND1244
GROUP OUT244
EQ HIGHGain: +15 dB/-15 dB, Frequency: 10 kHz shelvingGain: +15 dB/-15 dB, Frequency: 10 kHz shelvingGain: +15 dB/-15 dB, Frequency: 10 kHz shelvingGain: +15 dB/-15 dB, Frequency: 10 kHz shelving
EQ MIDGain: +15 dB/-15 dB, Frequency: 2.5kHz peakingGain: +15 dB/-15 dB, Frequency: 2.5 kHz peakingGain: +15 dB/-15 dB, Frequency: Mono 250 Hz – 5 kHz peaking, Stereo 2.5 kHz peakingGain: +15 dB/-15 dB, Frequency: Mono 250 Hz – 5 kHz peaking, Stereo 2.5 kHz peaking
EQ LOWGain: +15 dB/-15 dB, Frequency: 100 Hz shelvingGain: +15 dB/-15 dB, Frequency: 100 Hz shelvingGain: +15 dB/-15 dB, Frequency: 100 Hz shelvingGain: +15 dB/-15 dB, Frequency: 100 Hz shelving
Crosstalk-83 dB-78 dB-78 dB-78 dB
Weight2.1 kg (4.63 lbs.)4.2 kg (9.3 lbs.)6.8 kg (15.0 lbs.)7.1kg (15.7 lbs.)
Power requirementsPA-10 (AC 38 VCT, 0.62A, Cable length = 3.6 m) or equivalent recommended by YamahaAC 100 – 240 V, 50 / 60 HzAC 100 – 240 V, 50 / 60 HzAC 100 – 240 V, 50 / 60 Hz
Power consumption22.9 W22 W30 W36 W

บทความที่คุณอาจจะสนใจ

แชร์หน้านี้

ใส่ความเห็น

หน้าแรก
โปรโมชั่น
กลุ่มสินค้า
บทความ
บัญชี
หน้าแรก
โปรโมชั่น
กลุ่มสินค้า
บทความ
บัญชี

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้
    รายละเอียดคุกกี้

บันทึก