เวลาอ่านโดยประมาณ : 1 นาที
เวลาอ่านโดยประมาณ : 3 นาที
วันนี้จะมานำเสนอ 2 เทคนิคการฟังเพลง ทั้งแบบ Critical Listening และ Analytical Listening มันคืออะไร? สามารถนำไปพัฒนาทักษะทางด้านการฟังได้อย่างไร? แล้วมุมมองที่มีต่อการฟังเพลงของเราจะเปลี่ยนไปหรือไม่? เรียนรู้ไปพร้อมกันได้เลย
Critical Listening VS Analytical Listening
Critical Listening
การฟังอย่างมีวิจารณญาณ ฟังโดยเน้นด้านเทคนิคของเสียง รายละเอียดลักษณะทางกายภาพของเสียงดนตรี เช่น การตอบสนองความถี่, ไดนามิกเรนจ์, โทนเสียง, และฟังเพื่อเรียนรู้ให้ได้ว่าเครื่องดนตรีทั้งหมด ผสมผสานกันเป็นอย่างไร? เช่น ภาพของการมิกซ์เสียง เป็นต้น การฟังแบบนี้ถือว่าเป็นเป็นรากฐานของ Sound Engineer เลยก็ว่าได้ การทำเพลงให้สมบูรณ์แบบตามเทคนิค ตามทฤษฎีต่างๆ อาจไม่ได้ทำให้เพลงดีเสมอไป หรือบางทีอาจจะขาดความมีชีวิตชีวาจนเกินไป เป็นสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน ที่จะต้องเข้าใจว่าแง่มุมทางเทคนิคของเสียงว่าส่งผลต่อความรู้สึกของผู้ฟังอย่างไรด้วย
Analytical Listening
การฟังเชิงวิเคราะห์ ฟังเพื่อโฟกัสไปที่ Message ของเพลง, การตีความของเพลง, ความหมายของเสียง และเนื้อเพลงมากขึ้น การฟังเพื่อให้เข้าใจอารมณ์ของเพลงที่กำลังสื่อสารกับเรา ความรู้สึก และความหมาย จากเสียงที่ฟังนั้น ให้ความหมาย และมุมมองในชีวิตของเราอย่างไรบ้าง? เป็นเทคนิคการฟังที่มีความละเอียดอ่อนมากขึ้น สิ่งที่สำคัญ คือ เราต้องเข้าใจถึงอารมณ์ของการแสดงดนตรีที่อยู่ในเพลง ทุกอย่างในการทำเพลงต้องสะท้อนถึงความรู้สึกของเพลง ถ่ายทอดไปยังผู้ฟังได้อย่างดี
ความหมาย ถือว่าเป็นหัวใจสำคัญของการทำเพลงทุกเพลง หากความหมายของเพลงไม่มีความชัดเจน ก็จะทำให้ผู้ฟังสับสน และไม่เข้าใจกับเนื้อหาของเพลงได้ ความหมายของเพลงถูกถ่ายทอดด้วยความรู้สึกที่มาในรูปแบบของเสียง การเซ็ตเครื่องดนตรี วิธีการบันทึกเสียงต่างๆ ก็ส่งผลต่อเสียงของเครื่องดนตรี ส่งผลต่ออารมณ์ของเพลงได้ด้วยเช่นกัน
ความแตกต่างระหว่าง Critical Listening และ Analytical Listening
บางทีเราอาจจะคิดว่าเทคนิคการฟังทั้ง 2 แบบนี้มีความเหมือนกัน แม้จะเกี่ยวข้องกับการฟังเหมือนกัน แต่มีกระบวนการคิดที่แตกต่างกัน หลายท่านอาจจะสงสัยระหว่าง Critical Listening กับ Analytical Listening ทั้งหมดทั้งมวลมีความแตกต่างกันอย่างไร? โดยสรุปเข้าใจอย่างง่ายๆ แล้ว
- Critical Listening คือ การฟังโดนเน้นเชิงเทคนิคของการมิกซ์เสียง เน้นไปที่รายละเอียดของดนตรีต่างๆ ภาพของเวทีเสียงในเพลงๆ นั้น
- Analytical Listening คือ การฟังเชิงวิเคราะห์ในสิ่งที่เพลงต้องการจะสื่อสาร โดยรวมก็คือฟังเพื่อให้เข้าใจความหมาย อารมณ์ของเพลง ทั้งเสียงดนตรี และเนื้อเพลงนั้นนั่นเอง
การฟังอย่างมืออาชีพ
ฟังเพลงอย่าง Music Producer
โปรดิวเซอร์ หรือผู้ควบคุมการผลิตเพลง ฟังเพื่อให้ได้ความรู้เกี่ยวกับแนวเพลง เรียนรู้ วิเคราะห์ในแง่ของศิลปะการแต่งเพลง (ทั้งดนตรี และเนื้อเพลง) ตลอดไปจนถึงการเรียบเรียงเพลง และคุณภาพของการแสดงดนตรีของศิลปิน ผู้ที่ชื่นชอบดนตรี นอกเหนือจากการฟังเพลงที่หลากหลายแล้วการอ่านบทสัมภาษณ์, ฟังพอดแคสต์, และดูวิดีโอที่เกี่ยวของกับดนตรียังมีประโยชน์อีกด้วย เมื่อเราได้ดื่มด่ำกับการฟังเพลงแล้ว เราจะสามารถเข้าใจในแง่มุมทางศิลปะของเพลง หรืออัลบั้ม มองอย่างเปิดกว้าง เข้าใจรากฐานของแนวดนตรีนั้นๆ มากขึ้น
ฟังเพลงอย่าง Sound Engineer
ความสามารถในการวิเคราะห์จากงานบันทึกเสียง มุมมองทางเทคนิค จับรายละเอียดที่ติในงานบันทึกเสียงได้ เช่น รับรู้ถึงความผิดเพี้ยน, การคอมเพรสเสียงที่มากเกินไป, การปรับ EQ ที่ไม่สมดุลกัน นำไปใช้ในการพัฒนาในงานบันทึกเสียง เช่น มิกซ์เสียงให้มีความสมดุลของเสียงที่ดี, ไดนามิกที่ทรงพลัง เราอาจไม่จำเป็นต้องมีพื้นฐานทางดนตรี หรือทางด้านการมิกซ์เสียงในสตูดิโอ เราก็สามารถฝึกได้ ฟังบ่อยๆ เวลาผ่านไป เราก็จะสามารถเรียนรู้ในแง่มุมทางเทคนิคการมิกซ์เสียงต่างๆ ของเพลงที่เรากำลังฟังอยู่ได้เช่นกัน
- จุดเริ่มต้นที่ดี คือ การฟังแพนเสียงซ้าย/ขวา เป็นหน้าที่ Sound Engineer มืออาชีพใช้ในการมิกซ์เสียง เพื่อให้แต่ละองค์ประกอบของเครื่องดนตรีมีพื้นที่ของตัวเอง ไม่ให้ตำแหน่งของเครื่องดนตรีดูรก หรือทับกันเกินไป
- ฝึกฟังเพลงโปรด โดยคำนึงถึงตำแหน่งขององค์ประกอบเสียงต่างๆ เสียงที่ได้ยิน เสียงอะไรที่อยู่ข้างหน้า? แพนเสียงร้องคอรัสอยู่จุดไหน? เสียงกีต้าร์อยู่มุมซ้าย และขวา เล่นได้เต็มที่หรือไม่? คีย์บอร์ดเล่นอย่างไรบ้าง? ลองใช้เกณฑ์นี้วิเคราะห์ดู ฟังซ้ำๆ แล้วเราจะเริ่มเข้าใจในสไตล์ และทักษะการมิกซ์ของ Sound Engineer อย่างแน่นอน
รูปภาพจาก vocalist
ฟังเพลงอย่าง Arranger
การฟังแบบ Critical Thinking ส่วนใหญ่ในงานของผู้เรียบเรียงเพลง คือ ความสามารถในการเลือกเสียงของเครื่องดนตรีแต่ละชนิดมาใช้ในงานเพลง ส่วนผสม บทบาทของเครื่องดนตรีแต่ละชิ้นเป็นอย่างไร? เป็นทักษะที่สามารถพัฒนาได้ตลอดเวลา เมื่อฟังบ่อยๆ โฟกัสไปที่เครื่องดนตรีแต่ละชิ้น เราก็จะสามารถแยกแยะ และเข้าใจได้ดีขึ้นถึงเครื่องดนตรีต่างๆ ที่ประสานกันออกมาเป็นในรูปแบบของแนวเพลงใดแนวเพลงหนึ่ง เช่น เทคนิคการเล่นแบบนี้ จังหวะแบบนี้ เป็นแนวเพลงอะไร? การเรียบเรียงโดยรวมของเพลงนี่แหละ เป็นการช่วยในการกำหนดแนวเพลงต่างๆ
เราสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในงานมิกซ์เสียงได้อย่างไร?
- Balance ความสมดุลของเสียง เครื่องดนตรีทั้งหมดให้เสียงที่เหมาะสมในการมิกซ์หรือไม่? มีเครื่องดนตรีชิ้นไหนที่ฟังแล้วรู้สึกๆ ขาดๆ เกินๆ ไปหรือไม่? เครื่องดนตรีบางชิ้นให้เสียงที่เด่นกว่าเครื่องดนตรีอื่นๆ หรือไม่? ทั้งหมดขึ้นอยู่กับตัวผู้มิกซ์เองด้วยเช่นกัน
- Panorama ภาพเวทีเสียงมุมกว้างของเครื่องดนตรีแต่ละชิ้น เรียงกันอยู่ตามจุดต่างๆ อย่างไรบ้าง? ทับกันหรือไม่?
- Frequency Range ความสมดุลของความถี่เป็นอย่างไร?
- Dimension ความเป็น 3 มิติ เครื่องดนตรีแต่ละชิ้นฟังดูใกล้ หรือไกลกว่า เครื่องดนตรีอื่นๆ หรือไม่? ให้ความรู้สึกเคลื่อนไหวผสมอยู่ในเพลงอย่างไร?
- Dynamics ไดนามิกของเพลงมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร? หรือลองเปลี่ยนไดนามิกแบบอื่นๆ เช่น เปลี่ยนสัดส่วนจังหวะ, คีย์ หรือโทนเสียง Major/Minor ดูไหม?
- Interest มี 2 มุมที่น่าสนใจ อันดับแรก คือ ท่อนฮุค – มีอะไรที่สร้างการจดจำของเพลงระหว่างการมิกซ์เสียงได้ไหม? อาจจะเป็นท่อนฮุคที่ไพเราะ หรือให้โทนเสียงที่น่าจดจำ
ประโยชน์
- พัฒนาทักษะทางด้าน Music Production
- เรียนรู้ และเข้าใจคาแรคเตอร์ของเครื่องดนตรี
- เรียบเรียงเพลงด้วยอารมณ์ สื่อสารไปยังผู้ฟังในแบบที่เราต้องการ
- ใส่ใจในรายละเอียดของสิ่งๆ ต่างๆ มากขึ้น
- จับเทรนด์การฟังเพลงของผู้ฟัง
ข้อแนะนำในการฟัง
- ฟังบ่อยๆ ฟังซ้ำๆ ฟังทุกวัน
- โฟกัสไปที่เพลงใดเพลงหนึ่ง
- ทดลองฝึกฟังในแนวเพลงที่หลากหลาย
- แลกเปลี่ยน แชร์ผลลัพธ์กับผู้อื่น
สรุป
ด้วยเทคนิคการฟังทั้ง 2 แบบนี้ หากเราฝึกฟังบ่อยๆ เราก็จะเริ่มเห็นแง่มุมต่างๆ และคุณค่าของเพลงนั้นๆ ได้เป็นอย่างดี สามารถนำมาปรับใช้ในงานด้านเสียงของเราได้ ขอให้มีความสุขกับเสียงเพลงครับ 🙂
ขอบคุณบทความจาก YAMAHA Music USA, SHURE, Gemtracks


บทความ สาระความรู้
รู้จัก OPERA NONA ลำโพงซีรีส์ใหม่ เทคโนโลยีรุ่นใหญ่ในขนาดคล่องตัว
อ่านเรื่องราวของ dBTechnologies OPERA NONA 210 และ 212 ลำโพง PA ที่ให้เนื้อเสียงใหญ่ มวลเบสแน่นด้วยดอกลำโพงคู่ พร้อมดีไซน์ที่ขนย้ายง่าย คลิก
เปิดเพลงจากโทรศัพท์เข้ามิกเซอร์ยังไง? มือใหม่ห้ามพลาด
อยากเปิดเพลงจากโทรศัพท์เข้ามิกเซอร์แต่ไม่รู้จะเริ่มยังไง SoundDD ขั้นตอนและทริคเล็ก ๆ มาฝากด้วยครับ
RCF ART 8 Series ลำโพงแอคทีฟที่ใช้ระบบ FiRPHASE และ BMC
RCF ART 8 Series ลำโพงแอคทีฟตู้คอมโพสิตน้ำหนักเบาที่มาพร้อมเทคโนโลยี M-Brace ระบบจัดการเฟส FiRPHASE และ BMC สำหรับคนทำงานระบบเสียง
KRK V Series Five เที่ยงตรง พลังสูง ตัวจริงเรื่องงานโปรดักชัน
KRK V Series Five ลำโพงมอนิเตอร์เรือธงพลังสูง 455W พร้อมเทคโนโลยี KRK Mesh และไกด์เลือกรุ่น V4, V6, V8 ให้เป๊ะกับขนาดห้องสตูดิโอ
โปรโมชั่น
โปรโมชั่น เปิดตัวสินค้าใหม่ Soundcraft รุ่น Signature Plus ลดราคาพิเศษ 10%
10 ต.ค. - 30 พ.ย. 2569
โปรโมชั่น JBL HOME Theater Stage 2 & MA Series ลดพิเศษสูงสุด 50%
1 ต.ค. - 31 ธ.ค. 2569
Promotion Pioneer DJ Starter Pack: Ready to DJ จัดแพ็คคู่ราคาพิเศษ สำหรับมือใหม่ เปิดโหมด DJ
15 ส.ค. - 31 ต.ค. 2569
โปรโมชัน SHURE Wireless Mic ไมโครโฟนไร้สาย ลดราคาพิเศษเฉพาะ รุ่น SVX Series เท่านั้น
1 ส.ค. - 31 ต.ค. 2569
ผลงานการติดตั้ง
ลูกค้าของเรา บริษัท ชิน อะโอยามะ จำกัด ระบบเสียงห้องประชุม
แชร์หน้านี้ :
ลูกค้าของเรา ระบบเสียงห้องประชุม สำนักงานจังหวัดลพบุรี
ลูกค้าของเรา ระบบเสียงห้องประชุม สำนักงานจังหวัดลพบุรี ชุดประชุม Soundvision, มิกเซอร์ Audio Technica และเครื่องขยายเสียง TOA จากงานสำนักงานคลังจังหวัดลพบุรี
ลูกค้าของเรา ข้าวต้มซอยเบสท์ ระบบเสียงแบคกราวด์มิวสิค
ระบบเสียงแบคกราวด์มิวสิคกับร้านข้าวต้มซอยเบสท์ มาดูกันว่าการเปิดเพลงคลอเบาๆ ในร้าน ช่วยสร้างบรรยากาศสบายๆ ให้ลูกค้าที่แวะมาทานอาหารได้อย่างไรบ้าง
ลูกค้าของเรา เทศบาลตำบลสวนหลวง ระบบเสียงห้องประชุม
ชมภาพรวมระบบเสียงห้องประชุมเทศบาลตำบลสวนหลวง ดูรูปแบบสินค้าและการจัดวาง เพื่อเป็นแนวทางนำไปปรับใช้กับระบบในองค์กรคุณ