แนะนำการใช้งาน JBL PRX ONE ลำโพงแอคทีฟคอลัมน์ ตั้งค่ายังไงให้เป๊ะ? ใช้งานยังไงให้ปัง?

JBL PRX ONE ลำโพงแอคทีฟคอลัมน์
Home » เกร็ดความรู้ (Tip & Trick) » แนะนำการใช้งาน JBL PRX ONE ลำโพงแอคทีฟคอลัมน์ ตั้งค่ายังไงให้เป๊ะ? ใช้งานยังไงให้ปัง?

เวลาอ่านโดยประมาณ : 4 minutes

วันนี้เราจะพาเพื่อนๆ มาทำความรู้จัก ตู้ลำโพง Active Column PRX ONE ซึ่งจัดว่ามีลูกเล่นแพรวพราว และมีฟังก์ชั่นในตัวเยอะซะเหลือเกิน โดยวันนี้เราจะมา How to ในส่วนของ ดิจิตอลมิกเซอร์ ว่าแต่ละฟังก์ชั่นใช้งานยังไง? ควรจะตั้งค่าแบบไหน!?

JBL PRX ONE ลำโพงแอคทีฟคอลัมน์

Share :

Input และ Panel หลังเครื่องของ JBL PRX ONE


PRX ONE จะมาพร้อมมิกเซอร์ดิจิตอล Built-In ที่มี 7 ชาแนล หน้าตาโดยรวมจะมีลักษณะคล้ายคลึงกับ JBL EON ONE MKII โดยในชาแนลที่ 1-4 จะเป็นแบบ Combo-Jack ชาแนลที่ 5-6 จะเป็น LINE เหมาะสำหรับเครื่องดนตรี ส่วนในชาแนลที่ 7 จะเป็น AUX IN ไว้สำหรับสตรีมเพลง นอกจากนี้ยังมี PASS THRU ไว้สำหรับลิ้งค์กับ PRX ONE อีกตัว หรือจะแยกออกไปบันทึกก็สามารถทำได้เช่นกันครับ ขยับขึ้นมาด้านบนสักหน่อยจะมีรู USB ไว้สำหรับชาตอุปกรณ์ เช่น สมาร์ทโฟน, แท็บเล็ต และ PRX ONE ยังมีจอแสดงผล ไว้สำหรับตั้งค่าและบอกสถานะการทำงาน ซึ่งช่วยให้การใช้งานง่าย และสะดวกขึ้นมากๆ ครับ

ไฟ LED แต่ละสี มีความหมายอย่างไร?


สีเขียว จะหมายความว่า สัญญาณอยู่ในเกณฑ์ที่ดี เสียงมีความชัดเจน ไม่เบา ไม่แตกพร่า

สีเหลือง จะหมายความว่า สัญญาณพอใช้ได้ เสียงดังบ้างเบาบ้าง และแตก

สีส้ม จะหมายความว่า สัญญาณนั้นมาแรงเกินไป มันพีคเกินไป ควรลด Volume ลง

และยังมีสัญญาณไฟอีก 1 แบบ โดยจะเป็นสัญญาณไฟกระพริบ สีแดง ซึ่งหมายความว่าในชาแนลนั้นมีการ Mute เสียงไว้ โดยการ Mute หรือ Unmute ก็สามารถทำได้ง่ายๆ เพียงการกดที่ Knobs ค้างไว้ที่ชาแนลที่ต้องการจะ Mute ครับ

Mix Mode และ Strip Mode คืออะไร? ต่างกันอย่างไร!?


โดยตัว PRX ONE จะแบ่งการตั้งค่าผ่าน Panel ด้านหลังไว้เป็น 2 โหมด ซึ่งวันนี้เราจะมาลงรายละเอียดกันว่า แต่ละโหมด แตกต่างกันอย่างไร และต้องใช้งานยังไงครับ

Mix Mode

ใน Mix Mode จะเป็นโหมดที่มีไว้สำหรับปรับระดับเสียง Volume ของแต่ละชาแนล ซึ่งเราสามารถสังเกตุได้ว่าเป็น Mix Mode ได้จากการที่ ไฟของ ทุกชาแนล” จะติดเป็นสีเขียวทั้งหมด ซึ่งเมื่อเราใช้งาน Mix Mode ปุ่ม หรือ Knobs จะมีหน้าที่ในการ เพิ่ม-ลด ระดับเสียง

Strip Mode

ในส่วนของ Strip Mode จะเป็นโหมดที่ไว้สำหรับปรับแต่ละชาแนลแบบละเอียด โดยเมื่ออยู่ใน Strip Mode จะสังเกตุได้จากไฟที่จะ ติดเพียงชาแนลเดียว” ซึ่งจะเป็นชาแนลที่เรากำลังตั้งค่านั้นเองครับ โดยสามารถปรับตั้งค่าได้อย่างละเอียด ซึ่งเมื่อเราอยู่ใน Strip Mode ปุ่ม หรือ Knobs จะมีการทำงานที่ต่างจาก Mix Mode ให้เพื่อนๆ สังเกตุบริเวณ ด้านล่างของ Knobs ตัวหนังสือบรรทัดสุดท้าย ก็จะบอกว่าแต่ละ Knobs จะใช้สำหรับเพิ่มหรือลดอะไรครับ มีตั้งแต่ Gain, Bass, Mid, Treble, Reverb, Delay และ Chorus เรียกว่าออกแบบมาให้ใช้งานได้ง่าย ไม่ยุ่งยาก จัดว่าดีย์จริงๆ ครับ

Strip Mode ตั้งค่าอะไรในแต่ล่ะชาแนลได้บ้าง?


โดยการตั้งค่าแบบนี้จะเป็นการใช้งานใน Strip Mode นะครับ โดยในตัวเลือกแรกจะเป็น Mute ที่จะเป็นการตัดการทำงานของชาแนลนั้นๆ ครับ ต่อมาจะเป็นฟังก์ชั่น Phantom Power ไว้สำหรับส่งกระแสไฟให้ไมโครโฟน Condenser ใช้งาน (จะมี Phantom Power เฉพาะชาแนล 1 และ 2 เท่านั้น!) ต่อมาจะเป็น Gate ซึ่งจะทำหน้าที่เหมือนเป็นประตูเปิด-ปิด รับเสียงในระดับที่เราตั้งค่าไว้ โดยจะเป็นฟังก์ชั่นที่นิยมใช้ในวงการดนตรี ไว้สำหรับตัดเสียงกลองให้มีความกระชับ คมชัดมากยิ่งขึ้น ต่อมาจะเป็น Compressor ซึ่งจะทำหน้าที่รักษาระดับสัญญาณไม่ให้เบา หรือแรงเกินกว่าที่เรากำหนด เป็นการบีบอัดสัญญาณนั้นเองครับ ต่อมาจะเป็น Input EQ โดยจะมี Preset EQ มาให้ถึง 8 Preset โดยเราสามารถ Custom เองได้ เราสามารถ กด Knobs สองที ตัวหน้าจอก็จะพาเราเข้ามาสู่หน้าจอแบบละเอียดขึ้นมาอีก ต่อมาคือ FX SEND ซึ่งจะเป็นการเข้ามาปรับ EFFECT เพิ่มเติมโดยจะมี Reverb, Delay, Chorus และ Sub-Synth เสมือนยกดิจิตอลมิกเซอร์ดีดีมายัดลงไปใน PRX ONE เลยครับ

MASTER / MENU มีฟังก์ชั่นอะไรบ้าง?


Ducking By Soundcraft

เป็นฟังก์ชั่นที่จะทำหน้าที่ลดเสียงดนตรีในชาแนล 7 อัตโนมัติเมื่อมีเสียงจากชาแนล 1-4 เข้ามา โดยเราสามารถตั้งได้ว่าจะให้ชาแนลไหนบ้างที่เปิดและปิด สามารถตั้งค่า Sensitivity ได้ว่าจะให้ความไวเท่าไหร่ในการ Ducking ซึ่งสามารถ ตั้งค่าได้เลยว่าแต่ละชาแนลจะให้ Sensitivity เท่าไหร่ ต่อมาคือ Threshold เปรียบเหมือนมาสเตอร์ที่จะทำการ Ducking เมื่อเสียงจากชาแนล 1-4 มีความดังเกินเท่าไหร่ ท้ายสุดคือ Range คือการกำหนดค่าว่าเสียง ที่ทำการ Ducking จะให้เบาลงแค่ไหน หากติดลบมากๆ เสียงก็จะเบามากๆ ครับผม

FX Processing By Lexicon

เป็นการปรับตั้งค่า Effect ทั้งหลายเช่น Reverb, Delay, Chorus และ SubSynth โดยเราสามารถตั้งค่าได้แบบละเอียดมากๆ ครับ ยกตัวอย่างเช่นตั้งค่า Reverb ซึ่งเขาจะมี Preset มาให้ เป็น Reverb สำเร็จรูปเพื่อให้ง่ายต่อการใช้งาน หรือจะปรับอย่างละเอียดด้วยตัวเองก็สามารถทำได้เช่นกันครับ

dBX Driverack

จะเป็นในส่วนของ Processor ต่างๆ ซึ่งจะมีมาด้วยกัน 3 แบบคือ AFS(Anti Feedback Suspensor), Output EQ และ Limiter โดยแต่ละฟังก์ชั่นก็จะมีฟังก์ชั่นย่อยๆ ไว้ให้เราตั้งค่าได้อย่างละเอียด

Passthrough & Time Alignment

เป็นการจัดการในส่วนของ Output ที่ต่อสัญญาณออกไปในช่อง Passthrough โดยในส่วนนี้ก็จะมี Preset สำเร็จรูปมาให้ ซึ่งเราสามารถตั้งค่าต่างๆ ได้แบบละเอียด ไม่ว่าจะเป็น HPF(High-Pass Filter), LPF(Low-Pass Filter) และ Delay ซึ่งดีเลย์เราสามารถตั้งค่าได้ว่าจะให้เสียงของลำโพงตัวนี้ดีเลย์แค่ไหน โดยจะใช้ในกรณีที่เราต่อลำโพงมากกว่า 1 ตัว และวางตัวลำโพงไว้ห่างกันมาก เพื่อลดอาการการดีเลย์ของเสียง ให้ลำโพงสองตัวปล่อยเสียงออกมาพร้อมกันเพื่ออรรถรสในการฟังที่ดีที่สุดครับ

Setting

ในหัวข้อแรกจะเป็น BT Audio Pairing เป็นการตั้งค่าเสียงที่เปิดจากการเชื่อมต่อบลูทูธ ถัดมาจะเป็น BT Control Pairing จะเป็นการเชื่อมต่อตัวลำโพงผ่านแอปพลิเคชั่น หากเพื่อนๆ โหลดแอพมาจะต้องทำการเปิดใช้งานหัวข้อนี้ก่อนจึงจะสามารถใช้งานได้ครับ LCD Constrast จะเป็นการจัดการความละเอียด ความเข้มของหน้าจอ LCD ถัดมาจะเป็น Version ของเฟิร์มแวร์ และท้ายสุดคือ Factory Reset รีเซ็ตการตั้งค่าของลำโพงตั้งต้น ให้เหมือนออกมาจากโรงงานครับ

แอปพลิเคชั่น JBL PRO CONNECT


มาเริ่มกันที่หน้าแรก จะเป็นการจัดการตัวลำโพง โดยแอพสามารถที่จะจำลำโพงได้มากกว่า 1 ตัว เราสามารถใช้งานแอพร่วมกับลำโพงได้หลายใบ และสามารถบันทึกการตั้งค่าต่างๆ ช่วยให้เราสะดวกในการตั้งค่ามากๆ ครับ ในปุ่มแรกจะเป็นการ ระบุว่าเรากำลังจับคู่กับลำโพงใบไหน เมื่อเรากด ตัวลำโพงที่ทำการจับคู่จะมีสัญญาณไฟบอกกับเราว่า จับคู่กับใบนี้นะ โดยเราสามารถควบคุม ลำโพงได้สูงสุด 4 ใบ ตัวแอปพลิเคชั่น สามารถตั้งค่าทุกอย่างได้เหมือนการตั้งค่าด้านหลังเครื่องเลยครับ แต่จะมีความง่ายในการตั้งค่ามากกว่า ถ้าเพื่อนๆ มี PRX ONE แนะนำว่าโหลดแอพพลิเคชั่นมาใช้งานคู่กัน จะทำให้เพื่อนๆ ได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ดีมากกว่าครับ 

หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้เพื่อนๆ ใช้งาน PRX ONE ได้ดียิ่งขึ้นไม่มากก็น้อย หากเพื่อนๆ อ่านบทความมาถึงตรงนี้แล้วรู้สึกชื่นชอบ PRX ONE สามารถชมข้อมูลสินค้าได้ที่ด้านล่าง หรือว่าอยากจะเข้ามาทดสอบฟังเสียงตัวจริง สามารถเข้ามาชมมาฟังกันได้ที่ โชว์รูม SoundDD วันนี้ผมต้องขอตัวลาไปก่อน สวัสดีครับ ~ 

บทความที่คุณอาจสนใจ..

Share :

ใส่ความเห็น

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้
    รายละเอียดคุกกี้

บันทึก