SPL คืออะไร ? | ค่า SPL ของเสียงต่างๆ และค่า SPL ของลำโพงที่ควรรู้

SPL คืออะไร ? | ค่า SPL ของเสียงต่างๆ และค่า SPL ของลำโพง ที่ควรรู้ สิ่งที่เราได้ยินได้สัมผัสทางหูของเราทุกวันมีความดังประมาณกี่ dB (เดซิเบล) กันบ้าง

SPL คืออะไร ? | ค่า SPL ของเสียงต่างๆ และค่า SPL ของลำโพง ที่ควรรู้

SPL คืออะไร ? | ค่า SPL ของเสียงต่างๆ และค่า SPL ของลำโพงที่ควรรู้ สิ่งที่เราได้ยินได้สัมผัสทางหูของเราทุกวันมีความดังประมาณกี่ dB (เดซิเบล)กันบ้าง วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกันเพื่อเสริมสร้างความรู้ของเรา เดี๋ยวเราไปอัพเดทเกร็ดความรู้นี้ไปพร้อมกันเลยครับ

SPL ย่อมาจากคำว่า” Sound Pressure Level (ซาวด์เพรสเชอร์เลเวล) มีหน่วยวัดค่าความดังสูงสุดของเสียงใช้หน่วยวัดเป็นdBไม่มีกำหนดค่ามาตรฐานถ้า SPL ยิ่งมีค่าที่มาก หมายถึงความดังเสียงที่ดังเพิ่มขึ้น และ ในขณะเดียวกัน ถ้า SPL ยิ่งมีค่าที่น้อย หมายถึงความดังเสียงที่มีความดังลดลง

ตัวอย่างความดังทั่วๆไปที่เราได้ยิน มาดูกันว่ามีอะไรบ้างและมีความดังกี่ เดซิเบล

เสียงลมหายใจ 10 dB

เสียงกระซิบกัน 20 dB

เสียงฝนตกเบาๆ 50 dB

เสียงพูดคุยทั่วๆไป 60 dB

เสียงนกหวีดประมาณ 85 dB

เสียงเครื่องจักรจากโรงงาน 100 dB

เสียงดนตรีสดเปิดเพลงแดนซ์ในผับ 110 dB

เสียงคอนเสิร์ตแนวเพลงร็อคประมาณ 120-130 dB

ส่วนความดังสูงกว่านี้ เช่นเสียงเครื่องบิน เจ็ท ซึ่งมีความดังสูงมากประมาณ 140-145 dB

เมื่อสังเกตุจากกราฟสีแสดงผลจะเห็นว่า มีความดังตามระดับเรื่อยๆ จากความดังที่ระดับ 10 dB จนถึงความดังระดับสูงสุด คือ 140 -145 dB

คำเตือนข้อควรระวัง

dB ที่ไม่ควรรับฟังต่อเนื่องเพราะจะทำให้ปวดหูและเป็นอันตรายได้คือระดับ 85 -130 dB ขึ้นไป

มาดู SPL ของลำโพง หรือ dB เดซิเบลความดังของลำโพงกันบ้างว่าสำคัญขนาดใหนในระบบเสียง

ลำโพงไม่ว่าจะเป็นแบบ พอยท์ซอร์ท (แบบตู้แนวตั้งทั่วไป)

หรือไลน์อาเรย์

SOUNDVISION FLEXY E F1-110E ตู้ลำโพงไลน์อาร์เรย์ 10 นิ้ว 2 ทาง 350 วัตต์ FLEXY E F1 F1 110E 10-INCH PASSIVE LINE ARRAY SPEAKER

ในสเปคก็จะมีบอกทั้ง

  • ให้กำลังวัตต์เท่าใหร่ เช่น ลำโพง “ชอช้าง” มีกำลังวัตต์ 400/800/1200 วัตต์
  • ตอบสนองความถี่ เช่น 56 Hz-20KHz (Hz เฮิร์ต) (Khz กิโลเฮิร์ต)
  • ความไวตอบสนอง SPL (Sensivity) 99 dB 1 วัตต์ / 1 เมตร

1 วัตต์ / 1 เมตร คือ

(ป้อนกำลังวัตต์ 1 วัตต์ให้กับลำโพงและวัดระยะห่างจากลำโพง 1 เมตรก็จะได้ค่าความดัง SPL ซาวด์เพรสเชอร์เลเวล Sound Pressure Level ซึ่งมีหน่วยเป็น dB)

  • และมีความไวตอบสนองสูงสุดแม็กซิมั่ม (Maximum spl 129 dB ) เป็นต้น

ขอขยายความหมายของกำลังวัตต์ลำโพง

บางท่านโดยเฉพาะมือใหม่อาจจะงงหรือสงสัยกับ กำลังวัตต์ของลำโพง เช่น ลำโพง “ชอช้าง” มีกำลังวัตต์ 400/800/1200 วัตต์ ทำไมมีถึง 3 ค่ากำลังวัตต์ในลำโพงใบเดียว

เรามาดูความหมายของลำโพง “ชอช้าง”แบบละเอียดกันครับ

400 วัตต์ คือ วัตต์ rms Continuous คอนตินิวอัส

  • เป็นค่าที่ได้จากการทดสอบด้วยการป้อนกำลังขับแบบต่อเนื่องด้วยสัญญาณ Sine Wave ต่อเนื่องติดต่อกันตามเวลาที่กำหนดโดยที่ตู้ลำโพง หรือดอกลำโพงไม่เกิดความเสียหาย

800 วัตต์ คือ วัตต์ Program โปรแกรม

  • เป็นค่าที่มากกว่า RMS Power หนึ่งเท่าตัว ใช้เพื่อเป็นตัวเลขอ้างอิงในการกำหนดค่าพารามิเตอร์ในระบบเสียง (เสียงร้อง เสียงดนตรี หรือการเล่นดนตรีสด) ซึ่งแอมปิจูดของสัญญาณไม่ต่อเนื่อง และไม่นิ่งมีการเคลื่อนไหวขึ้นๆ ลงๆ ตลอด

1200 วัตต์ คือ วัตต์ Peck พีค

  • เป็นค่าสูงสุด ( พีค ) ที่ตู้ลำโพง หรือ ดอกลำโพง สามารถรองรับได้ อาจจะเพียงไม่กี่วินาทีเท่านั้น หรืออาจจะไม่เกิดขึ้นเลย ขึ้นอยู่กับคุณภาพของวัสดุที่ใช้ทำดอกลำโพง

หลักการคำนวนหาค่า SPL ง่ายๆซึ่งทุกท่านก็สามารถคำนวนได้ง่ายๆเพียงแทนสูตรดังต่อไปนี้

  1. dB (SPL) =10 log P (Pคือกำลังวัตต์ RMS ของลำโพง ชอช้าง) + Sensivity (ความไว)
  2. dB = ( 10 log 400 ) + Sensivity สี่ร้อยมาจากกำลังวัตต์ RMS ของลำโพง ชอช้าง
  3. 10 log 400 อ่านว่า สิบล็อกสี่ร้อย สามารถเสิร์ทหาในกูเกิ้ลได้ครับว่าค่า 10 log 400 ได้ค่าเท่าใหร่ เมื่อเสิร์ทหาจะได้ค่า 2.6 ก็นำมาคำนวนต่อไปนี้
  4. dB = 2.6 (2.6 คูณ 10 เท่ากับ 26 ) นำ 26 + 99 dB = 125 (ยี่สิบหกบวกกับเก้าสิบเก้าเท่ากับ หนึ่งร้อยยี่สิบห้าดีบี)

ส่วนความไวแม็กซิมั่มสูงสุดเขาหากันอย่างไรมาดูกันต่อครับ

  1. dB (SPL) =10 log P (กำลังวัตต์พีค ของลำโพง ชอช้าง) + Sensivity (ความไว)
  2. dB = ( 10 log 1200 ) + Sensivity
  3. 10 log 1200 อ่านว่า สิบล็อกหนึ่งพันสองร้อย สามารถเสิร์ทหาในกูเกิ้ลได้ครับว่าค่า  10 log 1200 ได้ค่าเท่าใหร่ เมื่อเสิร์ทหาจะได้ค่า 3.0 ก็นำมาคำนวนต่อไปนี้
  4. dB = 3.0 (3.0 คูณ 10 เท่ากับ 30) นำ 30 + 99 dB = 129 (สามสิบบวกกับเก้าสิบเก้าเท่ากับ หนึ่งร้อยยี่สิบเก้าดีบี) ซึ่งเมื่อเราไปดูสเปคของลำโพง ชอช้าง ด้านบนก็จะได้สเปคตามคำนวนนี้ครับ

มีตัวอย่างความไวของลำโพง เปรียบเทียบเพื่อจะได้เห็นภาพอย่างชัดเจนขึ้น

หากเมื่อเราใช้ไฟฉายส่องไปในที่มืด เพียงอันเดียว แสงสว่างย่อมน้อยกว่าเมื่อเราใช้ไฟฉาย 2 อันส่องไปในที่มืด เช่นเดียวกัน

หรืออีกตัวอย่าง

SPL ความดัง
  • ลำโพง ก มีกำลังวัตต์ 800 วัตต์ มีค่า SPL 95 dB
  • กับลำโพง ข มีกำลังวัตต์ 500 วัตต์ มีค่า SPL 99 dB

ลำโพง ข ย่อมให้ความดังที่มากกว่าด้วยค่า dB ที่สูงกว่า

และทุกๆการเพิ่มพลังงาน 1 เท่าความดังจะเพิ่มขึ้น 3 dB

SPL ลำโพง

เช่น ลำโพง ข มีกำลังวัตต์ 500 วัตต์ มีค่า SPL 99 dB เมื่อเรานำตู้ลำโพง ข มาต่อขนานพ่วงกันจะได้ความดังที่เพิ่มมากขึ้น จาก 99 dB + 3 dB ก็จะได้ความดังถึง 102 dB

ทั้งนี้ หากค่า SPL ของลำโพงมีค่าที่มาก หากไม่เกิดเสียงที่แตกพร่าและยังคงให้ความดังเสียงที่สะอาดและชัดเจน มีคุณภาพก็ถือว่าดี แต่ถ้าตรงกันข้ามเกิดเสียงที่แตกพร่าล่ะก็ ถือว่าคุณภาพไม่ดี

ฉะนั้นหากเราต้องเลือกลำโพงไว้ใช้งาน อันดับแรกๆที่ควรคำนึงถึงคือเรื่อง dB ของลำโพงนั่นเอง วัตต์ไม่ใช่ตัวกำหนดความดังของความดังเสียงแต่อย่างใด แต่วัตต์ของลำโพงบอกถึงการทนกำลังได้สูงสุดกี่วัตต์

ดังนั้น ค่า SPL ของลำโพงมีความสำคัญ และมีส่วนในการคำนวนเลือกใช้จำนวนลำโพงให้เหมาะสมกับระบบในแต่ล่ะงานนั่นเองครับ

ดูบทความอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับตู้ลำโพง คลิก

ดูสินค้าตู้ลำโพง คลิก

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ⬇

แอดไลน์ที่: @sounddd.shop (มี @ ข้างหน้าด้วยนะครับ)

Facebook : SoundDD.Shop

Website: www.sounddd.shop

Tel:  02 435 8998 | 085 396 8888

เขียนบทความ…SoundDD.Shop

โดย…บริษัท เอสพีเค ซาวด์ซิสเต็มส์ จำกัด

แชร์หน้านี้

บทความ