Stem AI ใน JBL BandBox คืออะไร อธิบายฟีเจอร์ AI Stem แบบเข้าใจง่าย

Stem AI ใน JBL BandBox คืออะไร

JBL BandBox คือลำโพงแอมป์ซ้อมดนตรีซีรีส์ใหม่จากทาง JBL ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์นักดนตรี สำหรับผู้ที่กำลังสนใจหรือวางแผนจะซื้อ JBL BandBox มาใช้งาน บทความนี้จะพาไปทำความรู้จักกับ Stem AI ใน JBL BandBox คืออะไร ตั้งแต่หลักการทำงาน จุดเด่น ประโยชน์ในการใช้งาน ไปจนถึงข้อควรพิจารณาตามจริงก่อนตัดสินใจซื้อ

Stem AI ใน JBL BandBox คืออะไร

เวลาคนทำเพลงพูดคำว่า “Stem” เขาจะหมายถึงการแยกเสียงร้อง เสียงกลอง เบส หรือกีตาร์ออกจากกันเป็นท่อนๆ ซึ่งปกติเรื่องพวกนี้ต้องใช้โปรแกรมทำเพลงในคอมพิวเตอร์ หรือต้องต่อเน็ตเพื่อส่งไฟล์ไปให้แอปช่วยแยกเสียงให้

แต่ Stem AI ใน JBL BandBox คือการเอาความสามารถนี้มาย่อส่วน แล้วใส่ไว้ในชิปของแอมป์เลย (On-Device Stem AI) ทำให้ลำโพงสามารถฟังเพลงที่เราเปิด แล้วแยกเสียงร้อง กีตาร์ และเครื่องดนตรีอื่นๆ ออกจากกันได้แบบสดๆ ทันที

จุดเด่นที่สุดคือ JBL BandBox เป็นแอมป์รุ่นแรกที่จัดการเรื่องแยกเสียงทั้งหมดนี้จบในตัวเครื่องแบบออฟไลน์ 100 เปอร์เซ็นต์ ไม่ต้องต่อเน็ต ไม่ต้องใช้ Wi-Fi และไม่ต้องพึ่งคลาวด์ แค่เปิดเพลง แอมป์ก็จะคัดแยกเสียงให้เลย นี่ไม่ใช่แค่การปรับลดเสียงแบบเดิมๆ แต่เป็นการใช้ AI เข้ามาช่วยวิเคราะห์และสร้างเสียงให้เราใหม่แบบสดๆ โดยฟีเจอร์ AI Stem ตัวนี้จะถูกใส่มาให้ใช้งานได้ครบทั้งในรุ่นเล็กอย่าง JBL BandBox Solo และรุ่นใหญ่อย่าง JBL BandBox Trio เลยครับ

หลักการทำงาน

วิธีการที่ Stem AI รื้อโครงสร้างเพลงที่มิกซ์เสร็จแล้วเพื่อแยกเสียงเครื่องดนตรีออกมา มีสเตปการทำงานดังนี้ครับ

  1. แอมป์จะรับเสียงเพลงเข้ามาทางบลูทูธ USB-C หรือสาย AUX แล้วแปลงคลื่นเสียงให้อยู่ในรูปแบบที่ระบบ AI สามารถอ่านค่าได้
  2. ระบบ AI จะวิเคราะห์ลักษณะเฉพาะของเครื่องดนตรีแต่ละชิ้นจากจังหวะและโทนเสียง
  3. จากนั้น AI จะสร้างตัวกรองเพื่อดึงเฉพาะเสียงเครื่องดนตรีชิ้นที่ต้องการ และสร้างเสียงนั้นขึ้นมาใหม่ให้ใสสะอาด
  4. ทุกอย่างนี้ทำงานผ่านชิปในเครื่อง โดยจะใช้เวลาเตรียมตัวก่อนเริ่มเพลงแค่ประมาณ 3 วินาทีเท่านั้น

ฟีเจอร์เด่น

ระบบแยกเสียงใน JBL BandBox มีฟังก์ชันที่ออกแบบมาให้คนเล่นดนตรีใช้งานได้สนุกขึ้น

  • แยกเสียงจากสตรีมมิ่งสด เปิดเพลงผ่านบลูทูธจากแอปอย่าง Spotify แล้วให้เครื่องแยกเสียงได้เลย ไม่ต้องโหลดไฟล์เพลงเก็บไว้
  • ปรับระดับเสียงแยกอิสระ สามารถเลือกเพิ่มหรือลดความดังของเสียงร้อง กีตาร์ หรือเครื่องดนตรีชิ้นอื่นได้อย่างอิสระ
  • โหมดสลับการจับคู่แทร็ก ถ้าอยากเน้นฟังเสียงเบสหรือคีย์บอร์ด ก็สามารถปรับตั้งค่าให้เสียงเหล่านี้แยกออกมาเด่นชัดขึ้นได้
  • โหมดลดเสียงร้องนำ สำหรับคนที่อยากซ้อมร้องเพลง ระบบจะช่วยดรอปเสียงร้องหลักลง เพื่อใช้เป็นแทร็กคาราโอเกะ
  • ปรับคีย์เพลง สามารถเพิ่มลดคีย์ของเพลงได้ตามต้องการ โดยไม่ทำให้เสียงกีตาร์ที่เราเสียบเล่นอยู่เพี้ยนตามไปด้วย

ประโยชน์สำหรับนักดนตรี

  • สร้าง Backing Track ส่วนตัว เราสามารถหรี่เสียงกีตาร์หรือเสียงร้องในเพลง แล้วเล่นดนตรีหรือร้องทับเข้าไปแทนที่ได้เลย
  • ช่วยแกะเพลงยากๆ ถ้าเจอท่อนโซโล่ที่ฟังไม่ค่อยชัด ก็เร่งเฉพาะเสียงกีตาร์ให้ดังขึ้น แล้วหรี่เสียงอื่นลง จะช่วยให้แกะโน้ตได้ง่ายขึ้นมาก
  • ซ้อมกลองและซ้อมร้อง มือกลองสามารถหรี่เสียงกลองต้นฉบับเพื่อตีคลอไปกับเพลงได้ ส่วนคนชอบร้องเพลงก็เปลี่ยนเพลงโปรดให้เป็นคาราโอเกะได้ทันที
  • พกพาสะดวก ด้วยความที่ระบบทำงานแบบออฟไลน์ เราเลยสามารถหิ้วแอมป์ออกไปซ้อมในสวนหรือที่ไหนก็ได้โดยไม่ต้องง้ออินเทอร์เน็ต

เปรียบเทียบ Solo และ Trio

JBL BandBox ทำออกมา 2 รุ่นหลัก ซึ่งมีการใช้งานฟีเจอร์ AI Stem และสเปกต่างกันนิดหน่อยครับ

คุณสมบัติ JBL BandBox Solo JBL BandBox Trio
การควบคุม Stem AI สั่งงานผ่านแอป JBL One เป็นหลัก ปรับผ่านหน้าจอสีและปุ่มหมุนบนเครื่องได้เลย
รูปแบบการใช้งาน เหมาะกับคนซ้อมเดี่ยว มีช่องต่ออินพุต 1 ช่อง เหมาะกับตั้งวงซ้อม มีมิกเซอร์ในตัว 4 แชนเนล
กำลังขับ 18 วัตต์ RMS เหมาะกับเล่นในห้องนอนหรือมุมทำงาน 135 วัตต์ RMS เสียงดังกระหึ่ม รองรับการเล่นในวงหรือที่โล่ง
น้ำหนักและแบตเตอรี่ น้ำหนักครึ่งกิโลกรัม แบตใช้งานได้ 6 ชั่วโมง น้ำหนักประมาณ 6.6 กิโลกรัม แบตใช้งานได้ 10 ชั่วโมง และถอดเปลี่ยนแบตได้

ข้อสังเกตก่อนตัดสินใจซื้อ

เพื่อให้ได้อุปกรณ์ที่ตรงกับสไตล์การใช้งานจริง มีข้อมูลทางเทคนิคบางส่วนที่ควรนำมาประกอบการตัดสินใจ อย่างแรกคือการแยกเสียงอาจไม่ได้เนียนในทุกๆ เพลง แม้ว่าระบบจะทำได้ดีมากกับเพลงป๊อป แจ๊ส หรือร็อกทั่วไป แต่ถ้าเจอเพลงที่ดนตรีแน่นมากๆ หรือเป็นเพลงเมทัลที่เสียงกีตาร์แตกหนักๆ อาจมีบางจังหวะที่เสียงฟังดูวูบวาบหรือมีเสียงเครื่องดนตรีอื่นปนเข้ามาบ้าง นอกจากนี้คาแรกเตอร์เสียงยังเน้นเบสตามสไตล์ JBL ซึ่งหากนำมาเสียบกีตาร์ไฟฟ้าเล่นแบบดิบๆ อาจจะต้องเข้าไปปรับลดเบสในแอปพลิเคชันลงสักหน่อย

ในส่วนของการออกแบบภายนอก ปุ่มเปิดปิดเครื่องค่อนข้างไวต่อการสัมผัส เวลาใส่กระเป๋าเดินทางจึงต้องระวังเพราะอาจจะเผลอไปโดนปุ่มเปิดเองได้ สำหรับการอัดลูปดนตรีบนตัวเครื่องก็ยังต้องใช้มือสัมผัสปุ่มกด เนื่องจากไม่มีช่องต่อสวิตช์เท้ามาให้

ส่วนรุ่น Trio นั้นมีข้อจำกัดเพิ่มเติมตรงที่ช่องเสียบไมค์ XLR ไม่มีไฟเลี้ยง 48V จึงต้องใช้กับไมค์ไดนามิกทั่วไปเท่านั้น และตัวเครื่องก็ไม่มีช่องเสียบสำหรับตั้งบนขาตั้งลำโพง ประการสุดท้ายคือเรื่องความหน่วงสัญญาณ เนื่องจากเครื่องต้องใช้เวลาวิเคราะห์แยกเสียง แม้จะไม่มีผลกระทบต่อการซ้อมดนตรี แต่ก็ทำให้แอมป์รุ่นนี้ไม่ค่อยเหมาะกับการนำไปใช้ต่อคิวเพลงสลับไปมาสำหรับงานของดีเจ

JBL BandBox เหมาะกับใครบ้าง

ถ้าดูจากฟีเจอร์ที่ให้มา แอมป์รุ่นนี้จะตอบโจทย์มือกีตาร์ มือเบส มือกลอง หรือนักร้องที่ชอบซ้อมดนตรีคนเดียวมากๆ ครับ เพราะ Stem AI ช่วยให้เราแกะเพลงยากๆ หรือทำ Backing Track ไว้ซ้อมเองได้เลยโดยไม่ต้องไปง้อคอมพิวเตอร์ให้วุ่นวาย หรือถ้าเป็นครูสอนดนตรีก็เอาไว้ดึงเสียงเครื่องดนตรีแยกเป็นชิ้นๆ ให้นักเรียนฟังชัดๆ ได้เลย ส่วนสายปาร์ตี้ที่ชอบร้องคาราโอเกะอยู่บ้านก็รับรองว่าถูกใจ เพราะเปิดเพลงปุ๊บก็ตัดเสียงร้องออกแล้วร้องตามได้ทันที

แต่ถ้าใครเป็นสายเล่นกีตาร์ที่ซีเรียสเรื่องโทนเสียงแอมป์แบบอนาล็อกดั้งเดิมจ๋าๆ หรือเป็นดีเจที่ต้องใช้ความแม่นยำตอนสลับเพลงแบบห้ามหน่วงเด็ดขาด แอมป์รุ่นนี้อาจจะยังไม่ค่อยเหมาะเท่าไหร่ครับ เพราะตัวเครื่องต้องใช้เวลาประมวลผลตัดแยกเสียงด้วยระบบดิจิทัล ทำให้มีจังหวะหน่วงนิดหน่อยนั่นเอง

สรุป

JBL BandBox ที่มาพร้อมเทคโนโลยี Stem AI ถือเป็นแอมป์ซ้อมดนตรีที่ช่วยให้การแกะเพลงและฝึกเล่นสะดวกขึ้นมาก และด้วยความที่ทำงานแบบออฟไลน์ได้ในตัวก็ยิ่งทำให้พกพาง่าย ถ้าชอบซ้อมเล่นคนเดียวในห้องชิลๆ รุ่น Solo ถือว่าตอบโจทย์ แต่ถ้าอยากได้เสียงแน่นๆ และเอาไว้เล่นแจมกับเพื่อน รุ่น Trio จะให้ประสบการณ์ที่ครบถ้วนกว่าครับ

แชร์หน้านี้ :

บทความ สาระความรู้

เปิดเพลงจากโทรศัพท์เข้ามิกเซอร์ยังไง? มือใหม่ห้ามพลาด

อยากเปิดเพลงจากโทรศัพท์เข้ามิกเซอร์แต่ไม่รู้จะเริ่มยังไง SoundDD ขั้นตอนและทริคเล็ก ๆ มาฝากด้วยครับ

RCF ART 8 Series ลำโพงแอคทีฟที่ใช้ระบบ FiRPHASE และ BMC

RCF ART 8 Series ลำโพงแอคทีฟตู้คอมโพสิตน้ำหนักเบาที่มาพร้อมเทคโนโลยี M-Brace ระบบจัดการเฟส FiRPHASE และ BMC สำหรับคนทำงานระบบเสียง

KRK V Series Five เที่ยงตรง พลังสูง ตัวจริงเรื่องงานโปรดักชัน

KRK V Series Five ลำโพงมอนิเตอร์เรือธงพลังสูง 455W พร้อมเทคโนโลยี KRK Mesh และไกด์เลือกรุ่น V4, V6, V8 ให้เป๊ะกับขนาดห้องสตูดิโอ

ทำความรู้จัก Yamaha DM5 และ DM5 Compact มิกเซอร์เสียงพร้อมเทคโนโลยี Glass Keys รุ่นแรก

ส่องสเปก Yamaha DM5 Series มิกเซอร์ 96kHz ที่มาพร้อมเทคโนโลยี Glass Keys รุ่นแรกของโลก เปรียบเทียบรุ่น DM5 และ DM5 Compact

ผลงานการติดตั้ง

ลูกค้าของเรา ระบบเสียงห้องประชุม สำนักงานจังหวัดลพบุรี

ลูกค้าของเรา ระบบเสียงห้องประชุม สำนักงานจังหวัดลพบุรี ชุดประชุม Soundvision, มิกเซอร์ Audio Technica และเครื่องขยายเสียง TOA จากงานสำนักงานคลังจังหวัดลพบุรี

ลูกค้าของเรา ข้าวต้มซอยเบสท์ ระบบเสียงแบคกราวด์มิวสิค

ระบบเสียงแบคกราวด์มิวสิคกับร้านข้าวต้มซอยเบสท์ มาดูกันว่าการเปิดเพลงคลอเบาๆ ในร้าน ช่วยสร้างบรรยากาศสบายๆ ให้ลูกค้าที่แวะมาทานอาหารได้อย่างไรบ้าง

ลูกค้าของเรา เทศบาลตำบลสวนหลวง ระบบเสียงห้องประชุม

ชมภาพรวมระบบเสียงห้องประชุมเทศบาลตำบลสวนหลวง ดูรูปแบบสินค้าและการจัดวาง เพื่อเป็นแนวทางนำไปปรับใช้กับระบบในองค์กรคุณ

ไอคอน PDPA

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่าคุกกี้

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้
    รายละเอียดคุกกี้

บันทึก