ค่า Impedance คืออะไร? วิธีการดูสเปคลำโพง พร้อมวิธีการต่อลำโพง

Impedance speaker Banner 1
Home » เกร็ดความรู้ (Tip & Trick) » ค่า Impedance คืออะไร? วิธีการดูสเปคลำโพง พร้อมวิธีการต่อลำโพง

เวลาอ่านโดยประมาณ : 3 minutes

สำหรับผู้ที่กำลังสนใจ หรือมองหาตู้ลำโพง ต้องผ่านการศึกษาสเปคของลำโพงมาบ้าง คงคุ้นๆ กับค่า Impedance คืออะไร? วันนี้เราจะมาติว “วิธีการดูสเปคลำโพง” เบื้องต้นกัน เกี่ยวกับเรื่องของค่า Impedance (อิมพิแดนซ์) ลำโพง พร้อมเทคนิคการต่อลำโพง โดยศึกษาจากค่า Impedance (อิมพิแดนซ์) เบื้องต้นกันครับ

Impedance speaker 5 Tip

ค่า Impedance คืออะไร?

ค่า Impedance (อิมพิแดนซ์) คือ “ค่าความต้านทาน” ในวงจรไฟฟ้ากระแสสลับที่มีผลต่อเฟสทางไฟฟ้า ใช้สัญญาณลักษณ์อักษรย่อเป็นตัว Z มีหน่วยเป็น โอห์ม (Ω) เราจึงแทนอักษรของลำโพงด้วย Z หรือสรุปก็คือ ค่าที่บ่งบอกการดึงกระแสไฟฟ้าของลำโพงตัวนั้นๆ มีหน่วยเป็นโอห์ม (Ω)
 
โดยทั่วไป Impedance ของลำโพง จะอยู่ที่ประมาณ 6-8 โอห์ม หากลำโพงมีค่า Impedance ต่ำๆ เช่น 4-6 โอห์ม ก็จะยิ่งดึงกระแสไฟฟ้ามาก และต้องการกำลังขับที่สูงจากตัวแอมป์ แอมป์ก็จะเกิดความร้อนสะสม ทำงานหนัก และหากแอมป์ไม่ได้รับการออกแบบมาให้รองรับค่า Impedance ต่ำๆ แอมป์ก็จะเกิดความเสียหายได้
 
เครื่องเสียงที่ใช้งานในบ้านอย่าง ชุดลำโพงโฮมเธียเตอร์ แอมป์ที่ใช้กับลำโพงโฮมเธียเตอร์ ใช้ฟังเพลง ดูหนังทั่วๆ ไปมักจะมีค่าประมาณ 6-8 โอห์ม ค่ายิ่งต่ำยิ่งต้องการกำลังสูง ลำโพงที่อิมพีแด้นซ์ต่ำมากๆ บางตัวจึงขับยาก และต้องการแอมป์กำลังสูงๆ คุณภาพต้องดีมากๆ มาใช้งานขับลำโพงตัวนั้น
 
*ในเครื่องเสียงบ้านมีการกำหนดมาตรฐานกลางของค่า Impedance อยู่ที่ 8 โอห์ม เพื่อไม่ให้ดึงกระแสไฟฟ้าจากแอมป์มากเกินไป ส่วนวงการเครื่องเสียงรถยนต์มีมาตรฐานกลางของค่า Impedance อยู่ที่ 4 โอห์ม
Impedance speaker 4

ข้อควรรู้เกี่ยวกับค่า Impedance

ค่า Impedance ตัวเลขต่างๆ ที่เราพบเจอในข้อมูลสเปค ไม่ใช่ค่าตายตัวของแอมป์ หรือลำโพง แต่เป็นค่าที่ให้ข้อมูลกับเราว่าแอมป์ หรือลำโพงนั้นๆ ถูกออกแบบมาให้เหมาะสมกับการใช้งานที่ค่าความต้านทานเท่าไหร่

ค่า Impedance หรือค่าความต้านทานที่ใช้งานจริง อาจจะสูง หรือต่ำกว่านี้ก็ได้ในบางงาน ซึ่งแอมป์ หรือลำโพงก็ยังสามารถรองรับการทำงานได้ หรือผิดเพี้ยนไปจากค่าที่แจ้งไว้ หรือสูงกว่าได้

เทคนิคการต่อลำโพง โดยศึกษาจากค่า Impedance

วิธีการต่อลำโพง ถือว่าเป็นพื้นฐานเบื้องต้น วิธีการต่อลำโพงสามารถแบ่งออกเป็น 3 แบบหลักๆ คือ แบบอนุกรม (Series), แบบขนาน (Parallel), และแบบผสม (Series-Parallel)

Impedance speaker 1

การต่อลำโพงแบบอนุกรม (Series)

การต่อลำโพงแบบอนุกรม (Series) คือ การต่อลำโพงโดยเอาขั้วบวก (+) ไปต่อกับขั้วลบ (-) ของดอกลำโพงใบถัดไปเรื่อยๆ การต่อลำโพงแบบอนุกรม มีผลทำให้ค่า Impedance รวมเพิ่มมากขึ้น

วิธีการคำนวณ

จากสมการ ZT (ค่า Impedance รวม) = Z1 + Z2 + Z3 ….+ Zn หรืออย่างเข้าใจง่าย โดยนำค่า Impedance ของดอกลำโพงมาบวกกัน

ตัวอย่าง
มีดอกลำโพง 4 ดอก ดอกที่ 1 มีค่าอิมพิแดนซ์ 8 โอห์ม, ดอกที่ 2 มีค่าอิมพิแดนซ์ 8 โอห์ม, ดอกที่ 3 มีค่าอิมพิแดนซ์ 4 โอห์ม, ดอกที่ 4 มีค่าอิมพิแดนซ์ 4 โอห์ม
ค่าอิมพิแดนซ์รวม = 8 + 8 + 4 + 4 = 24 โอห์ม

สรุป

ความต้านรวมที่มากขึ้นทำให้แอมป์ไม่เสียหาย แต่ก็มีข้อจำกัด คือ หากลำโพงตัวใดตัวหนึ่งมีปัญหา หรือเสีย ก็จะทำให้การต่อลำโพงทั้งหมด ไม่ทำงาน ไม่มีเสียง และอีกหนึ่งข้อจำกัด คือ ลำโพงทำงานได้อย่างไม่เต็มประสิทธิภาพ เพราะความต้านทานที่มากขึ้น ลดทอนสัญญาณจากแอมป์ เกิดการสูญเสียของสัญญาณเสียงไป ความคมชัดของเสียงลดลง เสียงเบาตามไปด้วย

การต่อลำโพงแบบขนาน (Parallel)

การต่อลำโพงแบบขนาน (Parallel) คือ การต่อลำโพงโดยเอาขั้วบวก (+) ต่อกับขั้วบวก (+) และขั้วลบ (-) ต่อกับขั้วลบ (-) โดยการต่อลำโพงแบบขนาน มีผลทำให้ค่าอิมพิแดนซ์รวมลดลง

วิธีการคำนวณ

จากสมการ 1/ZT (อิมพิแดนซ์รวม) = (1/Z1 ) + (1/Z2 ) + (1/Z3 )…(1/Zn) การคำนวณแบบขนาน จะค่อนข้างซับซ้อน เพราะมีเศษส่วนเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่กรณีที่ทุกดอกมีอิมพิแดนซ์เท่ากัน สามารถนำค่าอิมพิแดนซ์มาหารจำนวนของดอกลำโพงได้เลย

ตัวอย่าง
มีดอกลำโพงจำนวน 4 ดอก ดอกที่ 1, 2, 3, และ 4 มีค่าอิมพิแดนซ์ 8 โอห์ม เท่ากันทุกดอก
1/ค่าอิมพิแดนซ์รวม = (1/8) + (1/8) + (1/8) + (1/8)
ค่าอิมพิแดนซ์รวม = 4/8 แล้ว กลับเศษเป็นส่วน ได้ 8/4
ค่าอิมพิแดนซ์รวม = 2 โอห์ม

หรือในกรณีที่ดอกลำโพงมีค่าอิมพิแดนซ์เท่ากัน

มีดอกลำโพง 4 ดอก ดอกที่ 1, 2, 3, และ 4 มีค่าอิมพิแดนซ์ 8 โอห์ม เท่ากันทุกดอก
อิมพิแดนซ์รวม = (อิมพิแดนซ์) / (จำนวนดอก)
อิมพิแดนซ์รวม = 8/4
อิมพิแดนซ์รวม = 2 โอห์ม

สรุป

เป็นการต่อลำโพงที่ง่ายที่สุด แต่ก็มีข้อจำกัด หากยิ่งต่อลำโพงมากเท่าไหร่ ก็จะทำให้ค่าความต้านทานรวมต่ำลงไปเรื่อยๆ ส่งผลให้แอมป์ต้องทำงานหนักมากขึ้นเรื่อยๆ และเกิดความร้อนสะสมขึ้นเรื่อยๆ

Impedance speaker 3

การต่อลำโพงแบบผสม (Series-Parallel Circuit)

การต่อลำโพงแบบผสม (Series-Parallel Circuit) คือ การต่อลำโพงที่นำการต่อลำโพงแบบอนุกรม และขนานมารวมผสมกัน

วิธีการคำนวณ

คิดคำนวณทีละส่วน คือ ส่วนที่ต่อแบบอนุกรม และส่วนที่ต่อกันแบบขนาน แล้วจึงนำส่วนดังกล่าวมาอนุกรมหรือขนานกับแล้วแต่ความเหมาะสม

ตัวอย่าง
มีดอกลำโพง 4 ดอก ดอกที่ 1 ต่อแบบอนุกรมกับดอกที่ 2 และดอกที่ 3 อนุกรมกับดอกที่ 3 และที่สองชุดขนานกัน
อิมพิแดนซ์รวม = (8 + 8) // (8 + 8)
อิมพิแดนซ์รวม = 16 / 16
อิมพิแดนซ์รวม = 8 โอห์ม

สรุป

การต่อลำโพงแบบผสม มีความซับซ้อนเล็กน้อย แต่จะให้เสียงที่ค่อนข้างดี ทั้งยังสามารถควบคุมความต้านทานรวมได้เพื่อที่จะให้แอมป์ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ไม่ทำงานหนักจนเกินไป เสียงที่ออกมาก็เต็ม คมชัด ไม่เกิดการสูญเสียสัญญาณเสียงในระบบ

ข้อควรระวังในการต่อลำโพง

ข้อควรระวังของการการต่อลำโพง คือ เรื่องของขั้วลำโพง หากต่อลำโพงพ่วงกันหลายดอก เกิดปัญหาต่อกันผิดขั้ว ก็จะส่งผลให้เกิดการหักล้างของเฟสกัน ทำให้ได้เสียงที่เบาลง และหากการต่อพ่วงลำโพงมากจนเกินไป ทำให้ค่าอิมพิแดนซ์ต่ำเกินไป อาจสร้างความเสียหายต่อเพาเวอร์แอมป์ได้ เพราะเพาเวอร์แอมป์บางตัว บางรุ่นไม่ได้ออกแบบมากเพื่อรองรับการใช้งานกับค่าอิมพิแดนซ์ต่ำ

บทความที่คุณอาจจะสนใจ

Share :

ใส่ความเห็น

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้
    รายละเอียดคุกกี้

บันทึก