Pre-Amplifier คืออะไร? ทำไมต้องรู้จัก!

Preamp Banner 1
Home » เกร็ดความรู้ (Tip & Trick) » Pre-Amplifier คืออะไร? ทำไมต้องรู้จัก!

เวลาอ่านโดยประมาณ : 2 minutes

เราเคยสงสัยกันหรือไม่? ว่า Audio Mixer ทั้งอนาล็อก และดิจิตอล รวมไปถึง Audio Interface ทำไมถึงมีคาเรคเตอร์เสียงที่แตกต่างกัน อะไรคือส่วนสำคัญที่ทำให้โทนเสียงของ Audio Mixer นั้น แตกต่างกัน?

Preamp 1

Pre Amplifier (ปรีแอมพลิไฟเออร์) หรือ Pre Microphone (ปรีไมโครโฟน)

ปรีแอมป์ หรือปรีไมโครโฟน หมายถึง วงจรอิเล็กทรอนิกส์ ที่อยู่ภายในไมโครโฟน หรืออุปกรณ์ฮาร์ดแวร์อื่น เช่น Audio Interface ที่มี ภาคปรีแอมป์ หรือปรีไมค์ในตัว นอกจากนี้ ภาคปรีแอมป์ หรือปรีไมค์ ก็จะพบใน Audio Mixer ทั่วไป ทั้งมิกเซอร์แบบอนาล็อก และดิจิตอล
ภาคปรีแอมป์ หรือปรีไมค์ เป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เป็นงานวิศวกรรมเสียง เพื่อเตรียมสัญญาณไว้รองรับสัญญาณจากไมโครโฟน และอุปกรณ์เสียง อื่นๆ เพื่อส่งต่อไปประมวลผลโดยภาคปรีโทนหรือโดยอุปกรณ์อื่น ในระบบเสียง

ปรีแอมป์มีกี่ประเภท?

1.พบในช่องอินพุท มิกเซอร์ทั้งอนาล็อก และดิจิตอลมิกเซอร์
2.พบในช่องอินพุทของออดิโออินเทอร์เฟซ และปรีแอมป์ หรือปรีไมโครโฟนมักมีสองคาเรคเตอร์เสียง ด้วยความแตกต่างของตัวแปลสำคัญ

1.Valve / Vacuum Tube : ใช้หลอดสุญญากาศเพื่อขยายเสียงที่มาจากไมโครโฟน นอกจากนี้ยังพบได้ในแอมป์กีตาร์บางรุ่น เครื่องขยายเสียงเหล่านี้ยังเป็นที่นิยมสำหรับนักฟังเพลงที่บอกว่าแอมพลิฟายเออร์วาล์วหรือแบบหลอดให้เสียงที่อบอุ่นและเป็นธรรมชาติมากขึ้น และเป็นที่นิยมอย่างมากสำหรับการบันทึกเสียงร้อง ผ่านปรีหลอด แต่ก็มีราคาแพงกว่า Solid State มาก

2.Solid State : จะใช้ทรานซิสเตอร์ เพื่อขยายเสียงที่มาจากไมโครโฟน เทคโนโลยีนี้เริ่มต้นในช่วงปลายทศวรรษที่ 1950 และต้นทศวรรษที่ 1960 เป็นวิธีที่ทำให้ต้นทุนต่ำกว่าแบบที่ 1

การผลิตปรีแอมป์แบบ Solid State ตอบโจทย์ตลาด หรือผู้บริโภคกึ่งมืออาชีพมากกว่า

ฉะนั้นเรามักจะเห็นซาวด์เอ็นจิเนียร์ จะมีปรีแอมป์ของตัวเอง เพื่อสร้างสรรค์งาน Live งาน สตูดิโอที่ให้คาเรคเตอร์เสียงที่เฉพาะเป็นเอกลักษณ์

Preamp 3

ทำไมจะต้องมีปรีแอมป์ หรือปรีไมโครโฟน?

ก่อนอื่นผมจะขอแชร์เรื่องสัญญาณของอุปกรณ์เสียงก่อนนะครับ อุปกรณ์เสียงที่เราจะพูดถึงก็คือ สัญญาณจากไมโครโฟน โดยปกติแล้ว มักจะมีสัญญาณการขยายเสียงที่อ่อนเกินไป เพียง 0.0 มิลลิโวลท์ หรือสูงกว่านี้นิดหน่อย แต่ก็ยังถือว่ามีการขยายเสียงที่เบามาก หากเปรียบเทียบกับ อุปกรณ์กำเนิดเสียงอื่นๆ เช่น เครื่องเล่นเพลง CD, MP3, คอมพิวเตอร์, เครื่องดนตรี, และแม้กระทั่งโทรศัพท์มือถือ ก็จะมีปิคอัพ หรือมีวงจรขยายสัญญาณเสียง ในตัวที่แรงกว่าไมโครโฟน ฉะนั้น เพื่อการทำงานที่แมชชิ่งกัน และเพิ่มประสิทธิภาพ ของออดิโอมิกเซอร์ และออดิโออินเทอร์เฟส จึงออกแบบปรีแอมป์ หรือปรีไมค์ เพื่อรับสัญญาณจากอุปกรณ์เสียงเหล่านี้ ผ่านปลั๊ก และแจ็ครูปแบบต่างๆ ที่เราเห็นกันในปัจจุบัน แล้วนำส่งผ่านไปยัง ภาคปรีโทน และส่วนต่างๆ ของ Audio Mixer หรือ Audio Interface และเครื่องบันทึกต่างๆ ต่อไป

Preamp 4

หน้าที่หลักของ Pre-Amplifiers

ทำหน้าที่เพิ่มระดับสัญญาณไมโครโฟน และอุปกรณ์อื่นๆ ที่อินพุทผ่าน ช่องปรีแอมป์หรือปรีไมค์ โดยจะทำให้อัตราการขยายเกน ที่คงที่ และปรีแอมป์ หรือปรีไมค์ที่ดี ก็จะให้ความเที่ยงตรงที่สูงอีกด้วย (ปรีแอมพลิไฟเออร์ หรือปรีไมโครโฟน จะเพิ่มระดับสัญญาณนั้นได้ถึง 30-70 dB) ในขณะเดียวกันการออกแบบ ก็จะคำนึงถึง เสียงหรือสัญญาณรบกวน (Low Noise) เป็นหลัก

การออกแบบวงจรปรีแอมป์ ที่ดีจะออกแบบให้มีการรบกวนต่ำสุด ถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญมากๆ เลยทีเดียว เพราะถ้าหากออกแบบ ปรีไมค์หรือปรีแอมป์ไม่ได้คุณภาพ ก็จะทำให้สัญญาณผิดเพี้ยน หรือบิดเบือนได้สูงนั่นเองครับ

ฉะนั้นงานเสียงระดับมืออาชีพ หรือการบันทึกเสียง ผ่านปรีแอมป์ หรือปรีไมค์ จึงมีอิทธิพลอย่างมากต่อคุณภาพการบันทึกเสียงของเรา และยังสามารถให้ความรู้สึกและเสียงอันเป็นเอกลักษณ์ของตัวเองได้อีกด้วย

บทสรุป

โทนเสียงที่แตกต่างของ Audio Mixer และ Audio Interface จึงมีปัจจัยหลักที่ทำให้โทนเสียงที่แตกต่างกันก็คือ คุณภาพของปรีแอมป์ หรือภาคปรีไมโครโฟนนั่นเองครับ

และนี่ก็คือเกร็ดความรู้ที่นำมาฝากทุกท่าน ขอขอบคุณสำหรับการติดตาม แล้วพบกันใหม่ในบทความถัดไป สำหรับวันนี้ สวัสดีครับ

Pre-amp ทำหน้าที่อะไร?

คำตอบ : ทำหน้าที่ขยายสัญญาณให้มีระดับที่เหมาะสมสำหรับการป้อนสู่ภาคขยายอื่น ๆ ต่อไป

งานระบบเสียงทั่วไป จำเป็นต้องใช้ Pre-amp ไหม?

คำตอบ : หากเราใช้แอมป์ ซึ่งเป็นแอมป์ที่มีหน้าที่ขยายเสียง ไม่สามารถปรับโทนเสียงทุ้ม หรือแหลมได้ เราก็ควรต้องมีปรีแอมป์ใช้งานร่วมกันด้วย

Share :

ใส่ความเห็น

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้
    รายละเอียดคุกกี้

บันทึก